กรีนแลนด์ : ป้อมปราการน้ำแข็งและ “ทางด่วน” ขีปนาวุธข้ามทวีป ICBM โดย ดร.Force

1913405 scaled

      ในห้วงระยะเวลาตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีจนถึงบัดนี้ เราได้ยิน ได้อ่าน ได้ฟังข่าวเกี่ยวกับ “ความต้องการ” เกาะกรีนแลนด์เป็นอย่างมากของสหรัฐอเมริกา และทำให้บรรยากาศตึงเครียดมากในช่วงต้นปีนี้ เกิดความขัดแย้งกับชาติยุโรปตามๆ มา และโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มข่มขู่พันธมิตรจะขึ้นภาษีเพิ่มจากชาติที่ไม่เห็นด้วยกับขอซื้อและขอครอบครองเกาะแห่งนี้ ด้วยข้ออ้างความมั่นคงฯ ของสหรัฐ !!!

             วันนี้ผมจะมาวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพกว้างขึ้น ว่าด้วยเรื่องยุทธศาสตร์ความมั่นคงจากยุคทรูแมนสู่ยุคทรัมป์ ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร เพื่อให้เข้าใจบริบทตรงนี้มากขึ้นครับ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงเจตจำนงในการ “ขอซื้อเกาะกรีนแลนด์” จากเดนมาร์ก โลกส่วนใหญ่มองเป็นเรื่องขบขันหรือพฤติกรรมทางธุรกิจที่แปลกประหลาด แต่หากกางแผนที่โลกในมุมมองทางทหารและฟิสิกส์ดาราศาสตร์แล้ว ข้อเสนอนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ใช่เรื่องไร้สาระ หากแต่เป็น “ความจำเป็นทางยุทธศาสตร์” (Strategic Necessity) ที่สหรัฐฯ ตระหนักรู้มาตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

              ขออธิบายเรียบเรียงเป็นข้อๆ ดังนี้

              1. ภาพลวงตาของแผนที่และการค้นพบ “เส้นทางวงกลมใหญ่” (Great Circle Route) ความเข้าใจผิดของคนทั่วไปมักเกิดจากแผนที่โลกแบบแบน (Mercator Projection) ที่ทำให้เราเห็นสหรัฐฯ และรัสเซียอยู่คนละฝั่งซ้ายขวา แต่ในความเป็นจริงของโลกทรงกลม เส้นทางที่สั้นที่สุดในการเดินทางระหว่างสองมหาอำนาจนิวเคลียร์ไม่ใช่การข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกหรือแอตแลนติก แต่คือการ “ข้ามขั้วโลกเหนือ”

               กรีนแลนด์ จึงไม่ได้เป็นเพียงเกาะน้ำแข็งที่ห่างไกล แต่ตั้งตระหง่านอยู่ในตำแหน่ง “ผู้เฝ้าประตู” (Gatekeeper) ของทวีปอเมริกาเหนือ หากรัสเซียหรือจีนตัดสินใจยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ใส่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หรือเมืองสำคัญอื่นๆ วิถีของจรวดเหล่านั้นแทบทั้งหมดจะต้องพาดผ่านน่านฟ้าของกรีนแลนด์

              2. ฟิสิกส์ของขีปนาวุธ: ทำไมต้องสกัดกั้นเหนือกรีนแลนด์? เหตุผลทางวิศวกรรมการทหารคือหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ การยิงขีปนาวุธข้ามทวีปเป็นการยิงในวิถีโค้ง (Ballistic Trajectory) เหมือนการขว้างก้อนหินขึ้นฟ้า ซึ่งแบ่งการทำงานเป็น 3 ระยะ และกรีนแลนด์กุมความได้เปรียบในระยะที่สำคัญที่สุด

                 2.1 จุดสูงสุดของวิถีโค้ง (Apogee)  ตำแหน่งที่ขีปนาวุธลอยตัวสูงสุดมักจะอยู่เหนือบริเวณขั้วโลกหรือกรีนแลนด์ ตามหลักฟิสิกส์ ที่จุดยอดนี้ขีปนาวุธจะมี “ความเร็วต่ำที่สุด” (เนื่องจากแรงโน้มถ่วงดึงรั้งก่อนจะดิ่งลง) และมี “เสถียรภาพมากที่สุด” (เคลื่อนที่นิ่งที่สุด)

