รอยร้าวแสนล้านที่เอกวาดอร์ สู่ 7 เมกะโปรเจกต์ไทย — เมื่อ “สินบน” และ “ความหละหลวม” ผลักภาระสู่คนรุ่นหลัง /โดย: ดร.Force

508490

              ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ โดยกระทรวงคมนาคมกำลังเดินหน้าเจรจาร่วมลงทุน 7 เมกะโปรเจกต์มูลค่าหลายแสนล้านบาทกับ PowerChina รัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟทางคู่สายใต้ อุโมงค์กะทู้-ป่าตอง รถไฟความเร็วสูงระยะที่ 2 ไปจนถึงการพัฒนาท่าอากาศยานล้านนา สิ่งที่หอมหวานมักมาพร้อมกับข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ ทั้งการตั้งบริษัทร่วมทุนและการอัดฉีดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ

               ทว่า ภายใต้ฉากหน้าที่ดูเหมือนจะเป็นก้าวกระโดดของการพัฒนา เราอาจกำลังเดินซ้ำรอย “มรดกบาป” หากปราศจากการตรวจสอบที่เข้มข้น รัดกุม และปราศจากการทุจริต บทเรียนราคาแพงจากอีกฟากโลกอย่างประเทศเอกวาดอร์ กำลังส่งเสียงเตือนดังๆ ถึงสังคมไทยว่า “การได้มาซึ่งเมกะโปรเจกต์ ไม่สำคัญเท่ากับว่าเราได้มันมาอย่างไร และใครคือผู้จ่ายราคาที่แท้จริงในตอนจบ”

               🚨 ฝันร้ายที่ชื่อ Coca Codo Sinclair: จากสัญลักษณ์ความร่วมมือ สู่ซากปรักหักพังทางเศรษฐกิจ เรื่องราวของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Coca Codo Sinclair ในเอกวาดอร์ ซึ่งรับเหมาก่อสร้างโดย Sinohydro (บริษัทลูกหลักของ PowerChina) คือกรณีศึกษาที่สมบูรณ์แบบของหายนะทางโครงสร้างและการทุจริต โครงการที่ถูกวาดฝันให้เป็น “จุดสิ้นสุดของไฟดับ” ด้วยกำลังการผลิตมหาศาล 1,500 เมกะวัตต์ กลับกลายเป็นฝันร้ายที่สูบเลือดสูบเนื้อประชาชน
               1. งบประมาณที่บานปลายและหนี้มหาศาล: จากงบเริ่มต้น 1,979 ล้านดอลลาร์ พุ่งทะยานเป็น 2,245 ล้านดอลลาร์ พ่วงด้วยหนี้ก้อนโตที่รัฐบาลเอกวาดอร์ต้องกู้ยืมจากจีนรวมเกือบ 19,000 ล้านดอลลาร์

               2. โครงสร้างที่แหลกเหลว: แทนที่จะได้กระแสไฟฟ้าเต็มเม็ดเต็มหน่วย สิ่งที่เอกวาดอร์ได้คือ “รอยร้าวมากกว่า 17,000 จุด” ในโครงสร้างหลักของโรงไฟฟ้า วาล์วที่บกพร่อง และชิ้นส่วนที่ไม่ได้มาตรฐาน นำไปสู่วิกฤตการณ์ไฟดับยาวนานถึง 14 ชั่วโมงต่อวัน ในช่วงปลายปี 2567 ที่ผ่านมา

               3. การสูญเสียอธิปไตยทางโครงสร้างพื้นฐาน: เมื่อเอกวาดอร์ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 580 ล้านดอลลาร์ผ่านอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ การต่อสู้ทางกฎหมายที่ยืดเยื้อจบลงในปี 2568 ด้วยข้อตกลงที่ชวนตั้งคำถาม รัฐวิสาหกิจจีนยอมจ่าย 400 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับการได้สิทธิ์เข้าไปคุมการเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแห่งนี้ยาวนานถึง 25 ปี นี่คือการยกโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของประเทศให้อยู่ในมือของต่างชาติเป็นเวลากว่าหนึ่งในสี่ของศตวรรษ

