“ประชาธิปัตย์”ยุค “เฉลิมชัย” เร่งวางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าอัพเกรดศักยภาพประเทศใหม่    “อลงกรณ์” หวัง “ครม.ใหม่” เร่งแก้ปัญหา” โลกร้อน ท้องหิว” อย่าทำประเทศเสียโอกาสซ้ำรอย “เศรษฐา1”

ED4374BE 337D 4004 999A 7B7BF803596F

“ประชาธิปัตย์”ยุค “เฉลิมชัย” เร่งวางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าอัพเกรดศักยภาพประเทศใหม่    “อลงกรณ์” หวัง “ครม.ใหม่” เร่งแก้ปัญหา” โลกร้อน ท้องหิว” อย่าทำประเทศเสียโอกาสซ้ำรอย “เศรษฐา1”

8C99CD66 F59C 4147 B9DE 8E8F24B026E4

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์
กล่าววันนี้ (28 เม.ย.) ว่า ภายใต้วิสัยทัศน์ของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มองว่าสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญไม่น้อยกว่าด้านเศรษฐกิจจึงมอบนโยบายในระหว่างการประชุมใหญ่พรรคประชาธิปัตย์เมื่อวานนี้ให้“คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่กำหนดทิศทาง และยุทธศาสตร์ของพรรค ให้มีเป้าหมายที่ชัดเจนในด้านต่างๆ เช่น เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม …”เนื่องจาก
เศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างและระบบเหมือนเครื่องยนต์ตัวเก่าทำให้ศักยภาพของระบบเศรษฐกิจอ่อนแอและถดถอยลงต่อเนื่องมากว่า20ปี
ดังจะเห็นได้ว่าในช่วงปี 2543ถึง 2553 เศรษฐกิจเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 3.5 และลดลงเหลือเพียงร้อยละ 2.7 ระหว่างปี 2554ถึง 2564และปีนี้ก็คาดว่าจะเติบโตไม่ถึง3%

รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์กล่าวย้ำว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์
กำลังเร่งจัดทำยุทธศาสตร์และนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศรวมทั้งตอบโจทย์ที่เป็นปัญหาและความท้าทายใหม่ๆซึ่งรอช้าไม่ได้ต้องเร่งสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ๆที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเช่นระบบเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)

เศรษฐกิจสูงวัย(Silver Economy) เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และเศรษฐกิจคาร์บอน(Carbon Economy) รวมทั้งยุทธศาสตร์AIปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้น “ระบบเศรษฐกิจใหม่คือเครื่องยนต์แห่งการเติบโต(New Growth Engines)ที่จะยกระดับเพดานรายได้ใหม่ของประเทศและคนไทยให้สูงขึ้นเนื่องจากระบบเศรษฐกิจดั้งเดิมไม่มีพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อีกต่อไปในภาวะที่ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ยุคโลกเดือดและโลกรวน

สภาวะอากาศสุดขั้ว (Extreme Weather) อุณหภูมิที่สูงขึ้น ปรากฎการณ์เอลนิโญและลานีญามาเร็วกว่าที่คิดและร้ายแรงมากขึ้นทำให้เกิดภัยแล้งภัยร้อนน้ำท่วมขั้นวิกฤติกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร ต้นทุนอาหารของประชาชน ห่วงโซ่การผลิตอาหารและความมั่นคงทางอาหาร(Food Security)
ตลอดจนปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ทวีความรุนแรงมากขึ้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและการท่องเที่ยว

“เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมเหมือน2ด้านของเหรียญ เราอยู่ในภาวะโลกร้อนและท้องหิว การรับมือวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจที่เผชิญอยู่ขณะนี้และในอนาคตเป็นเรื่องเร่งด่วนและต้องทำทันทีอย่างจริงจังต่อเนื่อง หวังว่า “ครม.ใหม่”จะเร่งแก้ปัญหา”โลกร้อน ท้องหิว”อย่างจริงจังอย่าทำประเทศเสียโอกาสซ้ำรอย”เศรษฐา1“เพราะที่ผ่านมารัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในระดับเชิงโครงสร้างและระบบน้อยมาก“
นายอลงกรณ์กล่าวในที่สุด.

เรื่องน่าอ่าน