สถานการณ์ปัจจุบันพบว่า กลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติด ,คดีความผิดเกี่ยวกับฉ้อโกงประชาชน ,คดีการค้ามนุษย์ และคดีอาญาอื่นที่เป็นความผิดมูลฐาน ผู้กระทำผิด จะมีการปกปิดอำพรางตัวตน แหล่งที่มาของเงิน หรือ ทรัพย์สิน ที่ได้จากการกระทำความผิด ซึ่งเชื่อมโยง ไปยังตนเอง หรือ เครือข่ายองค์กรอาชญากรรม จากผลการดำเนินคดีพิเศษที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มบุคคลผู้กระทำความผิด จะใช้บัญชีเงินฝากธนาคารของผู้อื่น ในการทำธุรกรรมทางการเงิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือ รับโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิด อันเป็นการตัดตอน ไม่ให้สาวถึงตนเอง ซึ่งพบว่ากลุ่มองค์กรอาชญากรรม จะมีการแบ่งงานกันทำตามความสามารถ หรือ สถานะ โดยพบว่ามีกลุ่มที่ทำหน้าที่จัดหาบัญชีเงินฝากธนาคาร ได้ใช้วิธีการชักชวน และรับซื้อบัญชีเงินฝากธนาคาร จากบุคคลทั่วไปที่มีรายได้น้อย หรือ มีความเดือดร้อนทางการเงิน โดยใช้วิธีการชักชวนผ่านทางสื่อโซเซี่ยลในรูปแบบต่างๆ และติดต่อโดยตรงจากบุคคลที่รู้จัก ให้ไปทำการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารผูกกับหมายเลขโทรศัพท์มือถือ เพื่อใช้ทำธุรกรรมโอนเงินรับโอนเงิน ทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต พร้อมกับบัตรเอทีเอ็ม รวมทั้งใช้ในการฝากเงิน หรือ ถอนเงินผ่านตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ตู้เอทีเอ็ม) โดยจะรับซื้อบัญชีเงินฝากธนาคารพร้อมบัตรเอทีเอ็ม ในราคาหลักพันถึงหลักหมื่นบาท จากนั้น จะมีการรวบรวมบัญชีเงินฝากธนาคารพร้อมซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ ส่งไปให้ผู้กระทำผิดนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรม เพื่อทำธุรกรรมโอนเงินรับโอนเงินจากการกระทำความผิด เช่น ใช้ในการโอนเงินรับโอนเงินค่ายาเสพติด หรือ ใช้เป็นบัญชีในการโอนเงินรับโอนเงินจากการค้ามนุษย์ หรือ ใช้เป็นบัญชีรับโอนเงินจากการหลอกลวง หรือ ฉ้อโกงประชาชน
ซึ่งจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า กลุ่มบัญชีเงินฝากธนาคาร ที่ใช้ในการกระทำความผิดประเภทดังกล่าว มีการทำธุรกรรมที่มียอดเงินในบัญชีค่อนข้างสูงหลายสิบล้านบาท ถึงหลายร้อยล้านบาท พฤติการณ์ดังกล่าวจึงสร้างความเสียหายทั้งต่อผู้คนในสังคม และส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงยากต่อการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
เมื่อพบว่ามีการกระทำความผิดอาญาที่เป็นคดีพิเศษ หรือ คดีความผิดมูลฐานขึ้น จะมีขั้นตอนการตรวจสอบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของบุคคล เครือข่าย หรือ กลุ่มองค์กรอาชญากรรมดังกล่าว ซึ่งหากพบว่า มีเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือ ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดใด ก็จะมีขั้นตอนการยับยั้งการทำธุรกรรมโดยการยึด หรือ อายัดเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือ ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หากเป็นเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร หน่วยงานจะมีหนังสือแจ้งรายชื่อบัญชีเงินฝากไปยังธนาคาร หรือ สถาบันการเงิน เพื่อทำการอายัดบัญชีเงินฝากดังกล่าว จากนั้นจะมีหนังสือเชิญ หรือ มีหมายเรียกเพื่อให้เจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคาร เข้ามาชี้แจงแหล่งที่มาของเงินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดนั้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่ผู้ที่เป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าว มักจะกล่าวอ้างว่า ตนเองรับจ้างเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร โดยได้รับค่าจ้างในราคาหลักพันบาท ถึงหลักหมื่นบาท โดยไม่รู้ หรือ ไม่ทราบว่าบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิด และไม่สามารถชี้แจงที่มาของเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารได้ ดังนั้น เจ้าของบัญชีดังกล่าว อาจถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกัน หรือ สนับสนุนช่วยเหลือการกระทำความผิดอาญาในฐานนั้น อีกทั้ง เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าว จะถูกยึด อายัด หรือ ตกเป็นของกลางในคดีไปด้วย
นอกจากนี้ในส่วนของเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคาร หากพบว่ามีเจตนาเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร เพื่อใช้ในการกระทำความผิด โดยรู้ว่าบัญชีเงินฝากธนาคาร จะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดมูลฐาน อาจถูกแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความผิดอาญาฐานฟอกเงิน ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือ ปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้งบัญชีเงินฝากธนาคารที่ถูกยึด หรือ อายัด จะถูกแจ้งไปยังธนาคาร โดยจะปรากฏข้อมูลเจ้าของบัญชีเงินฝาก และยังถูกแจ้งชื่อไปยังสถาบันการเงิน (Customer Due Diligence: CDD) โดยถูกจัดเป็นข้อมูลบุคคลเฝ้าระวัง (Watch list) เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งต้องถูกตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงินส่งผลต่อการทำธุรกรรมของเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือ บุคคลในครอบครัว โดยอาจถูกสถาบันทางการเงินปฏิเสธการทำธุรกรรมไม่สามารถเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารได้ และไม่สามารถเปิดใช้บัตรเครดิตต่างๆ รวมทั้งอาจไม่สามารถกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินได้
จึงเห็นได้ว่าหากถูกดำเนินการดังกล่าว ขอให้ผู้ที่คิดจะรับจ้างเปิดบัญชี หรือ ขายบัญชีเงินฝากธนาคารให้แก่บุคคลอื่น ซึ่งส่วนใหญ่มีเจตนานำไปใช้ในการกระทำความผิดนั้น ทบทวนให้ดีว่า ผลที่ได้รับตามมานั้น ไม่คุ้มค่าเลย กับเงินที่ได้รับมาเพียงหลักพัน หรือ หลักหมื่นบาท เพื่อแลกกับการถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย อีกทั้งต้องเสียเวลา เสียค่าเดินทาง เสียค่าที่พัก ค่าธรรมเนียมศาล และเสียโอกาสในการประกอบอาชีพด้วย อาจถูกจัดให้เป็นบุคคลเฝ้าระวังจากสถาบันการเงิน ท้ายที่สุดอาจเสียอนาคต เพราะตกเป็นผู้ต้องหามีประวัติอาชญากรติดตัวอีกด้วย
ประวัติผู้เขียน
ชื่อ-สกุล: ร้อยตำรวจเอก ทินวุฒิ สีละพัฒน์
ตำแหน่ง: รองผู้อำนวยการกอง
สังกัด: กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม
ประวัติการทำงาน :
- ปี พ.ศ.2539 เคยรับราชการตำรวจ แล้วโอนมารับราชการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อปี พ.ศ.2547
- ปั พ.ศ.2547-ปัจจุบัน ปฎิบัติหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ อาทิ ส่วนสืบสวนและสะกดรอย ,สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา ,สำนักคดีเทคโนโลยีสารสนเทศ ,สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ .ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมร้ายแรงและก่อการร้ายสากล ,กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ
การทำงาน: ด้านการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ คดีอาชญากรรมที่เป็นกลุ่มองค์กร และอาชญากรรมข้ามชาติ หลายคดี อาทิ คดีความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนใต้ ,คดีกลุ่มค้ายาเสพติดข้ามชาติ ,ขบวนการค้าหนังสือเดินทางปลอมรายใหญ่ ,คดีผู้ร้ายข้ามแดน ,คดีแชร์ลูกโซ่เครือข่ายข้ามชาติ ,คดีฟอกเงินเครือข่ายยาเสพติด เป็นต้น และด้านการต่างประเทศ เป็นผู้เข้าร่วมประชุมเจรจาด้านความร่วมมือการบังคับใช้กฎหมาย กับ หน่วยงานต่างประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ อีกทั้งงานด้านวิชาการ เป็นวิทยากรให้ความรู้ในหัวข้อเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวน ,ยุทธวิธีการบังคับใช้กฎหมาย ,การบริหารเหตุวิกฤต และวิทยากรบรรยายในเรื่องการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และก่อการร้าย ให้แก่ บุคลากรกรมสอบสวนคดีพิเศษ ,ตำรวจ รวมถึงหน่วยงานความมั่นคงของไทย และต่างประเทศ อีกทั้งได้รับการแต่งตั้งเป็น เจ้าหน้าที่เจรจาต่อรองแห่งชาติ ของศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายสากล กองทัพไทย
รางวัล/ผลสำเร็จ:
– ได้รับ โล่ประกาศเกียรติคุณ สำหรับ ข้าราชการตำรวจสันติบาล ตัวอย่างของความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ทุจริต และเห็นแก่อามิสสินจ้าง ของ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ปี พ.ศ.2545
