DSI ส่งสำนวนคดีฟอกเงิน ในความผิดมูลฐาน บริษัท เดอะ ชิสเต็ม ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ จำกัด กับพวก หลอกลวงให้ร่วมลงทุน
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ส่งสำนวนพร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีพิเศษที่ 66/2563 กรณี นายภาคิน กิตติธราดิลก ผู้ต้องหา กระทำความผิดฐานฟอกเงินในความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ โดยคดีพิเศษดังกล่าวเป็นคดีความผิดต่อเนื่องหรือเกี่ยวพันกันกับคดีพิเศษที่ 112/2560 กรณี บริษัท เดอะ ชิสเต็ม ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ จำกัด และบริษัท อินโนวิชั่น โฮลดิ้ง จำกัด โดยนายภูดิศ กิตติธราดิลก มีพฤติการณ์ร่วมกันหลอกลวงโดยประกาศโฆษณาต่อประชาชนทั่วไปหรือบุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ว่าผู้ต้องหากับพวก มีกิจการรับประชาชนทั่วไปให้เข้าร่วมลงทุนหรือให้กู้ยืมเงิน โดยตกลงที่จะจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนในอัตราร้อยละ 7 ต่อสัปดาห์ และกำหนดจ่ายผลตอบแทนให้ทุกสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 52 สัปดาห์ ( 1 ปี ) ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อและนำเงินมาเข้าร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ตกลง เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับความเสียหายจำนวน 2,653 คน รวมมูลค่าความเสียหาย 574,188,781.22 บาท

สำหรับคดีพิเศษที่ 66/2563 นี้ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้อนุมัติให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลถึงกลุ่มบุคคลที่ร่วมกระทำความผิดรายอื่นที่เกี่ยวข้องกับความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งจากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานปรากฏข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2558 ถึงวันที่ 29 มีนาคม 2560 เวลาใดไม่ปรากฏชัด ต่อเนื่องเกี่ยวพันกันนายภาคินฯ ผู้ต้องหา รับโอนเงินจากผู้ต้องหาในคดีพิเศษ ที่ 112/2560 ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการกระทำความผิดมูลฐาน ในขณะที่รู้อยู่แล้วว่าทรัพย์นั้นได้มาจากการกระทำความผิด โดยมีเจตนาเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้นฯ หลายกรรมต่างกันตามจำนวนครั้งที่รับโอนและได้มาครอบครอง จำนวน 68 ครั้ง และการโอนต่อไปยังบุคคลอื่น จำนวน 7 ครั้ง รวมการทำธุรกรรมทั้งสิ้น 75 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 93,506,061.44 บาท โดยมีรัฐเป็นผู้เสียหาย
ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ในฐานะพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบการสอบสวน มีความเห็น “ควรสั่งฟ้อง” ผู้ต้องหาในความผิดฐานฟอกเงินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 5 (1) (2) (3) และมาตรา 60 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ทั้งนี้ โดยได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ส่วนคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ 2 นำสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 66/2563 จำนวน 4 แฟ้ม 1,219 แผ่น ส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย สำหรับผู้ต้องหาในคดีนี้ได้หลบหนี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับและได้ประกาศสืบจับไว้แล้ว
ที่มา นนท์นที ส่วนประชาสัมพันธ์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ
เรียบเรียง นายศรัณย์ภัทร กายทอง




เรื่องน่าอ่าน
สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมศิลปะเพื่อพลังใจ ไอคอนสยาม เสาร์นี้ 12 ก.ย.2569
DSI ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการฯ เร่งปราบอาชญากรรมเทคโนโลยีข้ามชาติ ขยายผลเส้นทางการเงิน ใช้ AI หนุนการทำงาน
สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดนนทบุรี ร่วมพิธีเปิดงาน Thai SME GP (SME BIG MOVE)
สำนักงาน ก.พ.ร. เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน มอบ “รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569” เช็ดชูเกียรติหน่วยงานรัฐขับเคลื่อนนวัตกรรมและ AI ภายใต้แนวคิด “CHANGE for a Better Future เปลี่ยน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า”
DSI ยกระดับความร่วมมือ HSI สหรัฐฯ ผนึกกำลังปราบปรามสแกมเมอร์ อาชญากรรมไซเบอร์ และการค้ามนุษย์ข้ามชาติ
ด่วน!!! เหตุยิงในโรงเรียนอนุบาลที่ จ.ชลบุรี สกู๊ปพิเศษ: กระสุนแห่งความหึงหวง พังทลายเซฟโซนเด็กอนุบาล—เมื่อ ‘อาวุธหลวง’ กลายเป็นเครื่องมือปลิดชีพครูในรั้วโรงเรียน
ต่อนี้ประชาชนต้องที่จอดในบ้านเท่านั้น….,.️เห็นด้วย บางคนมีที่จอดรถ เอาที่จอดวางโต๊ะเก้าอี้ไว้หน้าบ้าน แต่เอารถไปจอดข้างรั้ว ล่าสุดศาลตัดสินแล้ว จอดรถหน้าบ้านตัวเองก็ผิด เจ้าของบ้านแพ้คดี
ติดอาวุธทางปัญญา!!! สอบสวนกลาง เปิดศูนย์ติวเข้มรุ่นใหญ่ รู้ทันกลโกง “แก๊งคอลเซนเตอร์”