ทองคำและแร่เงินในระเบียบโลกใหม่ : นัยสำคัญทางยุทธศาสตร์ภายใต้กระแสภูมิรัฐศาสตร์หลายขั้ว (Multipolarity) /โดย ดร.Force

1946282 scaled

              บทวิเคราะห์สถานการณ์ตลาด : กุมภาพันธ์ 2569

              ภาพความผันผวนของราคาทองคำในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ของการเก็งกำไรในตลาดทุน (Capital Market) เพียงอย่างเดียว แต่หากพิจารณาผ่านเลนส์ทางรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์มหภาค การดีดตัวกลับอย่างรุนแรงของราคาทองคำสู่ระดับประชิด 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ คือสัญญาณชีพที่บ่งบอกถึงความเปราะบางและการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างอำนาจโลก

               กราฟราคาที่ปรากฏการฟื้นตัวแบบ “V-Shape” จากระดับต่ำสุดขึ้นมาเคลื่อนไหวในกรอบ 4,900–4,966 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (Spot Price) ส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศไทยแกว่งตัวอยู่ที่ระดับ 72,700–73,000 บาท สะท้อนให้เห็นว่า “ความเชื่อมั่น” ในระบบการเงินแบบดั้งเดิมกำลังถูกท้าทาย และสินทรัพย์ที่แท้จริง (Real Assets) กำลังกลับมาทวงคืนบัลลังก์

               พลวัต 5 ประการ: ทำไมทองคำจึงยืนหยัดท้าทายพายุเศรษฐกิจ  การฟื้นตัวของราคาทองคำหลังจากการเทขายอย่างหนัก (Panic Sell) อันเนื่องมาจากความกังวลต่อนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ภายใต้แคนดิเดตประธานคนใหม่อย่าง Kevin Warsh หรือการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ Margin ของ CME นั้น เป็นเพียงปฏิกิริยาระยะสั้น แต่ในเชิงโครงสร้าง (Structural Factors) ทองคำถูกขับเคลื่อนด้วย 5 ปัจจัยหลักที่สัมพันธ์กับระเบียบโลกยุคหลายขั้วอำนาจ

               1) ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เรื้อรัง (Geopolitical Structural Risks)  โลกในปัจจุบันไม่ได้หมุนรอบขั้วอำนาจเดียวอีกต่อไป ความขัดแย้งในยูเครน ตะวันออกกลาง และความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวันหรือทะเลจีนใต้ ทำให้ “ความไม่แน่นอน” กลายเป็น New Normal ในสภาวะที่มหาอำนาจเผชิญหน้ากัน ทองคำจึงทำหน้าที่เป็น “หลุมหลบภัยสุดท้าย” (Ultimate Safe Haven) ที่ปลอดจากความเสี่ยงของคู่สัญญา (Counterparty Risk)

              2) ปรากฏการณ์ De-dollarization และการสะสมทุนสำรอง  ธนาคารกลางในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมถึงจีนและตุรกี ยังคงเดินหน้าสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง นัยสำคัญคือการพยายามกระจายความเสี่ยงออกจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นการยืนยันว่า ทองคำคือสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่รัฐชาติจำเป็นต้องถือครองเพื่อค้ำจุนเสถียรภาพ

              3) กับดักหนี้สาธารณะและวิกฤตศรัทธาในเงินตรา  ระดับหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น สร้างคำถามต่อความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาว นักลงทุนสถาบันเริ่มมองทองคำในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากการเสื่อมค่าของเงินกระดาษ (Fiat Currency Debasement) ซึ่งเป็น Narrative หลักที่ผลักดันราคามาตลอดหลายปี

              4) สหสัมพันธ์ผกผันของค่าเงินดอลลาร์ (Dollar Inverse Correlation)  เมื่อดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (DXY) อ่อนค่าลงตามกลไกตลาด ทองคำซึ่งถูกกำหนดราคาด้วยดอลลาร์จะมีมูลค่าที่ดึงดูดใจมากขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น ทำให้เกิดกระแสเงินทุนไหลเข้า (Capital Inflow) อย่างรวดเร็ว

              5) พฤติกรรม “Buy the Dip” ของ Smart Money  การร่วงลงของราคาจากการตื่นตระหนกข่าวนโยบายการเงิน ถูกมองว่าเป็น “โอกาส” ของนักลงทุนระยะยาวและกองทุนขนาดใหญ่ ที่เข้ามาช้อนซื้อเพื่อเฉลี่ยต้นทุน สะท้อนว่าพื้นฐานความต้องการทองคำยังคงแข็งแกร่งมาก

              แร่เงิน (Silver): ม้าศึกคู่บารมีในยุคเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด  ในขณะที่ทองคำทำหน้าที่เป็น “โล่” ป้องกันความมั่งคั่ง แร่เงิน (Silver) เปรียบเสมือน “หอก” ที่มีความผันผวนสูงกว่าแต่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเมื่อตลาดเข้าสู่ภาวะ Risk-On การฟื้นตัวของราคาแร่เงินมีปัจจัยสนับสนุนแบบ “Dual Mandate”

              1) สถานะโลหะมีค่า (Precious Metal) เคลื่อนไหวตามทิศทางทองคำในฐานะ Store of Value
              2) สถานะโลหะอุตสาหกรรม (Industrial Metal) ความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นจากอุตสาหกรรมแผงโซลาร์เซลล์ (Green Energy) และโครงสร้างพื้นฐาน AI ทำให้แร่เงินมีปัจจัยพื้นฐานรองรับที่แข็งแกร่งกว่าในอดีต

1946283

              บทสรุปและทิศทางในอนาคต: สู่ระดับ 5,000 ดอลลาร์และไกลกว่านั้น?

               การเคลื่อนไหวของราคาในกรอบ $4,900 – $5,000 ถือเป็นจุดวัดใจทางจิตวิทยา แม้ใน ระยะสั้น ตลาดจะยังคงผันผวนตามตัวเลขเศรษฐกิจและถ้อยแถลงของ Fed แต่ใน ระยะยาว นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองไปในทิศทางเดียวกันว่า เป้าหมาย $5,000 – $6,000 ภายในปี 2569 ไม่ใช่เรื่องเกินจริง

               เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ “วัฏจักรราคา” แต่คือ “การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการเงินโลก” (Financial Paradigm Shift) เมื่อโลกแบ่งขั้ว ระบบการเงินเปราะบาง ทองคำจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “ทางรอด” สำหรับรัฐบาลและนักลงทุนที่มองเกมยาว

               การลงทุนในช่วงเวลานี้จึงไม่ใช่การไล่ราคา แต่เป็นการวางกลยุทธ์เพื่อถือครองสินทรัพย์ที่มีมูลค่าแท้จริง ท่ามกลางโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ระเบียบใหม่ที่คาดเดาได้ยากยิ่ง

 

ที่มา น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

เรื่องน่าอ่าน