               4. สนิมที่เกิดจากเนื้อใน (การทุจริต): หายนะทั้งหมดไม่ได้เกิดจากแค่ความผิดพลาดทางวิศวกรรม แต่อัยการสูงสุดพบการจ่ายสินบนกว่า 76 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับสัญญาจ้าง นำไปสู่การนำตัวอดีตประธานาธิบดี Lenin Moreno เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีในศาล

               นี่คือบทสรุปของวงจรอุบาทว์: งานก่อสร้างห่วยแตก + รอยร้าวเป็นหมื่นจุด + หนี้ระดับชาติ + คดีสินบนระดับผู้นำประเทศ = การสูญเสียอำนาจการควบคุมทรัพยากรของชาติตัวเอง

              🏗️ สัญญาณเตือนถึงไทย: บทเรียน “อาคาร สตง.” และภาระของคนรุ่นหลัง การเข้ามาของ PowerChina ในไทย ไม่ใช่เรื่องที่ต้องต่อต้านอย่างหลับหูหลับตา เพราะการลงทุนต่างชาติคือฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่เราต้องตั้งการ์ดให้สูงที่สุดคือ “มาตรฐานการตรวจสอบความโปร่งใสและคุณภาพวิศวกรรม”

               คนไทยและหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดยิบ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ (Blueprint) ไปจนถึงการลงเสาเข็มและการก่อสร้างทุกกระเบียดนิ้ว เราจะปล่อยให้เกิดวัฒนธรรม “คนไม่ดีรับสินบนแล้วมองผ่าน” ไม่ได้อีกต่อไป การเซ็นตรวจรับงานที่ไม่ได้มาตรฐานเพียงเพราะมีผลประโยชน์ใต้โต๊ะมาบังตา คือการกระทำที่อำมหิต เพราะผลกระทบไม่ได้จบลงที่อายุขัยของนักการเมืองหรือข้าราชการกังฉินเหล่านั้น แต่ความซวยจะตกไปสู่ “คนรุ่นหลัง” ที่ต้องมาแบกรับทั้งหนี้สาธารณะมหาศาล และต้องเสี่ยงชีวิตใช้โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมจะพังครืนลงมาได้ทุกเมื่อ

               บทเรียนในอดีตของไทยสอนเรามาแล้วอย่างเจ็บปวด ดังเช่นเหตุการณ์ที่เราทราบกันดี กรณี โครงสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่พังถล่มลงมา จากผลพวงของแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวในประเทศพม่า ภัยธรรมชาติในวันนั้นเป็นเพียง “ตัวเร่ง” ที่เข้าไปกระชากหน้ากากให้เห็นถึงความหละหลวมและไม่ได้มาตรฐานของการก่อสร้าง หากโครงสร้างถูกออกแบบและสร้างอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรมอย่างซื่อสัตย์ อาคารย่อมต้านทานภัยพิบัติได้ตามมาตรฐาน นี่คือประจักษ์พยานชั้นดีที่พิสูจน์ว่า การทุจริตคอร์รัปชันในงานก่อสร้าง สามารถฆ่าคนและทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐได้ในพริบตาเมื่อภัยธรรมชาติมาเยือน

               อย่าลืมว่า อุโมงค์กะทู้-ป่าตอง หรือ รถไฟความเร็วสูง ล้วนเป็นโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนักและเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตประชาชน หากมี “รอยร้าว” แม้เพียงเสี้ยวเดียวเหมือนในเอกวาดอร์ หายนะที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินไทยจะประเมินค่าไม่ได้

              🔍 5 ปราการด่านสุดท้าย: คำถามที่รัฐบาลไทยต้องตอบให้ชัดก่อนจับปากกาเซ็นสัญญา ก่อนที่เม็ดเงินแสนล้านจะถูกอนุมัติ สังคมไทยต้องร่วมกันตรวจสอบและทวงถามความชัดเจนใน 5 ประเด็นนี้