                 2.2 โอกาสทองในการสกัดกั้น (Interception Window)  การยิงสกัดขีปนาวุธในขณะที่มันลอยเคว้งอยู่ที่จุดสูงสุดเหนือกรีนแลนด์ (Mid-course Phase) มีโอกาสสำเร็จสูงกว่าการรอให้มันพุ่งดิ่งลงสู่สหรัฐฯ (Terminal Phase) ซึ่งในตอนนั้นหัวรบจะมีความเร็วสูงมหาศาลและอาจมีการปล่อยเป้าลวง (Decoys)

                 2.3 ข้อจำกัดของระบบหลบหลีก ขีปนาวุธสมัยใหม่ (Smart Missiles) อาจมีระบบขับดันเพื่อเบี่ยงวิถีหลบหลีกการสกัดกั้น แต่ศักยภาพในการเบี่ยงเบนทิศทางนี้จะทำได้ยากที่สุดเมื่ออยู่ในจุดสูงสุดของวิถีโค้ง

                ดังนั้น ในมุมมองของเพนตากอน กรีนแลนด์จึงเป็น “สนามยิงสกัดที่ดีที่สุดในโลก” หากเสียพื้นที่นี้ไป เท่ากับสหรัฐฯ เสียโอกาสทองในการป้องกันตนเอง (และกลัวรัสเซีย-จีนจะเข้ามายึดครองก่อนตน)

              3. ประวัติศาสตร์ที่ซ้ำรอย: จากทรูแมน (1946) ถึง ทรัมป์ (2026)  ความต้องการในกรีนแลนด์ไม่ใช่เรื่องอารมณ์ชั่ววูบของผู้นำคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นนโยบายความมั่นคงระยะยาว

                   3.1 แฮร์รี เอส. ทรูแมน (1946): หลังจบสงครามโลกครั้งที่ 2 และเริ่มเข้าสู่สงครามเย็น ประธานาธิบดีทรูแมนมองเห็นภัยคุกคามจากโซเวียต เขาจึงเคยเสนอซื้อเกาะกรีนแลนด์จากเดนมาร์กด้วยทองคำมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ (มูลค่ามหาศาลในยุคนั้น) แต่ถูกปฏิเสธ

                  3.2 ฐานทัพอากาศทูเล (Thule Air Base) หรือ Pituffik Space Base : แม้จะซื้อไม่สำเร็จ แต่สหรัฐฯ ก็ผลักดันจนสามารถตั้งฐานทัพที่อยู่เหนือสุดของโลกได้สำเร็จ ฐานทัพนี้คือ “ดวงตา” ของสหรัฐฯ ที่ติดตั้งระบบเรดาร์แจ้งเตือนล่วงหน้า (Early Warning Radar) ที่ทรงพลังที่สุด หากไม่มีเรดาร์ที่นี่ สหรัฐฯ จะรู้ตัวว่าถูกโจมตีช้าไปหลายนาที ซึ่งในสงครามนิวเคลียร์ ทุกวินาทีหมายถึงชีวิตคนนับล้าน

                 3.3 โดนัลด์ ทรัมป์ (2026): การรื้อฟื้นแนวคิดซื้อเกาะกรีนแลนด์ของทรัมป์อีกครั้ง แม้จะดูโผงผาง แต่มีรากฐานมาจากความกังวลเดิม คือการขยายอิทธิพลของรัสเซียและการผงาดขึ้นของจีนในภูมิภาคอาร์กติก (Arctic) ซึ่งจีนเริ่มเรียกตัวเองว่าเป็น “รัฐใกล้ขั้วโลกเหนือ” (Near-Arctic State)

1913417

              บทสรุป

               คำกล่าวที่ว่า “ภูมิศาสตร์กำหนดชะตากรรม” (Geography is Destiny) เป็นจริงที่สุดในกรณีของกรีนแลนด์  การที่สหรัฐฯ พยายามครอบครองหรือแผ่อิทธิพลเหนือเกาะแห่งนี้ ไม่ใช่ความต้องการทรัพยากรธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ “ความอยู่รอด” (Survival) การคุมกรีนแลนด์ได้ คือการเปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่าทางตอนเหนือให้กลายเป็น “โล่” ป้องกันภัย และเป็นจุดยุทธศาสตร์เดียวที่จะทำให้สหรัฐฯ “มองเห็น” และ “จัดการ” กับภัยคุกคามจากอีกซีกโลกได้ก่อนที่มันจะมาถึงหน้าประตูบ้านครับ

 

ที่มา: น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์  ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา

………………………………………………………………………………………………………………………………..

เรื่องน่าอ่าน