“สรรเพชญ” คุมเข้มสงกรานต์ ตรึงค่าโดยสารลดภาระประชาชน
เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยในการให้บริการประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ และสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีนายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และนายศาสตรา ศรีปาน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา ร่วมลงพื้นที่ตรวจสนามบิน
นายสรรเพชญ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับประชาชนในช่วงวันหยุดยาว โดยได้ตรวจสอบการให้บริการภายในท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ พร้อมรับฟังข้อมูลปริมาณผู้โดยสาร ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่มีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารอยู่ที่ประมาณ 2.5 ล้านคนต่อปี (MAP) ขณะที่ในปี 2568 มีผู้โดยสารใช้บริการกว่า 3.31 ล้านคน และในปี 2569 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.56 ล้านคน รวมถึงมีการประเมินว่าในปี 2577 จะมีผู้โดยสารสูงถึง 4.76 ล้านคนต่อปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าปัจจุบันสนามบินเริ่มมีความหนาแน่นเกินขีดความสามารถที่รองรับได้ พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำการบริหารจัดการในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน (Peak Hour) โดยเฉพาะพื้นที่ผู้โดยสารขาออกและจุดบริการต่าง ๆ เช่น ห้องน้ำ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ได้รับข้อร้องเรียน และอยู่ระหว่างแผนปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการในระยะสั้น ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและความสะดวกของผู้โดยสาร
นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่าอากาศยานหาดใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงสนามบินของจังหวัดสงขลาเท่านั้น แต่เป็น โครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ ของภาคใต้ตอนล่าง ที่เชื่อมโยงหลายมิติสำคัญเข้าด้วยกัน ดังนั้น การพัฒนาท่าอากาศยานหาดใหญ่จึงไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาความแออัดในปัจจุบัน แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของทั้งภูมิภาค เพื่อยกระดับให้เป็น ‘South Gateway’ ของประเทศ ที่สามารถรองรับทั้งผู้โดยสาร การค้า และกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างครบวงจร
นอกจากนี้ ยังได้ตรวจความพร้อมของอาคารอเนกประสงค์ภายในท่าอากาศยาน ซึ่งใช้รองรับพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ โดยมีการเตรียมความพร้อมทั้งด้านระบบพรีเช็คอิน การบริหารจัดการสัมภาระ การจัดพื้นที่รองรับ และการแยกโซนผู้เดินทางเฉพาะ รวมถึงการบริหารจัดการจราจรอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับปริมาณผู้เดินทางจำนวนมากที่คาดว่าจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 เมษายนนี้
ในส่วนของการขนส่งทางบก ได้กำชับให้มีการจัดรถโดยสารให้เพียงพอ พร้อมทั้งดำเนินนโยบาย ตรึงราคาค่าโดยสาร ถึงวันที่ 19 เมษายน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยย้ำว่าต้องบริหารจัดการไม่ให้เกิดผู้โดยสารตกค้างทั้งขาไปและขากลับมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลต้นทุนด้านคมนาคมในภาพรวม ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพ ท่ามกลางสถานการณ์ต้นทุนพลังงานที่ยังมีความผันผวน
ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญ เช่น ถนนพระราม 2 ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ รวมถึงแนวคิดพัฒนาเส้นทางเลี่ยงเมือง (Bypass) และแก้ไขจุดคอขวดในโครงข่ายสายใต้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางในระยะยาว พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำมาตรการความปลอดภัยในช่วงเทศกาล โดยเฉพาะ “เมาไม่ขับ” และการเตรียมความพร้อมของผู้ขับขี่และยานพาหนะ เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน
ที่มา Nation ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–



เรื่องน่าอ่าน
ทะเลคลั่ง น่านน้ำปิดตาย: ยุทธศาสตร์ “ทางบกเชื่อมมหาอำนาจ” ของอิหร่าน หมากรุกกระดานใหม่ที่ท้าทายพญาอินทรี /โดย ดร.Force
รอยเลื่อนทางยุทธศาสตร์ที่ช่องแคบฮอร์มุซ – เมื่อการปิดล้อมทางทะเลทดสอบระเบียบโลกใหม่ /โดย Dr.Force
“อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ“ ถอดบทเรียนเอเชีย-ยุโรป ชงเศรษฐกิจสูงวัยเป็นวาระแห่งชาติปั้นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต สร้างตลาดใหม่ในประเทศ 9 แสนล้าน
โลกในร่มเงาของสงครามที่ไร้เสียงประกาศ เมื่อเราอาจอยู่ในจุดกึ่งกลางของวิกฤตโดยไม่รู้ตัว /โดย: ดร.Force
ทุนมังกรในดงปืนตะวันออกกลาง เมื่อ “อำนาจเงิน” เผชิญหน้า “อำนาจทหาร” และไพ่ตายที่ชื่อว่า “อิหร่าน”
“บาทแข็ง… ดั่งป้อมปราการ หรือ กรงขังเศรษฐกิจ?” ถอดรหัส Safe Haven ที่อาจต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อภาคส่งออก /โดย: ดร.Force
“สรรเพชญ” คุมเข้มสงกรานต์ ตรวจสนามบิน–ขนส่งหาดใหญ่ ชู “South Gateway” ตรึงค่าโดยสารลดภาระประชาชน
กับดักยุทธศาสตร์ที่สร้างเอง — เมื่อ “การทูตที่อิสลามาบัด” กลายเป็นเพียงทางตัน /โดย: ดร. Force