               1. ความรับผิดชอบขั้นเด็ดขาด (Accountability): หากงานก่อสร้างเกิดปัญหารอยร้าว โครงสร้างไม่ได้มาตรฐาน ใครคือผู้รับผิดชอบที่แท้จริง? จะเป็นเพียงบริษัทร่วมทุน (JV) เล็กๆ ที่พร้อมล้มละลายหนี หรือสามารถเอาผิดไปถึงบริษัทแม่ที่ปักกิ่งได้? สัญญาต้องระบุให้ชัดเจน

               2. กับดักอนุญาโตตุลาการ (Jurisdiction): หากเกิดข้อพิพาท เราต้องไปต่อสู้ที่ไหน? ใช้กฎหมายประเทศใด? เราจะปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ที่รัฐไทยถูกบีบให้ยอมประนีประนอม ยกสัมปทานยาวนานนับสิบปีให้บริษัทผู้รับเหมาเพื่อแลกกับการยุติคดีแบบเอกวาดอร์ไม่ได้เด็ดขาด

               3. ความโปร่งใสในการประมูล (Fair Bidding): นี่คือการแข่งขันที่เป็นธรรมจริง หรือเป็นโมเดล “เงินกู้พ่วงผู้รับเหมา” (Tied Aid/Loan)? การที่จีนเสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ แลกกับการบังคับว่าต้องใช้บริษัทจีน วัสดุจีน เทคโนโลยีจีนทั้งหมด เป็นสิ่งที่รัฐไทยต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่าคุ้มค่าจริงหรือไม่

               4. การตรวจสอบประวัติเชิงลึก (Deep Vetting): PowerChina มีบริษัทลูกนับร้อยนับพัน การดูแค่ชื่อแบรนด์บริษัทแม่ไม่เพียงพอ รัฐบาลต้องสแกนประวัติการทำงานของบริษัทลูกทุกชั้นที่จะเข้ามารับงาน ว่าเคยมีประวัติทิ้งงาน ทุจริต หรือมีคดีฟ้องร้องในประเทศโลกที่สามอื่น ๆ หรือไม่

               5. กลไกตรวจสอบสินบนเด็ดขาด (Anti-Corruption Shield): ป.ป.ช., DSI และหน่วยงานตรวจสอบของไทย มีเขี้ยวเล็บพอหรือไม่ในการตรวจสอบกระแสเงินข้ามชาติ? เรามีกลไกป้องกัน “ค่าที่ปรึกษา” หรือ “บริษัทนอมินีตัวกลาง” ที่มักถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงินสินบนแล้วหรือยัง?

508495

              ⚖️ บทสรุป

               การพัฒนาประเทศเป็นสิ่งจำเป็น แต่การพัฒนาที่แลกมาด้วยการเอาอนาคตของชาติไปจำนองไว้กับหนี้สิน โครงสร้างที่เปราะบาง และการสูญเสียอธิปไตยในการบริหารจัดการ คือการพัฒนาที่ฉาบฉวยและอันตรายที่สุด เรื่องราวของ Coca Codo Sinclair ที่เอกวาดอร์ ไม่ใช่นิทานก่อนนอน แต่เป็น “รายงานชันสูตรศพ” ของโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกความโลภและการทุจริตกัดกินจากภายใน ประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนวิศวกรคนเก่ง หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบ แต่เรามักพ่ายแพ้ให้กับ “ผลประโยชน์เฉพาะหน้า” ของคนเพียงหยิบมือ ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนคนไทยต้องลุกขึ้นมาจับตา 7 เมกะโปรเจกต์นี้อย่างใกล้ชิด อย่าปล่อยให้รอยร้าวหมื่นจุดที่เอกวาดอร์ และบทเรียนตึก สตง. ถล่ม กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าที่เราหลงลืม เพราะเมื่อใดที่เสาเข็มต้นแรกลงสู่ดินและเต็มไปด้วยความทุจริต เมื่อนั้นมรดกแห่งหายนะก็ได้ถูกส่งมอบให้ลูกหลานของเราเรียบร้อยแล้ว

ที่มา: น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา

*************************************************************************************************

เรื่องน่าอ่าน