เตือนภัย “สายชาร์จมือถือ” ดัดแปลง เสี่ยงโดนดูดเงินเกลี้ยงบัญชี
กลายเป็นกระแสตื่นตัวอย่างมากตลอดหลายวัน จากกรณีข่าวที่ชายคนหนึ่งเปิดเผยว่าตนเองเพียงชาร์จโทรศัพท์มือถือ แต่กลับมีข้อความอัตโนมัติจากธนาคารส่งมาว่าเงินนับแสนบาทจากในบัญชีถูกโอนออกไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เจ้าของโทรศัพท์ยืนยันว่าเขาไม่ได้กดลิงก์สแปมหรือทำอะไรทั้งสิ้น ไม่มีแก็งคอลเซนเตอร์โทรมาอย่างที่มิจฉาขีพปัจจุบันนิยมใช้หลอกคน สร้างความกังวลให้กับหลายคนว่ามิจฉาชีพจะมาในรูปแบบใหม่ที่ทำให้เราระมัดระวังยากขึ้นหรือไม่
ก่อนเงินจะหมดบัญชี โทรศัพท์ค้างหน้าจอดับกดเปิด-ปิดล็อกหน้ายังได้ยินเสียงปกติเลยไม่ได้คิดอะไร เลยกดปิดเครื่องแล้วชาร์จแบตวางไว้เฉยๆแค่นั้นพอผ่านไปสักพักมีข้อความทางธนาคารแจ้งว่ามีการโอนเงินออกจากบัญชีโดยที่ผมไม่ได้ทำอะไรเลย งงมั้ย! แปลกมั้ย!
ในกรณีของผมไปแจ้งความ ตร. ยังงงกันทั้งโรงพัก แม้แต่คอลเซ็นเตอร์ธนาคาร ฝากเตือนเพื่อนๆพี่ๆน้องๆและทุกๆคน #โลกนี้มันอยู่ยากขึ้นทุกวันๆ #ซวยแต่ต้นปีเลย
ต่อมาหนุ่มคนดังกล่าว โพสต์ข้อความอีกว่า จากกรณีของผม ณ ตอนนี้
1. จากเงินที่ถูกโอนออกไปจากบัญชีของเรานั้นจำนวน 101,560 บาท ซึ่งเราไม่ได้เป็นคนโอนออกไปให้ใครง่ายๆขนาดนั้น ใครเขาจะใจดีโอนเงินออกไปให้คนอื่นตั้งแสนหนึ่งบ้ารึป่าวหนึ่งในนั้นไม่ใช่กูละ
2. ปกติจากการโอนเงินทุกครั้งจะมีการบันทึกสลิปเข้าในเครื่องทุกครั้งที่โอนแต่จากการโอนเงินออกจากบัญชีครั้งนี้ ได้มีแค่ข้อความแจ้งว่ามีการโอนออกไปจริง แต่ไม่มีสลิปบันทึกลงในเครื่อง ซึ่งสลิปที่ผมได้มานั้นเป็นการเข้าไปแคปและดาวน์โหลดออกมาเองจากประวัติการโอน
3. ช่วงเวลาที่โอนคือ 11.52 น. ซึ่งในขณะนั้นตัวผมเองไม่ได้จับหรือเล่นมือถือแต่อย่างใด ผมแค่ชาร์จแบตแล้ววางไว้ข้างๆ ซึ่งผมก็นั่งเล่นคอมอยู่ปกติไม่ได้ยุ่งอะไรกับมือถือ
4. ตัวผมเองนั้นอยู่คนเดียวและไม่ได้พาใครอื่นมาอยู่ด้วย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะว่าบุคคลอื่นเล่นมือถือผมและผมไม่เคยบอกรหัสบัญชีธนาคารกับใคร (ใครมันจะโง่ไปบอกรหัสบัญชีธนาคารของตนให้กับบุคคลอื่นจริงมั้ย?)
