แถลงผลปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” ปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ อำพรางการจดทะเบียนสมรสและทุจริตระบบทะเบียนราษฎร เพื่อแจ้งเกิดให้บุตรของคนต่างด้าวได้สัญชาติไทยอันเป็นเท็จ

S 67624990

     เปิดยุทธการ “ถอดเกล็ดมังกร” จับมือทลายขบวนการจีนเทาซื้อขาย “พ่อทิพย์” สวมสัญชาติไทย

               พบเจ้าหน้าที่รัฐ-รพ.เอกชน ร่วมขบวนการจัดแพ็กเกจคลอด รวบผู้ต้องหาล็อตใหญ่ 42 คน ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลชิ้นสำคัญจากคดีแก๊งสแกมเมอร์ฟอกเงิน 70,000 ล้านบาท เมื่อปี 2567 จนเจ้าหน้าที่พบสถิติสุดช็อก มีการแจ้งเกิดของเด็กที่มีแม่เป็นชาวจีนและพ่อเป็นคนไทย ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งสูงผิดปกติถึง 164 คน เผยกลโกงทำกันเป็นขบวนการ ตั้งแต่นายหน้าหาชายไทยมาจดทะเบียนสมรสปลอมเป็นพ่อทิพย์ ไปจนถึงเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตคอยไฟเขียวเซ็นรับแจ้งเกิด ล่าสุดผลตรวจ DNA ยืนยันชัดเจน เด็ก 19 คนแรกดีเอ็นเอไม่ตรงกับพ่อทิพย์คนไทย กรมการปกครองสั่งเพิกถอนสัญชาติไทยทันที และเตรียมขยายผลล้างบางส่วนที่เหลือให้สิ้นซาก

S 67624991

             9 กรกฎาคม 2569  พล.ต.อ.สําราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล วิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ตลอดจนหน่วยงาน DOPA N.IC.E., ป.ป.ท. , กองกิจการอำนวยความยุติธรรม  กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ ป.ป.ง. เปิดปฏิบัติการบูรณาการ “ถอดเกล็ดมังกร” เพื่อกวาดล้างขบวนการรับจ้างสวมสิทธิสัญชาติไทยให้แก่เด็กต่างชาติแรกเกิด  ปฏิบัติการในครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่การทลายเครือข่ายที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่รัฐ และกลุ่มคนไทยที่รับจ้างเป็นบิดาปลอม หรือ พ่อทิพย์ ซึ่งเป็นช่องทางให้กลุ่มคนต่างชาติใช้สิทธิความเป็นพลเมืองไทยของบุตรในการถือครองทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนสวัสดิการต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรง โดยศาลได้อนุมัติหมายจับจำนวน 40 หมาย และหมายค้นอีก 42 หมาย นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาสำคัญ ได้แก่ สุนีย์ (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชน, ศิริพร (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต พร้อมด้วยกลุ่มชายไทยที่รับจ้างเป็นพ่อทิพย์ 17 ราย และมารดาชาวต่างชาติอีก 16 ราย

S 67624994 S 67624992 669886
              พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการในครั้งนี้ว่า สืบเนื่องมาจากการขยายผลคดีจับกุม นายเฉิน ยินไล ผู้ต้องหาสัญชาติจีนระดับแกนนำเครือข่ายสแกมเมอร์ ที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการฟอกเงินมูลค่ากว่า 70,000 ล้านบาท เมื่อเดือนเมษายน 2567 ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบการโอนเงินผ่านบัญชีม้าจำนวนมากไปยัง เป้าเจียว เฉิน ภรรยาชาวจีนของเฉิน ยินไล แต่เจ้าหน้าที่พบข้อพิรุธสำคัญคือ เป้าเจียว มีบุตรที่ถือครองสัญชาติไทยถึง 3 คน สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการปกครองจึงได้ร่วมกันสืบสวนเชิงลึก จนกระทั่งพบพฤติการณ์การจ้างวานชายสัญชาติไทยให้มาจดทะเบียนสมรสกับ เป้าเจียว เพื่อรับรองเป็นบิดาของเด็ก โดยอาศัยการซื้อแพ็กเกจทำคลอดของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ควบคู่กับการได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตในการอำนวยความสะดวกเพื่อแจ้งเกิดและรับสัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
S 67624993
              จากการขยายผลพฤติการณ์ของผู้ร่วมขบวนการ พบว่า สุนีย์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนย่านฝั่งธนบุรี ทำหน้าที่เป็นนายหน้าหลักในการติดต่อกับกลุ่มทุนจีน โดยเสนอแพ็กเกจคลอดบุตรในราคา 70,000 บาท และเรียกเก็บค่าดำเนินการส่วนตัวอีก 20,000 บาท เพื่อแลกกับการจัดเตรียมเอกสารรับรองการเกิดและการจัดหาพ่อทิพย์ชาวไทยมารับรองบุตร ซึ่งชายไทยกลุ่มนี้จะได้รับค่าจ้างตั้งแต่ 2,000 ถึง 15,000 บาท ต่อเคส จากนั้นจะส่งต่อให้ ศิริพร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต ซึ่งมีส่วนรู้เห็นเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการดำเนินการ เมื่อตรวจสอบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองย้อนหลัง พบรายการแจ้งเกิดที่กระทำโดยบุคคลทั้งสองกลุ่มนี้ถึง 62 คู่ และมีหลักฐานแน่ชัดว่าเป็นผู้ออกสูติบัตรให้อย่างน้อย 19 รายการ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี และเตรียมขยายผลกวาดล้างผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป
52123 521
               รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวย้ำว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการปกครองในการถอนรากถอนโคนเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในทุกรูปแบบ ล่าสุด กรมการปกครองได้มีคำสั่งด่วนถึงนายทะเบียนที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการ เพิกถอนรายการทางทะเบียนที่ทุจริตและเพิกถอนสัญชาติไทยของเด็กที่เกิดจากขบวนการนี้ทั้งหมดแล้ว พร้อมทั้งเตรียมส่งมอบข้อมูลให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาเนรเทศชาวต่างชาติกลุ่มนี้ออกนอกราชอาณาจักร นอกจากนี้ จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น
5212
ที่มา TheStandardNews  ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา

*************************************************************************************************

เรื่องน่าอ่าน