เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 ภายใต้การอำนวยการของนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้ ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการศูนย์คดีละเมิดทางเพศเด็ก/ หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับพันตำรวจตรี สิริวิชญ์ ชาญเตชะสิทธิ์กุล ผู้อำนวยการกองคดีการค้ามนุษย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว นำกำลังจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา จำนวน 2 ราย ตามคดีพิเศษที่ 67/2564 ในข้อหา “ร่วมกันกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สามคนขึ้นไป โดยแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี” โดยจับกุมได้ในพื้นที่จังหวัด ชลบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี
คดีพิเศษดังกล่าวสืบเนื่องจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับการประสานงานจากเครือข่ายชุมชนคนไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่าได้ให้ความช่วยเหลือหญิงไทย ซึ่งถูกหลอกลวงไปบังคับค้าประเวณี ณ นครดูไบ โดยพฤติการณ์ คือ เมื่อเดือนมีนาคม 2564 กลุ่มผู้ต้องหาซึ่งมีทั้งชาวไทย และชาวจีน ได้ชักชวนโดยการหลอกลวงผู้เสียหายว่า มีงานนวดที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รายได้ชั่วโมงละ 600 บาท โดยผู้เสียหายจะต้องทำงานใช้หนี้ค่าแท็ค 56,000 บาท ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงตอบรับการชักชวน ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาได้พาผู้เสียหายไปตรวจร่างกายก่อนเดินทาง ทำวีซ่า ซื้อตั๋วเครื่องบิน และเรียกรถแท็กซี่ให้พาผู้เสียหายไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่เมื่อเดินทางไปถึงนครดูไบแล้ว ผู้เสียหายกลับถูกกลุ่มผู้ต้องหา ยึดหนังสือเดินทาง และพาไปกักขังที่ร้านนวดแต่ด้านในเป็นสถานค้าประเวณีซึ่งล็อคประตูร้านไว้ตลอดเวลา และบังคับให้ผู้เสียหายค้าประเวณีเพื่อนำเงินมาจ่ายหนี้ค่าแท็ค จนกระทั่งท้ายที่สุด ผู้เสียหายต้องโอนเงินให้กลุ่มผู้ต้องหาเพื่อไถ่ตนเอง จำนวน 62,000 บาท จึงได้รับหนังสือเดินทางคืนจากกลุ่มผู้ต้องหา และเดินทางไปขอความช่วยเหลือจากสถานกงสุลใหญ่ ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย และเข้าร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ จนมีการออกหมายจับผู้ต้องหาชาวไทยและชาวต่างชาติ จำนวน 5 ราย ต่อมาเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 สามารถจับตัวผู้ต้องหาหญิงไทย จำนวน 2 ราย ที่เป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการดังกล่าวนี้ สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เบื้องต้นจึงนำตัวขออำนาจฝากขัง ณ ศาลอาญา กรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีความมุ่งมั่นในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง จึงขอแจ้งเตือนประชาชนโปรดอย่าหลงเชื่อบุคคลซึ่งเป็นนายหน้าอ้างว่ามีงานนวดแผนไทย ในต่างประเทศ มีรายได้ดี อยู่กินสุขสบาย ไม่มีการบังคับขายบริการทางเพศ เช่น สาธารณรัฐเกาหลี สหพันธรัฐมาเลเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และราชอาณาจักรบาห์เรน เป็นต้น โดยหากประชาชนมีความประสงค์ จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศโปรดติดต่อกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน โดยตรง ทั้งนี้ หากมีข้อมูลหรือเบาะแสเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ สามารถแจ้งมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ โทรศัพท์ สายด่วน 1202 (ฟรีทั่วประเทศ) โดยข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ







เรื่องน่าอ่าน
“Air to Food“ เมื่ออากาศกลายเป็นมื้ออาหารมหัศจรรย์แห่งไบโอเทคโนโลยี สู่ฮับอาหารแห่งอนาคตของไทยในมุมมองของ ”อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ“
ผักผลไม้จีนบุกตลาดไทย “ถูก-มีทั้งปี” แต่มี “สารตกค้าง” ปัญหาใหญ่ต่อสุขภาพ จี้ติดป้ายแหล่งกำเนิดให้ผู้บริโภคเลือกเอง
เปิดผลตรวจพืชริมแม่น้ำกก พบอย่างน้อย 21 ชนิดปนเปื้อนโลหะหนักเกินมาตรฐาน
ย้ำเหตุเพลิงไหม้โรงเก็บกากอุตสาหกรรม บ.วิน โพรเสสฯ ละเมิดสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีมติให้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ แก้ไขปัญหาด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ที่มาจากการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชาวบ้าน เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569
DSI เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีถือครองที่ดิน และประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 3 จุด
DSI รวบเพิ่มผู้ต้องหาเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับ “นายชนนพัฒฐ์ฯ” และยังเดินหน้าขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ไม่แปลกสังคมคาใจ!!! “อัยการสูงสุด” สั่งไม่ฟ้อง “แทนไท” สวนทาง DSI แสดงหลักฐานจนศาลอนุมัติหมายจับ แถมโดน ปปง.สั่งยึดทรัพย์ 174 ล้าน