5. ในวันนั้นไม่มีบุคคลใดโทรเข้ามาแม้แต่สายเดียวและไม่มีข้อความแปลกๆเข้ามา และผมไม่ได้เข้าเว็บอะไรทั้งนั้น เพราะในวันนั้นผมตื่นประมาณ 10 โมงกว่าแล้ว ตื่นมาก็ไม่ได้เล่นมือถือ เพราะทำความสะอาด ซักผัก ตามปกติของคนอยู่คนเดียว
6. ผมไม่เคยโหลดแอพฯสรรพกร หรือแอพฯแปลกๆแต่อย่างใด แต่ถ้าพูดถึงการกดเข้าลิงค์ ณ วันนั้นผมไม่ได้กดเข้าลิงค์อะไร ตามที่กล่าวไว้ในข้อ 5
7. ผมได้ไปคุยกับธนาคาร และ Call center แม้แต่ ตร.ก็แล้ว ต้องบอกเลยว่าโบยกลับมาหาผมอย่างเดียว แล้วก็บอกว่าคุณไปกดลิงค์เข้าแอพอะไรรึป่าว ผมก็ตอบว่าไม่ ตามข้อ 5 เลย
8. เมื่อขอข้อมูล IP Address, หรือ Address IMEI ที่เป็นเหมือนบัตรประชาชนของเครื่องโทรศัพท์และขอโลเคชั่นตำแหน่งการเข้าแอพ แต่ ธนาคารตอบว่าไม่สามารถหาได้ ต้องให้หน่วยสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นคนสืบข้อมูล ผมถึงกับสตั้นท์ คือ ธนาคารเป็นเจ้าของระบบดูแลทุกอย่างไม่ใช่รึ? น่าจะมีข้อมูลรายละเอียดทุกอย่างแล้ว
9. ผมได้แจ้งความให้ทาง ธนาคารเป็นคนตรวจสอบเช็กธุรกรรม หรือ statement ของปลายทางแล้ว ธนาคารแจ้งว่าต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการ 15 วัน ไม่รวม ส-อา แล้วจะเอาผลส่งให้ทาง ตร.ดำเนินคดีต่อ
ณ วันนี้เรายังไม่รู้ชะตากรรมว่าแบงก์จะตอบหรือว่าจะรับผิดชอบหรือไม่ หรือยังไง หากใครมีคำแนะนำว่าจะสู้หรือจะรับมือกับแบงก์ต่อยังไงหากไม่รับผิดชอบ แนะนำได้นะครับผมยินดี หรือทนายท่านไหนเก่ง ๆ ผมอยากได้คำปรึกษาครับ





เรื่องน่าอ่าน
“Air to Food“ เมื่ออากาศกลายเป็นมื้ออาหารมหัศจรรย์แห่งไบโอเทคโนโลยี สู่ฮับอาหารแห่งอนาคตของไทยในมุมมองของ ”อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ“
ผักผลไม้จีนบุกตลาดไทย “ถูก-มีทั้งปี” แต่มี “สารตกค้าง” ปัญหาใหญ่ต่อสุขภาพ จี้ติดป้ายแหล่งกำเนิดให้ผู้บริโภคเลือกเอง
เปิดผลตรวจพืชริมแม่น้ำกก พบอย่างน้อย 21 ชนิดปนเปื้อนโลหะหนักเกินมาตรฐาน
ย้ำเหตุเพลิงไหม้โรงเก็บกากอุตสาหกรรม บ.วิน โพรเสสฯ ละเมิดสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีมติให้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ แก้ไขปัญหาด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ที่มาจากการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชาวบ้าน เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569
DSI เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีถือครองที่ดิน และประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 3 จุด
DSI รวบเพิ่มผู้ต้องหาเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับ “นายชนนพัฒฐ์ฯ” และยังเดินหน้าขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ไม่แปลกสังคมคาใจ!!! “อัยการสูงสุด” สั่งไม่ฟ้อง “แทนไท” สวนทาง DSI แสดงหลักฐานจนศาลอนุมัติหมายจับ แถมโดน ปปง.สั่งยึดทรัพย์ 174 ล้าน