เราต้องหยุด “แชร์ลูกโซ่”

e1629815692947
“แชร์ลูกโซ่”
ไม่ใช่คำใหม่ที่พึ่งเกิดขึ้น เมื่อย้อนกลับไปรูปแบบของแชร์ลูกโซ่อาจมีการเปลี่ยนแปลง แต่เป้าหมายยังเป็นการ “หลอกลวง” อาศัยความไม่รู้หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ชักชวนผู้คนร่วมลงทุน โดยมีข้อเสนอเป็นการจ่ายผลตอบแทนหรือกำไรที่สูง เพื่อดึงดูดให้คน (เหยื่อ) สนใจร่วมลงทุนแล้วตีจากซึ่งแต่เดิมแชร์ลูกโซ่อาจแฝงหรือแอบอ้างว่าเป็นธุรกิจขายตรง โดยมีสินค้าสำหรับไว้ตั้งโชว์แต่มีพฤติการณ์มุ่งหาสมาชิก สร้างเครือข่าย ระดมเงินทุน ต่อมาเปลี่ยนรูปแบบเป็นการออมเงินหรือแชร์ต่างๆ ตามที่ปรากฎเป็นข่าว
ให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ ล่าสุด มีการแฝงเข้าไปในกลุ่มผู้ปฎิบัติธรรม หลอกให้ซื้อกองทุนผ้าป่าแบบคืนกำไร

เมื่อพิจารณากันดีๆ จะเห็นว่า “แชร์ลูกโซ่” จะมีพฤติการณ์ที่มีลักษณะคล้ายๆ กัน คือ การชักชวนให้ร่วมลงทุน เสนอผลตอบแทนที่สูง เน้นหาสมาชิกหรือสร้างเครือข่ายเพิ่ม และจะได้รับผลตอบแทนดีในช่วงแรกๆ แต่เมื่อเหยื่อไว้ใจเพิ่มเงินลงทุน การจ่ายผลตอบแทนหรือกำไรจะเริ่มเลื่อนหรือจ่ายช้าลง เพราะถูกนำไปแบ่งจ่ายให้กับสมาชิกรายใหม่ที่มาร่วมลงทุน และสุดท้ายก็หนีหายไปในที่สุด นอกจากนี้ บุคคลกลุ่มดังกล่าวมักมีการโฆษณาหรือโชว์สลิปรับเงิน ถ่ายภาพพร้อมเงินจำนวนมาก ถ่ายภาพคู่กับบุคคลที่เป็นที่รู้จักของสังคม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวเอง

สคบ. จึงขอย้ำเตือนผู้บริโภค หากมีใครหรือมีคนที่รู้จักมาชักชวน โดยมีพฤติการณ์ให้ร่วมลงทุน มีการจ่ายผลตอบแทนสูง ยิ่งเพิ่มเงินลงทุนยิ่งได้ผลตอบแทนที่สูง การลงทุนไม่มีเอกสารหรือหลักประกันที่สามารถเชื่อถือได้ นอกจากการชักชวนให้ร่วมลงทุน ขอให้ท่านระลึกไว้เสมอว่าท่านอาจตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ได้

อ้างอิงข้อมูลจาก: กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ – สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

เรื่องน่าอ่าน