– ได้รับ ใบประกาศเกียรติคุณ ผลสำเร็จและความร่วมมือปราบปราม ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ จากสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย (DEA) ปี พ.ศ.2552
– ได้รับ หนังสือชมเชย ผลความร่วมมือปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จาก สำนักงานปราบปรามอาชญากรรมร้ายแรง (SOCA) รัฐบาลสหราชอาณาจักร ปี พ.ศ.2553
– ได้รับ โล่ประกาศเกียรติคุณ ผลความร่วมมือดีเยี่ยม ด้านการปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ระหว่าง ประเทศไทยและสเปน จาก สนง.ตำรวจแห่งชาติสเปน โดย เอกอัครราชทูตสเปน ประจำประเทศไทย ปี พ.ศ.2554 และปี พ.ศ. 2555
– ได้รับ หนังสือชมเชย และเหรียญเกียรติยศ ผลสำเร็จในความร่วมมือต่อต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จาก กรมกิจการพรมแดนแคนาดา ประเทศแคนาดา โดย ผู้อำนวยการกรมกิจการพรมแดน ประจำภูมิภาคเอเชีย ปี พ.ศ.2555
– ได้รับ ใบประกาศนียบัตร และเข็มเกียรติคุณ ในฐานะ รางวัลบุคคลต้นแบบ “คนดี ดีเอสไอ” ในโอกาสครบรอบ 12 ปี ของการก่อตั้ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ประจำปี พ.ศ.2557
– ได้รับ ใบประกาศเกียรติคุณเป็นวิทยากร บรรยายในหัวข้อ Transnational Crime Threat Vignette ประชุมเชิงปฏิบัติการความร่วมมือต่อต้านภัยคุกคามอาชญากรรมข้ามชาติ จาก ผู้จัดโครงการคือ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองทัพบก ร่วมกับ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษภาคพื้นแปซิฟิก กองทัพสหรัฐอเมริกา (USSOCPAC) ปี พ.ศ.2558
– ได้รับ หนังสือขอบคุณ สำหรับกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ และส่งเสริมความร่วมมืออันดียิ่ง กับ ผู้แทนกลุ่มประชาคมหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองระหว่างประเทศ (ตม.อังกฤษ ,สหรัฐฯ,ออสเตรเลีย,นิวซีแลนด์,แคนาดา) ปี พ.ศ.2558
– ได้รับ หนังสือขอบคุณวิทยากร จาก ศูนย์พัฒนาด้านการข่าว กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ในหัวข้อบรรยาย การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติและก่อการร้าย ภายใต้หลักนิติธรรม ให้แก่ นายตำรวจตำรวจสันติบาล ปี พ.ศ. 2558
– ได้รับ หนังสือขอบคุณวิทยากร จาก เจ้ากรมข่าวทหารบก กองทัพบก ในหัวข้อบรรยายเรื่อง การก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ ความท้าทายของประชาคมอาเซียน ให้แก่ นายทหารผู้ช่วยทูตทหารของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน และผู้แทนหน่วยงานด้านการข่าว และความมั่นคง ปี พ.ศ.2558
– ได้รับ โล่ประกาศเกียรติคุณ และขอบคุณผลความร่วมมือต่อต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติค้ายาเสพติด จาก เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย และนายตำรวจผู้แทนกรมตำรวจเนเธอร์แลนด์ ปี พ.ศ.2558
– ได้รับ หนังสือขอบคุณในความร่วมมือ และมีส่วนร่วมในการฝึกบริหารเหตุวิกฤตการณ์ระดับชาติ (C-MEX 17) จากสภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อ 31 ก.ค.2560




เรื่องน่าอ่าน
DSI สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ เสนอความเห็นควรฟ้องบริษัทนอมินีต่างชาติ ตั้งเพื่อซื้อขายที่ดินในจังหวัดท่องเที่ยวภาคใต้
“Trump makes China great again” เมื่อความผันผวนของวอชิงตันผลักโลกสู่อ้อมกอดปักกิ่ง /By Dr.Force
เมื่อมหาอำนาจปะทะศักดิ์ศรี – วิกฤต “Epic Fury” และการทวงคืนของเปอร์เซียที่เขย่าโลก /โดย: Dr.Force
ชมบรรยากาศ งานแถลงข่าวคอนเสิร์ต “เริงลีลาศ…เพลงสุนทราภรณ์”
DSI ร่วมกับ ตม.สุวรรณภูมิ จับกุมผู้ต้องหาหลอกผู้เสียหายกว่า 700 ราย ลงทุนกองทุนสแตนดาร์ดมอร์แกนขณะเดินทางเข้าไทย
นัยทางความมั่นคงจากพัฒนาการของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ กรณีศึกษาปรากฏการณ์ปักกิ่ง 2026 /โดย: ดร.Force
DSI รับมอบสำนวนการสอบสวนคดีน้ำมันเชื้อเพลิงจาก ภจว.สุราษฏร์ธานี แล้ววันนี้ เร่งเดินหน้าสอบสวนต่อทันที
🌸 เชิญส่งผลงานเข้าร่วมประกวด 🌼 MIDL Award 2026 การสร้างสื่อสร้างสรรค์และรู้เท่าทันสื่อ ระดับประเทศ 🌼