เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 23.30 น. ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ได้จับกุม นางสาวปทุมรัตน์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3041/2568 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2568
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศร่วมกันฉ้อโกงประชาชนด้วยการแสดงตนเป็นคนอื่นร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บริเวณคอนโดแห่งหนึ่ง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ซึ่งเจ้าพนักงานชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา รวมทั้งแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับกุมและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งมอบตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ผู้ต้องหารับทราบแล้ว จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 118/2566 ของกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ นางสาวปทุมรัตน์ฯ (ผู้ต้องหา) เป็นผู้ร่วมขบวนการหลอกลวงให้มีการจดทะเบียนบริษัทและนำเอกสารไปเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับโอนเงินจากการหลอกลวงขายสินค้าที่ไม่มีอยู่จริงทางโซเชียลกว่า 30 บริษัท เช่น บริษัท โชคดี โอเวอร์ซี จำกัด(CHOKDEE OVERSEA CO., LTD.) ซึ่งนางสาวปทุมรัตน์ฯ ได้หลอกลวงผู้เสียหายจำนวนหลายรายให้เปิดบริษัท และนายกิตตินันท์ (ผู้เสียหาย) ให้เปิดบัญชีธนาคาร โดยอ้างว่าจะใช้ประกอบธุรกิจนำเข้าอาหารจากประเทศไนจีเรีย แต่ภายหลังกลับนำบริษัทดังกล่าวไปใช้หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินค่าเช่าที่จอดเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวเข้ามายังบัญชีธนาคารของบริษัทดังกล่าว และนางสาวปทุมรัตน์ฯ (ผู้ต้องหา) ยังหลอกลวงใช้เอกสารของนางสาวนิตยา (ผู้เสียหาย) ให้ผู้ร่วมขบวนการไปจดทะเบียนบริษัท คิน อินเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (KIN INTER CORPORATION CO., LTD.) โดยอ้างต่อนางสาวนิตยาฯ ว่าเปิดบริษัทเพื่อใช้สิทธิเบิกประกันสังคม เมื่อเหยื่อที่ถูกหลอกลวงโอนเงินค่าสินค้ามายังบัญชีของบริษัทปลอมดังกล่าวแล้ว เงินจะถูกถอนและส่งมอบให้นางสาวปทุมรัตน์ฯ และผู้ร่วมขบวนการคนอื่น ๆ ซึ่งนางสาวปทุมรัตน์ฯ (ผู้ต้องหา) เป็นภรรยาของ นายยูโกซูกุ หรือเควิน ผู้ต้องหาในคดีส่งอีเมลปลอมจากประเทศไนจีเรีย แจ้งเปลี่ยนเลขที่บัญชีธนาคารให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินค่าซื้อ Cable Spacer (อุปกรณ์คล้องจับยึดสายไฟฟ้า) เข้าบัญชีบริษัทปลอมที่เปิดไว้ในประเทศไทยและประเทศไอร์แลนด์ รวมมูลค่าความเสียหาย 3,611,036 บาท
ทั้งนี้ การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ เป็นไปตามข้อสั่งการของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงการบังคับบัญชา จัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับเพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ เรียบเรียงโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————-




เรื่องน่าอ่าน
DSI ผนึกกำลัง นปส.นครพนม จับเครือข่ายยาเสพติดสกลนคร ยึดยาบ้า 5 ล้านเม็ด เร่งขยายผล
อียิปต์บูรณะภาพวาดโบราณอายุ 1,800 ปี “Tondo of the Two Brothers” เตรียมจัดแสดงในอิตาลี
ในวาระวันมาตรฐานโลก (World Standards Day) เอฟเคไอไอ. รวมพลัง 14 ตุลาฯ ปกป้องผู้บริโภคยกระดับคุณภาพมาตรฐานประเทศไทย จัดสัมมนา “ก้าวใหม่ระบบมาตรฐานประเทศไทย“ “อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ชี้คดีซื้อขายสินค้าออนไลน์ไร้มาตรฐานมูลค่าเสียหาย 65,000 ล้าน
อย่าเข้าใจผิด ! รถน้ำท่วม ไม่ได้แปลว่าหยุดผ่อนเองได้ ระวังเสียประวัติ | Money Buffalo
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานใบประกาศผลรางวัลชนะเลิศการแข่งขันฯ คืนแก่นางสาวรัตติกานต์ อำลอย เพื่อเป็นที่ระลึกและเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลสืบไป
DSI ผนึกกำลังจังหวัดราชบุรี ช่วยเหลือถึงประชาชนผู้ประสบอุทกภัย มอบถุงยังชีพ 600 ชุด ข้าวกล่อง 500 กล่อง
DSI ขยายผล “ปฏิบัติการยุทธรัฐ” ตรวจสอบนอมินีและประเด็นการแปลงสัญชาติ ส่งหลักฐานให้กรมการปกครองดำเนินการตามกฎหมาย
คณะอนุกรรมการฯ ไซเบอร์ ร่วม คณะทำงานฯ ยาเสพติด เดินหน้าขยายผล ยึดทรัพย์เครือข่าย SCAMMER – ยาเสพติด – ฟอกเงิน