
วิกฤตเด็กเกิดใหม่ในปี 2568 ที่ลดลงเหลือเพียงประมาณ 416,574 คน ซึ่งเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดในรอบ 75 ปี (นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493) สะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับ “สึนามิประชากร” ที่รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้
75 ปีที่แล้ว ประเทศไทยเคยเต็มไปด้วยความหวังและเสียงหัวเราะของเด็กเกิดใหม่นับล้านคนต่อปี แต่วันนี้ ตัวเลขทารกเกิดใหม่สถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2568 กำลังกลายเป็นสัญญาณเตือนภัยระดับ “สีแดงเข้ม” ที่บอกเราว่า โครงสร้างสังคมไทยที่เราเคยรู้จัก กำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา
1. กับดัก “ความกลัว” ที่ใหญ่กว่า “ความรัก”
ทำไมคนไทยถึงไม่ยอมมีลูก? คำตอบไม่ใช่แค่เรื่อง “ไม่อยากมี” แต่มันคือเรื่องของ “ความไม่กล้า”
– เศรษฐกิจที่กัดกินความฝัน > เมื่อค่าครองชีพพุ่งสูง แต่ค่าแรงขยับเหมือนหอยทาก การมีลูกหนึ่งคนจึงถูกมองว่าเป็น “หนี้ก้อนโต” มากกว่า “พรจากฟ้า”
– สังคมที่ไม่เอื้อต่อการเลี้ยงดู > ในวันที่พ่อแม่ต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อความอยู่รอด แต่สวัสดิการรัฐกลับตามไม่ทัน ความล้าสะสมทำให้การเลี้ยงลูกกลายเป็นภาระที่แบกไว้ไม่ไหว
2. สถาปัตยกรรมประชากรที่บิดเบี้ยว
เรากำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงวัยระดับสุดยอด” (Super-Aged Society) ในขณะที่ฐานภาษีและแรงงานหดตัวลงอย่างน่าใจหาย
ภาพพีระมิดประชากรที่เคยมีฐานกว้าง กำลังกลายเป็น “ทรงโกศ” ที่ยอดบนหนักและฐานล่างเรียวเล็ก คำถามที่น่ากลัวคือ ใครจะเป็นคนดูแลคน 20 ล้านคนในอนาคต เมื่อมือที่ช่วยพยุงมีน้อยลงเรื่อยๆ?
3. ทางออกที่ต้อง “รื้อ” ไม่ใช่แค่ “ซ่อม”
การแจกเงินหลักร้อยหรือหลักพันอาจเป็นเพียงยาพาราเซตามอลที่แก้ปวดชั่วคราว แต่สิ่งที่ไทยต้องการคือ “การผ่าตัดใหญ่”
– รัฐต้องกล้าลงทุน > สวัสดิการเด็กต้องเป็นแบบ “ถ้วนหน้า” และครอบคลุมจนถึงเข้าโรงเรียน
– เอกชนต้องปรับตัว > วัฒนธรรมการทำงานต้องยืดหยุ่น การลาไปเลี้ยงลูกต้องไม่เท่ากับความล้มเหลวในอาชีพ
– นวัตกรรมต้องนำหน้า > เมื่อคนน้อยลง เราต้องใช้ AI และ Automation มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทนแรงงานที่หายไป
[ชวนคิดร่วมกัน]
วิกฤตนี้ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่มันคือเรื่องของพวกเราทุกคน…
ถ้าคุณเป็นผู้กำหนดนโยบาย หรือเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณคิดว่า “สิ่งเดียว” ที่จะทำให้คนรุ่นใหม่อยากสร้างครอบครัวและมีลูกในประเทศนี้คืออะไร?
– เงินอุดหนุนที่เลี้ยงลูกได้จริง?
– เมืองที่ปลอดภัยและมีพื้นที่สีเขียว?
– หรือความมั่นใจว่าลูกที่เกิดมาจะมีอนาคตที่ดีกว่ารุ่นเรา?
ร่วมแสดงความคิดเห็นเพราะทุกเสียงคือส่วนหนึ่งของการหาทางออกก่อนที่ “เสียงร้องไห้ในห้องคลอด” จะเงียบหายไปมากกว่านี้ครับ
ที่มา น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าว โดยพิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————-


เรื่องน่าอ่าน
10 คณะกรรมการโก๋ & กี๋หลังวังรุ่นเก๋า!!! ร่วมค้นหาดาวดวงใหม่ ครองแชมป์ “โก๋หลังวัง” ซีซั่น 4 ปี 2569 ลุ้น!!! ไปกับ 20 โก๋ & กี๋ หลังวังรุ่นใหม่ รอบชิงชนะเลิศ 20 กันยายนนี้ ณ เวทีศาลาเฉลิมกรุง
กรณีคดีฮั้ว สว. ผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์
ศุภณัฐกาง 7 พิรุธเช่ารถขยะ EV กทม. งบหมื่นล้านตลอด 3 ปี ล่มคามือ เหตุทำผิดกฎหมาย-ล็อกสเปก
ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี เพื่อต่อสู้กับปัญหาเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
กบน.ปรับอัตรากองทุนน้ำมันใหม่ อุดหนุนดีเซล 8.43 บาท/ลิตร มีผล 16 ก.ย. 2569 หลังกบง.เคาะลดดีเซลหน้าโรงกลั่นลิตรละ 4 บาท
เครือข่ายสารเสพติดบุกพรรคภูมิใจไทย จี้ “อนุทิน” ลงนามดัน พ.ร.บ.กัญชาฯ ฉบับประชาชนเข้าสภา
DSI บูรณาการร่วมกับ 18 หน่วยงาน ร่วมกันตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยว่ากระทำความผิดตามอนุสัญญาบาเซล โดยการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคม ปรับราคาค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา รถ 4 ล้อ จาก 65 บาท เป็น 80 บาท มีผล 15 ธันวาคม 2569