กสทช. เปิดประมูล วิทยุ FM “เริ่มต้น 1 แสน – 54 ล้าน” โฆษณาได้ 10 นาที/ชม.

ai set 8

งานออกแบบที่ไม่มีชื่อ 76 728x485 1 1

 

การเปิดประมูลคลื่นความถี่วิทยุเอฟเอ็ม (FM) ประเภทธุรกิจ ทั้ง 74 คลื่น โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดให้มีการประชุมชี้แจงข้อมูลการยื่นขอรับใบอนุญาตดังกล่าวไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดให้ผู้ที่สนใจยื่นคําขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (17-25 ม.ค.) และจะเปิดประมูลในวันที่ 21 ก.พ. 2565 นี้ โดยผู้ชนะประมูลจะได้รับใบอนญาต และเริ่มให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย.เป็นต้นไป

แหล่งข่าวจาก กสทช.กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ในมาตรา 83 ระบุให้ผู้ที่ถือครองคลื่นความถี่สำหรับกิจการวิทยุกระจายเสียง มีเวลาใช้งานคลื่นได้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่แผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ของ กสทช.มีผลบังคับใช้ เมื่อ 4 เม.ย. 2555 ซึ่งจะสิ้นสุดระยะเวลาถือครองคลื่นในปี 2560

แต่วันที่ 20 ธ.ค. 2559 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งให้ยืดระยะเวลาในการเรียกคืนคลื่นความถี่วิทยุออกไปอีก 5 ปี ทำให้การถือครองคลื่นจะสิ้นสุดลงในวันที่ 3 เม.ย. 2565 นี้ กสทช.จึงต้องดำเนินการเปิดประมูลคลื่นก่อน

เปิดเงื่อนไข-คุณสมบัติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมชี้แจงข้อมูลการยื่นขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ (7 ม.ค. 2565) ระบุคุณสมบัติผู้ประมูลว่า ต้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชน ที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประกอบกิจการกระจายเสียง ไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใบอนุญาตกิจการกระจายเสียง และโทรทัศน์ และต้องเป็นคนไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของทุนทั้งหมด

ส่วนคุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาตในระดับภูมิภาค และท้องถิ่น ต้องมีผู้ถือหุ้นที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่การให้บริการในระดับภูมิภาค หรือระดับท้องถิ่น ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 และมีฐานะการเงินมั่นคง มีระบบการตรวจสอบบัญชี

 

messageImage 1643093173621

 

106.5 เริ่มต้นแพงสุดทะลุ 54 ล.

สำหรับคลื่นวิทยุเอฟเอ็มประเภทธุรกิจที่จะนำออกมาประมูลในครั้งนี้ มีทั้งหมด 74 คลื่นความถี่ แบ่งระดับการใช้งาน 3 ส่วน ได้แก่ ระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และระดับชาติ แบ่งเป็น 5 ภูมิภาค ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล 9 คลื่น ภาคเหนือ 16 คลื่น (15 จังหวัด) ภาคกลาง 6 คลื่น (6 จังหวัด) ภาคใต้ 22 คลื่น (15 จังหวัด) และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 21 คลื่น (16 จังหวัด)

หากเจาะลงไปในรายละเอียดราคาประมูลเริ่มต้น ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล จะมีราคาเริ่มที่ 36-54 ล้านบาท โดย 3 คลื่นที่มีราคาประมูลเริ่มต้นสูงสุด คือ คลื่น 106.50 MHz ราคาอยู่ที่ 54.8 ล้านบาท (ปัจจุบันคือ Green Wave ของแกรมมี่) รองมาคือ คลื่น 95 MHz อยู่ที่ 50 ล้านบาท (ปัจจุบัน ลูกทุ่งมหานคร ของ อสมท) คลื่น 96.5 MHz (คลื่นความคิด ของ อสมท)

ส่วนภาคเหนือ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 105,000 บาท มีเพียงเชียงใหม่ที่ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.2 ล้านบาท ส่วนภาคกลาง ระยองมีราคาประมูลเริ่มต้นสูงสุดอยู่ที่ 3.1 ล้านบาท ชลบุรี ที่ 2.6 ล้านบาท ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ภาคกลางเริ่มที่ 105,000 บาท

ต่อด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ราคาประมูลเริ่มต้นทุกจังหวัดอยู่ที่ 105,000 บาท ส่วนภาคใต้ ราคาสูงสุดอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต เริ่มที่ 1.28 ล้านบาท รองมาคือ ยะลา 1.2 ล้านบาท และนครศรีธรรมราช 942,000 บาท

โฆษณาได้ ชม.ละ 10 นาทีต่อวัน

ข้อกำหนดเกี่ยวกับผังรายการ และสัดส่วนรายการระบุว่า ต้องมีรายการที่เป็นข่าวสาร หรือสาระต่อสาธารณะในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 25% โฆษณาได้ไม่เกินชั่วโมงละ 12 นาทีครึ่ง รวมเวลาโฆษณาเฉลี่ยไม่เกินชั่วโมงละ 10 นาทีต่อวัน

ส่วนระยะเวลาใบอนุญาต อ้างอิงจากประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับการให้บริการกระจายเสียง ข้อ 7 ระบุว่า ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับการกระจายเสียง ประเภทกิจการบริการสาธารณะ บริการชุมชน และธุรกิจ ให้มีอายุตาม กสทช.กำหนด แต่ต้องไม่เกิน 7 ปี

จากการเก็บข้อมูลการโฆษณาของบริษัท นีลเส็น ประเทศไทย จำกัด พบว่ามูลค่าโฆษณาในธุรกิจวิทยุลดลงต่อเนื่อง โดยปี 2560 อยู่ที่ 4,476 ล้านบาท ปี 2561 ที่ 4,802 ล้านบาท ปี 2562 ที่ 4,735 ล้านบาท ปี 2563 เหลือที่ 3,602 ล้านบาท จากสถานการณ์โควิด-19 เช่นกันกับปี 2564 ที่อยู่ที่ 3,261 ล้านบาท

อสมท ลุยต่อประมูลคลื่น

แหล่งข่าวในธุรกิจวิทยุกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ราคาเริ่มต้นของคลื่นเอฟเอ็มในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สูงสุดจะอยู่ที่ 54 ล้านบาท ซึ่งผู้เล่นระดับประเทศในปัจจุบันเหลือไม่กี่ราย และหนึ่งในนั้นคือ บมจ.อสมท ซึ่งล่าสุดเพิ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เข้าประมูลใบอนุญาตวิทยุได้ใน 2 แนวทาง คือ 1.ประมูลคลื่นความถี่ตามที่เคยถือครองทั้งหมด 60 คลื่น

และ 2.ประมูลคลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการกระจายเสียงบางส่วนจากที่เคยถือครอง โดยพิจารณาจากผลประกอบการที่ผ่านมา และโอกาสในการทำธุรกิจในระยะเวลาของใบอนุญาต.

********************************
ลงวันที่ 25 มกราคม 2565
อ้างอิงข้อมูลจาก : https://www.prachachat.net/

เรื่องน่าอ่าน