บทนำ: 40 วันแห่งความระทึกขวัญบนปากเหวสงครามภูมิภาค
ตลอดระยะเวลา 40 วันที่ผ่านมา ประชาคมโลกต่างกลั้นหายใจเฝ้ามองความตึงเครียดในภูมิภาค ตะวันออกกลางที่ไต่ระดับขึ้นสู่จุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ร่วมสมัย การปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างอิหร่านและพันธมิตร กับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ได้เปลี่ยนภาพจำของสงครามยุคใหม่ไปอย่างสิ้นเชิง วิกฤตการณ์ทำท่าจะลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขีดเส้นตายเตรียมถล่มโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน ทว่าในวินาทีที่โลกเตรียมรับแรงกระแทกจากวิกฤตพลังงานและสงครามใหญ่ การประกาศยอมรับข้อเสนอ “หยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์” โดยมีปากีสถานเป็นคนกลาง ก่อนเส้นตายเพียง 90 นาที ก็ดังขึ้น
เบื้องหน้า นี่คือภาพของการประนีประนอมเพื่อสันติภาพ แต่เมื่อวิเคราะห์เจาะลึกลงไปในระดับยุทธศาสตร์ ฉากทัศน์นี้กำลังสะท้อนถึง “ความพ่ายแพ้เชิงยุทธศาสตร์” และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดอิทธิพลวอชิงตันในภูมิภาคนี้
1. 90 นาทีชี้ชะตา: เมื่อ “ทางลง” สำคัญกว่า “เส้นตาย” การตัดสินใจระงับคำสั่งโจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่านในห้วงเวลาเพียงชั่วโมงเศษก่อนปฏิบัติการ ไม่ใช่ผลจากวาทศิลป์ทางการทูต หรือการแสดงความเมตตาปรานี แต่เป็น “การประเมินความเสี่ยง” ขั้นเด็ดขาด วอชิงตันตระหนักดีว่า การเปิดฉากโจมตีครั้งนี้จะเผชิญกับการสวนกลับด้วยขีปนาวุธที่อิหร่านเตรียมพร้อมไว้แล้ว ซึ่งมีเป้าหมายหลักคือฐานทัพสหรัฐฯ ในกาตาร์และยูเออี ทรัมป์ในฐานะนักเจรจาต่อรอง (Dealmaker) ประเมินแล้วว่า ต้นทุนความสูญเสียทั้งทางการทหารและคะแนนนิยมก่อนการเลือกตั้งนั้น “แพงเกินกว่าจะจ่ายไหว” การหยุดยิงจึงเป็นยุทธวิธีรักษาหน้า (Face-saving) เพื่อหลีกเลี่ยงความพินาศของฐานที่มั่นตนเอง
2. ม่านพลังที่ถูกทำลาย และสายป่านที่ตึงเครียด สมรภูมิ 40 วันได้เปิดเผยจุดอ่อนร้ายแรงของระบบป้องกันภัยทางอากาศที่เคยถูกมองว่าไร้เทียมทาน
2.1 ปรากฏการณ์ Saturation Attack: ยุทธวิธีการยิงถล่มแบบอิ่มตัวของอิหร่าน สามารถเจาะทะลุระบบ Iron Dome และ Arrow-3 ของอิสราเอลได้สำเร็จ ส่งผลให้ศูนย์กลางเศรษฐกิจอย่างเทลอาวีฟและไฮฟาเป็นอัมพาต
2.2 ฐานทัพไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยอีกต่อไป: การที่ฐานทัพสหรัฐฯ กว่า 20 แห่งในอ่าวเปอร์เซียถูกโจมตี แสดงให้เห็นว่าสถานะ “ผู้คุมกฎ” ของสหรัฐฯ สั่นคลอนอย่างหนัก
2.3 วิกฤตสายส่งกำลังบำรุง (Logistics): สหรัฐฯ ผลาญขีปนาวุธ Tomahawk ไปกว่า 850 ลูก รวมถึงกระสุนนำวิถีราคาแพงจำนวนมหาศาล ผนวกกับความล้มเหลวของปฏิบัติการลับ (Covert Ops) ในอิสฟาฮาน ทำให้คลังแสงและขีดความสามารถในการทำศึกยืดเยื้อของสหรัฐฯ ตกอยู่ในภาวะ “ถังแตก” และจำเป็นต้องหยุดเพื่อซื้อเวลาจัดระเบียบกองทัพใหม่
3. โต๊ะเจรจาอิสลามาบัด: จากผู้ถูกคว่ำบาตร สู่ผู้กำหนดกฎเกณฑ์ การเจรจาที่กำหนดไว้ในวันที่ 10 เมษายน นี้ ณ กรุงอิสลามาบัด จะไม่ใช่การหารือแบบมหาอำนาจกดดันชาติรองอีกต่อไป การที่อิหร่านดึงปากีสถานเข้ามาเป็นตัวกลาง และเตรียมยื่นเงื่อนไข 10 ข้อ (เช่น การให้สหรัฐฯ ถอนทัพทั้งหมดจากตะวันออกกลาง, การจ่ายค่าชดเชย, และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร) สะท้อนให้เห็นว่าเตหะรานกำลังใช้ “วิกฤตการณ์พลังงานโลก” และ “ศักยภาพทางทหารที่พิสูจน์แล้ว” เป็นเครื่องมือข่มขู่บนโต๊ะเจรจา อิหร่านไม่ได้มาเพื่อร้องขอสันติภาพ แต่มาเพื่อยื่น “ใบสั่งย้าย” ให้แก่วอชิงตัน
