ภาพจำของสงครามที่สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำ มักจบลงด้วยสูตรสำเร็จเดิมๆ คือ การโจมตีแบบสายฟ้าแลบ รวดเร็ว แม่นยำ และจบลงด้วยชัยชนะจากเทคโนโลยีที่เหนือกว่า
แต่การปะทะกันระลอกล่าสุดกับอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 กำลังทำให้โลกเห็นภาพที่ต่างออกไป นี่ไม่ใช่แค่สงครามของการวัดพลังทำลายล้าง แต่กำลังกลายเป็น “สงครามต้นทุน” (Cost Warfare) ที่สหรัฐฯ ไม่คาดคิด จากการวิเคราะห์สถานการณ์ เราสามารถถอดรหัสความเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการทำสงครามยุคใหม่ได้ 3 ประเด็นหลัก ดังนี้ครับ
1. จุดจบของทฤษฎีเทคโนโลยีเหนือกว่า? แม้อิหร่านจะมีงบประมาณทางทหารน้อยนิดเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ แต่พวกเขาเลือกที่จะไม่งัดข้อด้วยอาวุธไฮเทคราคาแพง ในทางกลับกัน อิหร่านใช้ยุทธวิธี “ผลิตให้มาก ผลิตให้ถูก” โดยได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีบางส่วนจากจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือ
หัวใจสำคัญคือโดรนพลีชีพอย่าง Shahed-136 ที่ต้นทุนการผลิตต่ำมาก แต่กลับบีบให้ฝ่ายป้องกันอย่างสหรัฐฯ ต้องงัดเอาขีปนาวุธสกัดกั้นราคาแพงระยับมาใช้ยิงทิ้ง นี่คือสมการที่ไม่คุ้มค่า ทุกครั้งที่โดรนหลักแสนบาทบินเข้ามา สหรัฐฯ อาจต้องจ่ายเงินหลักสิบล้านในการสอยมันร่วง
2. บททดสอบระบบป้องกันภัยที่แพงที่สุดในโลก ปริมาณมหาศาลของโดรนและขีปนาวุธราคาถูก กำลังทำให้โครงข่ายการป้องกันของสหรัฐฯ และพันธมิตรในตะวันออกกลางเกิดภาวะ “Overload”
– ฐานบัญชาการกองเรือที่ 5 ในบาห์เรนถูกโจมตี
– เรดาร์เตือนภัยในกาตาร์ถูกทำลาย
– แม้แต่ระบบเรดาร์ของ THAAD มูลค่ากว่า 300 ล้านดอลลาร์ในจอร์แดน ซึ่งถือเป็นระบบป้องกันขั้นสูงสุด ก็ยังถูกโจมตี
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในยุคที่ฝ่ายตรงข้ามมีความสามารถในการโจมตีระยะไกลที่แม่นยำ (Precision Strike) ปริมาณที่มากพอสามารถเจาะทะลวงโล่ป้องกันที่ดีที่สุดในโลกได้
3. เกมกระดานนี้มี “เศรษฐกิจโลก” เป็นตัวประกัน เป้าหมายของอิหร่านไม่ได้หยุดอยู่แค่ฐานทัพ แต่เล็งเป้าไปที่ “โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน” ในตะวันออกกลาง การโจมตีใกล้โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ใน UAE จนต้องหยุดชะงัก คือตัวอย่างที่ชัดเจน
นี่คือยุทธศาสตร์ “ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว” เพราะเมื่อพลังงานถูกคุกคาม ราคาน้ำมันโลกจะพุ่งสูงขึ้น สร้างแรงกระเพื่อมต่ออัตราเงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลกโดยตรง ซึ่งจะย้อนกลับมาเป็นแรงกดดันทางการเมืองอย่างหนักต่อทำเนียบขาวในที่สุด
บทสรุป: ใครจะหมดกระสุนก่อนกัน?
คำถามสำคัญในแวดวงความมั่นคงที่วอชิงตันตอนนี้ ไม่ใช่แค่ “ใครจะชนะ” แต่คือ “คลังแสงใครจะหมดก่อนกัน” ระหว่างขีปนาวุธสกัดกั้นราคาแพงที่ผลิตทดแทนได้ช้าของสหรัฐฯ กับโดรนราคาถูกที่ผลิตได้แทบจะไร้ขีดจำกัดของอิหร่าน
สงครามครั้งนี้กำลังปฏิวัติหนังสือกฎการรบระดับโลก และพิสูจน์ให้เห็นว่า ในบางครั้ง… อาวุธที่อันตรายที่สุด อาจไม่ใช่อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงสุด แต่คืออาวุธที่ทำให้ศัตรูต้องจ่ายแพงที่สุดจนล้มละลายไปเอง
ที่มา: น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–


เรื่องน่าอ่าน
DSI บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลที่เชื่อมโยงเว็บไซต์ Shuffle เชิญผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ตรวจสอบธุรกรรม
ราชกิจจาฯ ประกาศจ่ายค่าทำศพผู้สูงอายุคนละ 3 พันบาท
ป.ป.ช.ชี้มูล พล.ร.ต.วรพล สิทธิจิตต์ กอ.รมน.ภาค 4 พร้อมนายทหาร 4 ราย พนง.เทศบาล 1 ปมบรรจุชื่อเป็นกำลังพล กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ทั้งที่ไม่ได้มาปฏิบัติงานจริง
DSI ผนึกหน่วยงานที่ดิน ตรวจสอบฟาร์มไก่บริษัทเอกชนใน จ.เพชรบูรณ์ พบพื้นที่ครอบครองกว่า 1,778 ไร่ เร่งตรวจสอบสิทธิการใช้ประโยชน์ในเขต ส.ป.ก.
“มิสเตอร์เอทานอล” ชี้ลดราคา E20-B20 ช่วยลดต้นทุนพลังงาน แนะรัฐเดินหน้ายุทธศาสตร์ เชื้อเพลิงชีวภาพแห่งชาติถอดโมเดล “รีโนว่าไบโอ(RenovaBio)” สร้างจุดเปลี่ยนยั่งยืนพึ่งตัวเอง ปลดภาระภาษีและกองทุนน้ำมัน
DSI บูรณาการการข่าวสนับสนุนหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ปฏิบัติการตรวจยึดยาเสพติด 4 ล้านเม็ด ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายอย่างต่อเนื่อง
อสังหาฯ ไทยดิ่งหนัก บ้านมือสองล้นตลาด
ราชกิจจาฯ อนุญาตให้สร้างบ้าน – อาคารบนภูเขา พร้อมมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมใหม่