
หากเรามองความขัดแย้งบนเวทีโลกผ่านเลนส์ของสื่อกระแสหลัก ข้ออ้างที่ทรงพลังที่สุดในการคว่ำบาตรหรือเตรียมใช้กำลังทหารเข้าแทรกแซงประเทศใดประเทศหนึ่ง มักหนีไม่พ้นคำว่า “การครอบครองอาวุธนิวเคลียร์” และ “ภัยคุกคามต่อสันติภาพ”
แต่หากข้ออ้างนี้เป็นเจตจำนงที่แท้จริงของสหรัฐอเมริกา คำถามตัวโตที่โลกต้องถามคือ เหตุใดวอชิงตันจึงหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหารกับ “เกาหลีเหนือ” อย่างสิ้นเชิง ทั้งที่เปียงยางทดสอบขีปนาวุธรัวๆ และมีหัวรบนิวเคลียร์พร้อมใช้งานจริง ในขณะที่ “อิหร่าน” ซึ่งยังไม่แน่ชัดด้วยซ้ำว่ามีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองหรือไม่ กลับถูกบีบคั้นและตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีอยู่ตลอดเวลา? ความย้อนแย้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดว่า “นิวเคลียร์” เป็นเพียงวาระซ่อนเร้น (Hidden Agenda) และฉากหน้าทางการเมือง เพราะเป้าหมายที่แท้จริงในการจัดการกับอิหร่าน มีเดิมพันที่ลึกซึ้งกว่านั้น นั่นคือการต่อลมหายใจให้ “เปโตรดอลลาร์” (Petrodollar) และการตัดแขนตัดขาเครือข่ายพันธมิตรขั้วใหม่อย่าง จีนและรัสเซีย
1. ปริศนาเกาหลีเหนือ: ทำไมสหรัฐถึงทำเป็นตาบอด? การทำความเข้าใจวาระซ่อนเร้นในอิหร่าน ต้องเริ่มจากการมองทะลุกรณีของเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือคือรัฐที่ประกาศตัวชัดเจนว่ามีอาวุธมหาประลัย แต่สหรัฐฯ เลือกใช้เพียงการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการซ้อมรบข่มขู่ โดยไม่กล้าจุดชนวนสงครามแตกหัก เหตุผลเชิงประจักษ์มี 2 ประการ
1.1 ราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินไป เกาหลีเหนือมีปืนใหญ่และจรวดนับหมื่นกระบอกที่จ่อเล็งกรุงโซลของเกาหลีใต้ รวมถึงฐานทัพสหรัฐฯ ในญี่ปุ่น หากเกิดสงคราม ศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกและพันธมิตรหลักจะพินาศในพริบตา
1.2 ไม่มีทรัพยากรที่คุกคามระบบดอลลาร์ นี่คือจุดที่สำคัญที่สุด เกาหลีเหนือไม่มี “น้ำมัน” ไม่ได้เป็นศูนย์กลางการค้าพลังงานของโลก และไม่ได้มีศักยภาพพอที่จะสั่นคลอนเสถียรภาพของเงินดอลลาร์สหรัฐ ในทางกลับกัน อิหร่านไม่ได้มีแต่นิวเคลียร์ (ที่ยังเป็นวาทกรรม) แต่อิหร่านนั่งทับบ่อน้ำมันมหาศาล และตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถบีบหลอดเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจโลกได้
2. ปฏิบัติการกู้ชีพ “เปโตรดอลลาร์” (The Petrodollar Resuscitation) รากฐานความยิ่งใหญ่ของสหรัฐฯ ตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ผูกติดอยู่กับข้อตกลงที่ว่า “การซื้อขายน้ำมันทั่วโลกต้องใช้เงินดอลลาร์” สิ่งนี้ทำให้สหรัฐฯ พิมพ์เงินออกมาได้มหาศาลโดยที่ความต้องการดอลลาร์ในตลาดโลกยังคงอยู่ ทว่า ปัจจุบัน อิหร่านได้กลายเป็นหัวหอกสำคัญในการเข้าร่วมกลุ่ม BRICS และพยายามผลักดันการซื้อขายน้ำมันด้วยสกุลเงินอื่น (De-dollarization) หากการกระทำนี้สำเร็จและลุกลามไปถึงประเทศผู้ค้าน้ำมันอื่นๆ ระบบเปโตรดอลลาร์จะพังทลาย เงินดอลลาร์จะไหลกลับประเทศและเกิดภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรงในสหรัฐฯ ดังนั้น การใช้ข้ออ้างเรื่อง “การสกัดกั้นนิวเคลียร์” เพื่อเข้าไปโจมตี เปลี่ยนระบอบ (Regime Change) หรือทำให้อิหร่านอ่อนแอลงขั้นสุด จึงเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการรักษาสถานะของดอลลาร์ บังคับให้โลกต้องกลับมาคุกเข่าพึ่งพา ‘กระดาษสีเขียว’ ต่อไป
3. ตอกลิ่มทลายสามเหลี่ยมมหาอำนาจ “จีน-รัสเซีย-อิหร่าน” ในเกมภูมิรัฐศาสตร์ปัจจุบัน อิหร่านคือ “ข้อต่อ” ที่เชื่อมโยงอำนาจของปักกิ่งและมอสโกเข้าด้วยกัน
3.1 สำหรับจีน – อิหร่านคือ “ปั๊มน้ำมันหลังบ้าน” ที่คอยส่งออกน้ำมันราคาถูก นอกระบบดอลลาร์ เพื่อหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์เศรษฐกิจจีนให้แข่งขันกับสหรัฐฯ ได้
3.2 สำหรับรัสเซีย – อิหร่านคือ “โรงงานผลิตอาวุธ” โดยเฉพาะโดรนกามิกาเซ่ราคาถูก ที่ช่วยให้รัสเซียสามารถยืนหยัดในสงครามยูเครนได้อย่างต่อเนื่อง การที่สหรัฐฯ หรืออิสราเอล (ในฐานะตัวแทนของชาติตะวันตกในตะวันออกกลาง) มุ่งเป้าโจมตีอิหร่าน จึงเป็นการทำสงครามเชิงยุทธศาสตร์แบบ “ยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัว” เพราะนอกจากจะจัดการศัตรูในภูมิภาคได้แล้ว ยังเป็นการ “ตัดท่อน้ำเลี้ยงพลังงานของจีน” และ “ทำลายสายส่งกำลังบำรุงของรัสเซีย” โดยที่วอชิงตันไม่ต้องเปิดศึกสายตรงกับมหาอำนาจทั้งสองให้เสี่ยงต่อสงครามโลก
4. การคุมจุดสกัด (Chokepoints) แห่งอำนาจ ความน่ากลัวอีกประการของอิหร่านคือเครือข่ายนักรบตัวแทน (Axis of Resistance) และการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเปรียบเสมือนลำคอหอยที่น้ำมันโลกกว่า 20% ต้องไหลผ่าน กลุ่มติดอาวุธอย่างฮูตีได้พิสูจน์แล้วว่า เพียงใช้อาวุธราคาถูกที่อิหร่านสนับสนุน ก็สามารถปิดล้อมทะเลแดง และดันให้ค่าขนส่งทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นได้ การจัดการกับอิหร่านที่ต้นทาง จึงเป็นการทวงคืนอำนาจควบคุมเส้นทางการค้าโลกกลับมาไว้ในมือของสหรัฐฯ อีกครั้ง
บทสรุป: เมื่อ “ข้ออ้างนิวเคลียร์” ซ่อน “สงครามเศรษฐกิจ”
ในโลกของการเมืองระหว่างประเทศที่ไร้ความปรานี อาวุธทำลายล้างที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่นิวเคลียร์ที่ยังสร้างไม่เสร็จในกรุงเตหะราน แต่มันคือ “ระบบการเงิน” ที่บีบบังคับให้ประเทศต่างๆ ต้องปฏิบัติตาม การเปรียบเทียบระหว่างเกาหลีเหนือและอิหร่าน ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะไม่เปิดฉากสงครามเพียงเพราะประเทศใดประเทศหนึ่งมีอาวุธมหาประลัย (หากประเทศนั้นไม่มีสิ่งล่อใจทางเศรษฐกิจ) แต่สหรัฐฯ พร้อมจะใช้กลไกทางทหารทันที หากประเทศนั้นมีศักยภาพมากพอที่จะโค่นล้มบัลลังก์ “ดอลลาร์” และไปจับมือเป็นพันธมิตรกับศัตรูหมายเลขหนึ่งอย่างจีนและรัสเซีย วาระซ่อนเร้นในตะวันออกกลางครั้งนี้ จึงเป็นสงครามเพื่อรักษาระเบียบโลกเก่า ทำ CPR ต่อลมหายใจให้จักรวรรดิอเมริกา และตอกย้ำให้โลกได้รู้ว่า ใครคือผู้คุมกฎเกณฑ์ที่แท้จริงครับ
ที่มา: น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–


เรื่องน่าอ่าน
10 คณะกรรมการโก๋ & กี๋หลังวังรุ่นเก๋า!!! ร่วมค้นหาดาวดวงใหม่ ครองแชมป์ “โก๋หลังวัง” ซีซั่น 4 ปี 2569 ลุ้น!!! ไปกับ 20 โก๋ & กี๋ หลังวังรุ่นใหม่ รอบชิงชนะเลิศ 20 กันยายนนี้ ณ เวทีศาลาเฉลิมกรุง
กรณีคดีฮั้ว สว. ผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์
ศุภณัฐกาง 7 พิรุธเช่ารถขยะ EV กทม. งบหมื่นล้านตลอด 3 ปี ล่มคามือ เหตุทำผิดกฎหมาย-ล็อกสเปก
ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี เพื่อต่อสู้กับปัญหาเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
กบน.ปรับอัตรากองทุนน้ำมันใหม่ อุดหนุนดีเซล 8.43 บาท/ลิตร มีผล 16 ก.ย. 2569 หลังกบง.เคาะลดดีเซลหน้าโรงกลั่นลิตรละ 4 บาท
เครือข่ายสารเสพติดบุกพรรคภูมิใจไทย จี้ “อนุทิน” ลงนามดัน พ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับประชาชนเข้าสภา
DSI บูรณาการร่วมกับ 18 หน่วยงาน ร่วมกันตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยว่ากระทำความผิดตามอนุสัญญาบาเซล โดยการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคม ปรับราคาค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา รถ 4 ล้อ จาก 65 บาท เป็น 80 บาท มีผล 15 ธันวาคม 2569