ชาวประมงมีเฮ ข่าวดีต้อนรับปีใหม่
“เฉลิมชัย”เตรียมเสนอครม.เห็นชอบโครงการนำเรือออกนอกระบบ 1,007 ลำ วงเงิน 1,806 ล้านบาทกำหนดเสร็จภายในปี2566เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน
นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย เปิดเผยวันนี้ว่า “โครงการนำเรือออกนอกระบบ” เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงทะเลให้เกิดความยั่งยืน และเป็นการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) ภายใต้พระราชกำหนดการประมง 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบตามแผนบริหารจัดการประมงทะเลที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบไว้ตั้งแต่ 3 พ.ย. 2558 โดยโครงการนำเรือออกนอกระบบ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ซึ่งที่ผ่านมาการดำเนินโครงการในระยะที่ 1 และ 2 มีเรือที่นำออกนอกระบบและรัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาไปเรียบร้อยแล้ว จำนวน 364 ลำ ซึ่งชาวประมงมีความพึงพอใจที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือการประกอบอาชีพด้วยการซื้อเรือคืนเพื่อนำเรือออกนอกระบบ แต่ยังมีกลุ่มเรือประมงอีกจำนวนมากที่ประสงค์จะนำเรือออกนอกระบบ และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามแผนบริหารจัดการทรัพยากรประมงทะเลไทย ปี 2563 – 2565 ในการบริหารจัดการกองเรือให้มีความสมดุลกับทรัพยากรประมงทะเลและเกิดความยั่งยืนในการใช้ประโยชน์จากสัตว์น้ำ และเพิ่มความคล่องตัวในการบังคับใช้กฎหมายและระเบียบต่างๆ ลดปัญหาความขัดแย้ง ในการทำการประมง บรรเทาความเดือดร้อนและแก้ไขปัญหาหนี้สินของชาวประมงได้ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมให้ชาวประมงได้มีโอกาสประกอบอาชีพอื่นๆ
ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมงจึงได้ดำเนินการตามมติของคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทยให้ปรับเปลี่ยนวิธีดำเนินการบริหารโครงการนำเรือออกนอกระบบให้เร็วขึ้นด้วยการใช้วงเงินของธกส.ซื้อคืนเรือให้แล้วเสร็จภายในปี2566โดยรัฐบาลชำระคืนธกส.ตามจำนวนและระยะเวลาที่คณะรัฐมนตรีเห็นสมควร กรมประมงจึงดำเนินหารือกับธกส.จนได้ข้อยุติ
ด้วยการใช้แหล่งเงินทุนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) เพื่อให้สามารถนำเรือประมงออกนอกระบบได้ทั้งหมดในคราวเดียวกัน ด้วยวิธีการซื้อเรือคืน สำหรับกลุ่มเรือที่ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ที่ประสงค์จะเลิกอาชีพทำประมงเพิ่มเติม ทั้งนี้ มีเรือประมง จำนวน 1,007 ลำ ที่ผ่านการตรวจสอบประวัติและมีคุณสมบัติครบถ้วน จากคณะทำงานตรวจสอบประวัติความถูกต้อง คุณสมบัติเรือประมงและเจ้าของเรือ และได้รับการประเมินราคาชดเชยจากคณะทำงานประเมินราคาเรือประมง โดยมีวงเงิน จำนวน 1,806,334,900 บาท ซึ่งขณะนี้ผ่านการเสนอที่ต่อประชุมคณะทำงานกลั่นกรองการเยียวยาและดำเนินการตามมาตรการลดจำนวนเรือประมงเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565ที่ผ่านมา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะได้เสนอต่อ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบต่อไป
“ตามแผนบริหารจัดการประมงทะเลที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบไว้ตั้งแต่ 3 พ.ย. 2558ในโครงการนำเรือออกนอกระบบ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ซึ่งที่ผ่านมาการดำเนินโครงการในระยะที่ 1 และ 2 มีเรือที่นำออกนอกระบบและรัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาไปเรียบร้อยแล้ว จำนวน 364 ลำ หากยังดำเนินการตามวิธีการเดิมจะต้องใช้เวลานับ10ปีจึงให้มีการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการโครงการนำเรือออกนอกระบบด้วยวิธีใหม่จะใช้เวลาเพียงไม่เกิน3-6เดือนจะบรรลุเป้าหมายหลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ
ต้องขอขอบคุณกรมประมง ธกส.และคณะทำงานกลั่นกรองการเยียวยาและดำเนินการตามมาตรการลดจำนวนเรือประมงเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืนที่ดำเนินการจนผ่านขั้นตอนสำคัญๆและกรมประมงพร้อมนำเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบต่อไป ถือเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับชาวประมงที่รอคอยมาตั้งแต่ปี2558” นายอลงกรณ์กล่าวในที่สุด





เรื่องน่าอ่าน
เมื่อ “ความรู้” ไม่ใช่แต้มต่ออีกต่อไป ปรากฏการณ์ Knowledge Inflation และโจทย์ใหม่ของการสร้างคนในศตวรรษที่ 21 /โดย ดร.Force
หวั่นไทยตกขบวนไม่ทันโลกเศรษฐกิจ แนะดูตัวอย่าง 3 ชาติ “มิสเตอร์เอทานอล-อลงกรณ์” ทักท้วงกระทรวงการคลัง ชี้เป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 51% ปี 2580 ช้าเกินไป
กสม. ผนึกภาครัฐ-ภาคประชาสังคม-องค์กรระหว่างประเทศ เดินหน้าป้องกันการทรมาน ย้ำ “ป้องกันดีกว่าเยียวยา”
DSI ร่วมหลายหน่วยงานปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด ขยายผลล่าเครือข่าย “หนูเฉิน” สั่งซื้อสารตั้งต้นยาเสพติด
ไม่รอลงอาญา อดีตนายกเล็กย่านตาขาว โดนคุก 6 ปี 18 เดือน ข้อหาเอารถหลวงใช้ส่วนตัว เบิกค่าน้ำมันเกือบล้าน
DSI จับหญิงรับจ้างเปิดบัญชีม้าแอพเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 2,000 ต่อปี
DSI ลงพื้นที่กลางดง ปากช่อง ตรวจของกลางวัตถุอันตรายปริมาณกว่า 300 ตัน เร่งสอบสวนเอาผิดตามกฎหมาย
อธิบดี DSI เป็นประธานการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจาก 9 หน่วยงาน ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี เร่งภารกิจร่วมสืบสวนและคดีพิเศษเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมัน