“ปิดหลังคา” ศูนย์ราชการฯโซน C เพิ่มพื้นที่สีเขียวเป็นจุดเช็กอิน
วันนี้ 4 ม.ค.66 ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการ บริษัทธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) ได้จัดพิธี “ปิดหลังคา” อาคารโครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยายศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซน C เป็นการแสดงให้เห็นว่าขั้นตอนการก่อสร้างอาคารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่เพียงงานปิดเปลือกอาคาร งานด้านสถาปัตยกรรมภายใน งานตกแต่งภายใน และงานครุภัณฑ์ลอยตัวเท่านั้น
หน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรเช่าพื้นที่ภายในศูนย์ราชการฯ โซน C มี 12 หน่วยงาน ถ้าหน่วยงานไหนยืนยันแบบผังการใช้พื้นที่ และไม่มีการปรับแก้แบบเพิ่มเติม จะสามารถทยอยเข้าใช้พื้นที่ได้ตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2567 แต่ถ้าหน่วยงานไหนจะขอปรับแก้แบบเพิ่มเติม เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมการท่องเที่ยว หากสรุปแบบและส่งแบบแก้ไขได้เร็ว ก็น่าจะเริ่มเข้าใช้พื้นที่ในช่วงปลายไตรมาส 2 ปี 2567

อาคารที่ ธพส.ก่อสร้างโดยเฉพาะที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯเป็นสมาร์ทบิวดิ้ง และทุกตึกผ่านเกณฑ์ มาตรฐานอาคารเขียว (Green Building) ในประเทศไทย ระดับทอง ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ (เช่น เป็นอาคารประหยัดพลังงาน) ระหว่างก่อสร้าง (เช่น ไม่มีเรื่องร้องเรียนปัญหาฝุ่น เสียง หรือถนนสกปรกเลอะเทอะ) และการบริหารจัดการหลังสร้างเสร็จ (เช่น การดูแล ซ่อมแซม ปรับปรุง ใช้วิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม)
นอกจากนี้ ธพส.ได้ทำโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ เพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆรอบศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ตามวิสัยทัศน์ของดร.นาฬิกอติภัคที่ต้องการสร้างพื้นที่สีเขียวอย่างน้อย 10% เพื่อให้บรรยากาศโดยรวมมีความร่มรื่น สดชื่น ผ่อนคลาย เอื้อประโยชน์ทั้งต่อการทำงาน การพักผ่อน การออกกำลังกาย และใช้เป็นพื้นที่ในการจัดกิจกรรม
พื้นที่สีเขียว 10% ตรงนี้ไม่นับรวมอยู่ในพื้นที่สีเขียวภาคบังคับตามกฎกระทรวง ซึ่งบางจุดเป็นแค่พื้นที่สีเขียวแต่ไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยพื้นที่สีเขียวที่เพิ่มขึ้นมาภายในศูนย์ราชการฯมีพื้นที่รวมกว่า 40 ไร่ จัดทำเป็นสวนสาธารณะ อำนวยความสะดวกแก่ข้าราชการ พนักงาน ของหน่วยงานที่เช่าพื้นที่ จำนวนกว่า 4 หมื่นคน รวมทั้งผู้มาติดต่อในศูนย์ราชการฯ ชุมชนโดยรอบและประชาชนทั่วไป ได้ใช้บริการ และสวนนี้ออกแบบอย่างมีสุนทรียภาพตามหลักอารยศาสตร์ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์เพิ่มพื้นที่สีเขียวดังกล่าวมีทั้งระดับพื้นดินและสวนลอยฟ้า แบ่งเป็น 5 พื้นที่ ได้แก่ 1.พื้นที่สีเขียวบริเวณอาคารจอดรถและซ่อมบำรุง (Depot) มีขนาดพื้นที่ 5.05 ไร่ จัดสวนด้วยไม้ยืนต้นผสมไม้พุ่ม และบนชั้นดาดฟ้าของอาคารจะทำเป็นสวน Urban Farming หรือฟาร์มเกษตรสำหรับคนเมือง ส่วนอาคารจอดรถอาคาร A จะพัฒนาพื้นที่ในรูปแบบ Welcoming Garden พร้อมลานกิจกรรม เปรียบเสมือนสวนหน้าบ้านต้อนรับผู้ที่จะเข้ามาภายในศูนย์ราชการฯ
2.พื้นที่สีเขียวบริเวณสวนหลังศาลพระพรหม ขนาด 5.75 ไร่ เป็นสวนสาธารณะขนาดย่อม สามารถจัดงานกิจกรรมต่างๆได้ 3.พื้นที่สีเขียวบริเวณเกาะกลางถนน ตั้งแต่ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถึงอาคารรัฐประศาสนภักดี ขนาดพื้นที่เป็นแนวยาวรวม 12.05 ไร่ ต้นไม้ใหญ่เรียงยาวเป็นทิวแถวกว่า 1,200 ต้น โดยเฉพาะสีเหลืองอร่ามของดอกราชพฤกษ์ตลอดเส้นทาง คาดว่าจะเป็นแลนด์มาร์กอีกแห่งของกรุงเทพฯ 4.พื้นที่สีเขียวหน้าอาคารรัฐประศาสนภักดี ขนาดพื้นที่ 12.65 ไร่ เชื่อมต่อกับสวนหลังศาลพระพรหม เป็นที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจที่มีทิวทัศน์สวยงาม 5.พื้นที่สีเขียวทางเชื่อมต่อระหว่างอาคาร B กับ อาคาร C ขนาดพื้นที่ 5.10 ไร่ จุดนี้จะเสร็จหลังสุดราวปลายปี 2567 ผมเห็นภาพกราฟิกมาแล้ว สมกับเป็นต้นแบบเมืองสีเขียว ทั้งร่มรื่น สวยงามอร่ามตา จะเป็นจุดเช็กอินแห่งใหม่ได้เต็มภาคภูมิ.





เรื่องน่าอ่าน
“อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์” วิเคราะห์โจทย์ใหญ่ของ รัฐบาลอนุทิน “เมื่อประเทศไทยถูกทิ้งไว้ข้างหลัง (Thailand Left Behind)
DSI ขยายผลคดีเว็บพนันออนไลน์ จับแอดมินเครือข่าย “แม่มนต์” หลังกลับไทยมาหาแฟนสาว
เมื่อ “ความรู้” ไม่ใช่แต้มต่ออีกต่อไป ปรากฏการณ์ Knowledge Inflation และโจทย์ใหม่ของการสร้างคนในศตวรรษที่ 21 /โดย ดร.Force
หวั่นไทยตกขบวนไม่ทันโลกเศรษฐกิจ แนะดูตัวอย่าง 3 ชาติ “มิสเตอร์เอทานอล-อลงกรณ์” ทักท้วงกระทรวงการคลัง ชี้เป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 51% ปี 2580 ช้าเกินไป
กสม. ผนึกภาครัฐ-ภาคประชาสังคม-องค์กรระหว่างประเทศ เดินหน้าป้องกันการทรมาน ย้ำ “ป้องกันดีกว่าเยียวยา”
DSI ร่วมหลายหน่วยงานปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด ขยายผลล่าเครือข่าย “หนูเฉิน” สั่งซื้อสารตั้งต้นยาเสพติด
ไม่รอลงอาญา อดีตนายกเล็กย่านตาขาว โดนคุก 6 ปี 18 เดือน ข้อหาเอารถหลวงใช้ส่วนตัว เบิกค่าน้ำมันเกือบล้าน
DSI จับหญิงรับจ้างเปิดบัญชีม้าแอพเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 2,000 ต่อปี