
กรมสอบสวนคดีพิเศษ เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เปิดปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการลักลอบทำเหมืองขุดเงินดิจิทัลโดยผิดกฎหมาย ที่มีการลักลอบใช้ไฟฟ้าของรัฐและพัวพันกับเจ้าหน้าที่รัฐหลายระดับ สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ร่วมแถลงข่าวภายหลังเปิดปฏิบัติการ “Operation Copperhead” ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและขยายผลไปถึงเครือข่ายทั้งหมดรวมถึงผู้มีอิทธิพลและผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกระทำความผิด
ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ขยายผลภายใต้ปฏิบัติการ “Clean House” ตรวจค้นเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองบิตคอยน์เถื่อน ยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัลจำนวน 3,642 เครื่อง พร้อมพยานหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงถึงกลุ่มนายทุนและเจ้าหน้าที่รัฐ จนนำไปสู่การขอศาลออกหมายค้น 7 เป้าหมาย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และจังหวัดสมุทรสาคร ผลการตรวจค้นพบเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า 3 ราย ซึ่งมีตำแหน่งระดับบริหารและปฏิบัติการ มีพฤติการณ์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เอื้อประโยชน์ให้แก่ขบวนการเหมืองบิตคอยน์เถื่อน ทั้งการจัดหาโกดัง อำนวยความสะดวกด้านไฟฟ้าและหม้อแปลง ตรวจสอบโหลดไฟ รวมถึงรับผลประโยชน์เป็นรายเดือนตั้งแต่หลักแสนถึงประมาณ 4 แสนบาท โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์พกพา และสมุดบัญชีธนาคาร ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการเชื่อมโยงเส้นทางการเงิน และการทุจริตการสืบสวนยังพบความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มนายทุนและเครือข่ายจีนเทา รวมถึงบุคคลที่ต้องสงสัยว่าพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยตรวจยึดพยานหลักฐานจำนวนมาก
อาทิ โทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง คอมพิวเตอร์ เครื่องบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด และเอกสารทางคดีจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการร่วมมือกันเป็นขบวนการอย่างเป็นระบบ ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้นำคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้ว่าการไฟฟ้าฯ จำนวน 3 จุด ในจังหวัดนครปฐมและจังหวัดชลบุรี ผลจากการตรวจค้นพบเงินสดและหลักฐานการนำเงินฝากเข้าธนาคาร รวมมูลค่ากว่า 15,770,000 บาท พร้อมสมุดบัญชีธนาคาร 10 เล่ม โดยพบว่ารายได้ที่ตรวจสอบได้ไม่สอดคล้องกับทรัพย์สินที่ครอบครอง ซึ่งเข้าข่ายการร่ำรวยผิดปกติ

กรมสอบสวนคดีพิเศษยืนยันว่า จะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทุกรายอย่างเสมอภาค ไม่ละเว้นแม้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้มีตำแหน่งหน้าที่ พร้อมเร่งรัดสำนวนส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และหากตรวจพบว่ามีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นใดเกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
————————————————————————————————————





เรื่องน่าอ่าน
10 คณะกรรมการโก๋ & กี๋หลังวังรุ่นเก๋า!!! ร่วมค้นหาดาวดวงใหม่ ครองแชมป์ “โก๋หลังวัง” ซีซั่น 4 ปี 2569 ลุ้น!!! ไปกับ 20 โก๋ & กี๋ หลังวังรุ่นใหม่ รอบชิงชนะเลิศ 20 กันยายนนี้ ณ เวทีศาลาเฉลิมกรุง
กรณีคดีฮั้ว สว. ผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์
ศุภณัฐกาง 7 พิรุธเช่ารถขยะ EV กทม. งบหมื่นล้านตลอด 3 ปี ล่มคามือ เหตุทำผิดกฎหมาย-ล็อกสเปก
ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี เพื่อต่อสู้กับปัญหาเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
กบน.ปรับอัตรากองทุนน้ำมันใหม่ อุดหนุนดีเซล 8.43 บาท/ลิตร มีผล 16 ก.ย. 2569 หลังกบง.เคาะลดดีเซลหน้าโรงกลั่นลิตรละ 4 บาท
เครือข่ายสารเสพติดบุกพรรคภูมิใจไทย จี้ “อนุทิน” ลงนามดัน พ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับประชาชนเข้าสภา
DSI บูรณาการร่วมกับ 18 หน่วยงาน ร่วมกันตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยว่ากระทำความผิดตามอนุสัญญาบาเซล โดยการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคม ปรับราคาค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา รถ 4 ล้อ จาก 65 บาท เป็น 80 บาท มีผล 15 ธันวาคม 2569