อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี สนธิกำลังทหารและฝ่ายปกครอง เปิดยุทธการซุ่มจับขบวนการลักลอบขุดทองในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A ป่าปิล๊อกคี่ อำเภอทองผาภูมิ จับกุมบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาและเชื้อสายกะเหรี่ยงได้ 4 ราย พร้อมอาวุธปืนและอุปกรณ์ขุดร่อนทองคำ รวมของกลางกว่า 40 รายการ ย้ำดำเนินคดีถึงที่สุดกับผู้บุกรุกทำลายผืนป่าต้นน้ำทุกคน
เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2568 นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สั่งการให้อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ทหาร และฝ่ายปกครอง จัดตั้งจุดสกัดร่วม เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนและป้องปรามการลักลอบบุกรุกขุดทองในเขตอุทยานฯ อย่างต่อเนื่องและเด็ดขาด พร้อมกำชับให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
กระทั่งคืนวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา อุทยานฯ ทองผาภูมิได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ ภายใต้การอำนวยการของนายชาคริต ตันพิรุฬห์ นายอำเภอทองผาภูมิ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบขุดทองในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ เข้าปฏิบัติการในบริเวณป่าปิล๊อกคี่ หมู่ 4 ตำบลปิล๊อก ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A และเป็นแปลงคดีที่เคยมีการตรวจยึดการขุดร่อนแร่ทองคำมาก่อน
คณะเจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเฝ้าระวังพื้นที่บุกรุกตลอด 24 ชั่วโมง จนเวลาประมาณ 22.00 น. กล้องตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยราว 15 คน พร้อมอาวุธปืนพกสั้นและปืนยาว ลักลอบเข้าไปในพื้นที่เพื่อขุดทอง กระทั่งเวลา 23.30 น. เจ้าหน้าที่จึงเข้าปิดล้อมพื้นที่ พร้อมแสดงตนและสั่งให้หยุดเพื่อทำการตรวจสอบ แต่กลุ่มผู้กระทำผิดได้วิ่งหลบหนีอาศัยความมืดและความชำนาญทางภูมิประเทศ
เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและควบคุมตัวผู้ต้องหาในที่เกิดเหตุได้ 4 ราย เป็นบุคคลต่างด้าวไม่มีสถานะทางทะเบียน สัญชาติเมียนมาและเชื้อสายกะเหรี่ยง ได้แก่ นายอาว (ไม่มีนามสกุล) อายุ 35 ปี สัญชาติเมียนมา, นาย Aung Lwin Phyo อายุ 30 ปี สัญชาติเมียนมา, นายจอแล (ไม่มีนามสกุล) อายุ 44 ปี สัญชาติเมียนมา และนายตูหละ (ไม่มีนามสกุล) อายุ 45 ปี เชื้อสายกะเหรี่ยง ระบุว่าอาศัยอยู่บ้านปิล๊อกคี่
นอกจากนี้ ยังตรวจพบกระเป๋าเงินพร้อมบัตรประจำตัวพลเมืองสหภาพเมียนมาของผู้หลบหนีอีก 5 ราย และตรวจยึดของกลางรวม 40 รายการ ประกอบด้วยอาวุธปืนยาวลูกกรดแบบไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก พร้อมกระสุนขนาด .22 LR จำนวน 10 นัด อุปกรณ์ขุดและร่อนทองคำ เช่น ชะแลงเหล็ก เหล็กสกัด ค้อนปอนด์ จอบสั้น และเรียงร่อนทอง เครื่องมือสื่อสารและสิ่งของส่วนตัว ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 9 เครื่อง วิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง ไฟฉายคาดศีรษะ 11 อัน เปลนอน 9 ผืน และเงินสกุลจ๊าดของเมียนมาจำนวนหนึ่ง
การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้หลายฐานความผิด เช่น การบุกรุก ก่อสร้าง แผ้วถาง ทำลายป่า และเข้ายึดถือครอบครองในเขตป่าไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 รวมถึงความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุน
คณะเจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกการจับกุมและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และจะสืบสวนติดตามผู้หลบหนีมาดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป





เรื่องน่าอ่าน
วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ภูมิรัฐศาสตร์การเงินโลก: จากทองคำ สู่ CBDC และสมรภูมิ AI /โดย: ดร.Force
วิเคราะห์ยุทธศาสตร์แบตเตอรี่โลก : สงครามยานยนต์ไฟฟ้าที่จีนครองเบ็ดเสร็จ และก้าวต่อไปสู่นวัตกรรมแห่งอนาคต /โดย ดร.Force
สยามอะเมซิ่งพาร์ค ชวนเที่ยวฟรี!!! ผู้ถือบัตร “สวัสดิการแห่งรัฐ” และ ผู้ได้รับสิทธิ์ “ ไทยช่วยไทยพลัส” 11 มิ.ย. – 5 ก.ค. นี้ สวนน้ำสวนสนุกไม่อั้นทั้งวัน
สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดนนทบุรี เดินหน้าสร้างความร่วมมือภาคการศึกษา พัฒนาศักยภาพนักศึกษาสู่ผู้ประกอบการยุคใหม่
DSI ส่งสำนวนฟ้อง 70 ผู้ต้องหา คดีฮั้วประมูลถนนนครปฐม โยงคดี “กำนันนก”
DSI ร่วมปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” เครือข่าย นายหนูเฉิน จีนเทา พื้นที่ 4 จังหวัด 10 จุดปฏิบัติการ (กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และระยอง) ยึดสารตั้งต้นยาเสพติด 5 ชนิด
รมต.ยุติธรรม ลงพื้นที่ชลบุรี – DSI ร่วมตำรวจ ศุลกากร ปกครอง ทลายโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน ส่งขายทั่วประเทศ จับกุมผู้ต้องหา – ยึดของกลาง ที่ประกอบเป็นบุหรี่ไฟฟ้าสำเร็จแล้ว กว่า 65,000 ชิ้น
DSI ส่งสำนวน ป.ป.ช. เอาผิดเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 3 ราย ปมเอื้อขบวนการลักไฟฟ้าทำเหมืองบิตคอยน์ในพื้นที่ธัญบุรี