4. ยุทธศาสตร์ “ซื้อเวลา” และความเปราะบางของสัญญาสงบศึก ในความเป็นจริง สัญญาหยุดยิง 2 สัปดาห์นี้ เป็นเพียง Tactical Pause (การหยุดพักทางยุทธวิธี) ของทั้งสองฝ่าย
4.1 วอชิงตันและเทลอาวีฟ: ต้องการเวลาเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ เติมคลังอาวุธ และอาจรวมถึงการให้กองทัพอิสราเอล (IDF) ปฏิบัติการก่อกวนนอกรูปแบบเพื่อล้มกระดานเจรจา
4.2 เตหะราน: ต้องการเวลาซ่อมแซมระบบป้องกันภัยทางอากาศที่เสียหาย และจัดขบวน “แกนนำแห่งความต้านทาน” (Axis of Resistance) ให้แน่นหนาขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ประวัติศาสตร์บาดแผลที่อิหร่านเคยถูกสหรัฐฯ ฉีกข้อตกลงมาแล้วถึงสองครั้ง ย่อมทำให้เตหะรานไม่วางใจในตัวโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ซึ่งพร้อมจะพลิกคำพูดเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองได้ตลอดเวลา
บทสรุป: พายุระลอกใหม่ที่กำลังก่อตัว
บทเรียนจาก 40 วันที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การข่มขู่และแสนยานุภาพแบบดั้งเดิมของสหรัฐฯ ไม่สามารถใช้เป็นเครื่องมือป้องปรามอิหร่านที่พร้อมแตกหักได้อีกต่อไป การหยุดยิงครั้งนี้เปรียบเสมือนรอยต่อบางๆ ที่กั้นกลางระหว่างสันติภาพชั่วคราวกับสงครามเต็มรูปแบบ
หากโต๊ะเจรจาที่อิสลามาบัดไม่สามารถมอบ “ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” โดยเฉพาะเรื่องการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรตามที่อิหร่านเรียกร้องได้ 2 สัปดาห์นับจากนี้ จะไม่ใช่ช่วงเวลาแห่งการทอดถอนใจ แต่เป็นเพียงการนับถอยหลังสู่ “แรงกระแทกระลอกสอง” ที่รุนแรงและอาจเปลี่ยนดุลอำนาจของตะวันออกกลางไปตลอดกาล
ที่มา: น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–



เรื่องน่าอ่าน
ป.ป.ช.ชี้มูล พล.ร.ต.วรพล สิทธิจิตต์ กอ.รมน.ภาค 4 พร้อมนายทหาร 4 ราย พนง.เทศบาล 1 ปมบรรจุชื่อเป็นกำลังพล กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ทั้งที่ไม่ได้มาปฏิบัติงานจริง
DSI ผนึกหน่วยงานที่ดิน ตรวจสอบฟาร์มไก่บริษัทเอกชนใน จ.เพชรบูรณ์ พบพื้นที่ครอบครองกว่า 1,778 ไร่ เร่งตรวจสอบสิทธิการใช้ประโยชน์ในเขต ส.ป.ก.
“มิสเตอร์เอทานอล” ชี้ลดราคา E20-B20 ช่วยลดต้นทุนพลังงาน แนะรัฐเดินหน้ายุทธศาสตร์ เชื้อเพลิงชีวภาพแห่งชาติถอดโมเดล “รีโนว่าไบโอ(RenovaBio)” สร้างจุดเปลี่ยนยั่งยืนพึ่งตัวเอง ปลดภาระภาษีและกองทุนน้ำมัน
DSI บูรณาการการข่าวสนับสนุนหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ปฏิบัติการตรวจยึดยาเสพติด 4 ล้านเม็ด ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายอย่างต่อเนื่อง
อสังหาฯ ไทยดิ่งหนัก บ้านมือสองล้นตลาด
ราชกิจจาฯ อนุญาตให้สร้างบ้าน – อาคารบนภูเขา พร้อมมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมใหม่
พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รองประธานกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เป็นประธานในพิธีบวงสรวง การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี 2569 ตอน “สีดา ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
รายงานพิเศษตีแผ่วิกฤตสินค้าไร้มาตรฐานเปิดลิสต์ สินค้าอันตรายใกล้ตัว จากผักผลไม้สารพิษ-ยาปลอม ลามถึงโซลาร์เซลล์เถื่อนเสี่ยงไฟไหม้ มหันตภัยผู้บริโภคสู่พิมพ์เขียวคุณภาพประเทศ (NQI)