เมอร์ไลอ้อน ครบ 50 ปี การท่องเที่ยวสิงคโปร์ฉลองใหญ่ ดึงนักท่องเที่ยวดูไฟประดับ-งานศิลป์
เมอร์ไลอ้อน สัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองสิงคโปร์ ในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีของสิงโตทะเลตัวนี้ การท่องเที่ยวสิงคโปร์จัดงานใหญ่ ชวนนักท่องเที่ยวร่วมร้องเพลง Happy Birthday ให้กับสัญลักษณ์ชื่อดังไปเมื่อ 15 กันยายน ที่ผ่านมา

ต่อมาในปี 2507 สัตว์ในตำนานที่มีหัวเป็นสิงโต มีลำตัวเป็นปลา ถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นโลโก้ให้กับการท่องเที่ยวสิงคโปร์ การออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจากความเป็นหมู่บ้านชาวประมง (Fishing Village) รวมกับสิงหปุระ (Lion City) เพื่อรำลึกถึงช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่เกาะแห่งนี้ถูกค้นพบ โลโก้เมอร์ไลอ้อน ได้จดทะเบียนการค้าเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2509 และมีการนำมาใช้เป็นเวลายาวนาน 33 ปี ตั้งแต่นั้นจนถึง พ.ศ.2540
ส่วนรูปปั้นเมอร์ไลอ้อน สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2515 โดยช่างฝีมือชาวสิงคโปร์ชื่อว่า ลิม นัง เส็ง ใช้แบบร่างโดยศิลปินชื่อ ควาน ไส เคียง เป็นต้นแบบ ส่วนหัวสิงโต และส่วนลำตัวที่เป็นปลาก็มาจากตำนานที่ถูกเล่าส่งต่อมาจากอดีต โดยรูปปั้นสร้างให้หันหน้าออกไปยังท้องทะเลตามหลักฮวงจุ้ย ซึ่งนายช่างลิมที่เป็นปฏิมากร ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ปั้นเมอร์ไลอ้อน หลังจากที่เขาได้รับรางวัลมากมายจากการประกวดแข่งขันที่จัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวสิงคโปร์
ช่างลิมแกะสลักรูปปั้นสิงโตทะเลขนาดเล็ก
คนสิงคโปร์อีกจำนวนมากไม่ทราบมาก่อนว่า ช่างลิม ไม่ได้ปั้นเมอร์ไลอ้อนนี้ด้วยตัวคนเดียว แต่ได้รับความช่วยเหลือจากลูกๆ ทั้ง 8 คนของเขา โดยลูกๆ ที่โตหน่อยจะปีนขึ้นไปบนนั่งร้าน ช่วยแกะส่วนตาของเมอร์ไลอ้อน ส่วนน้องเล็กๆ ก็แกะสลักเกล็ดปลาและครีบส่วนหาง ลูกๆ ชองช่างลิมทุกคนมีความยินดีและภูมิใจที่ได้ช่วยพ่อของเขาทำงานนี้ และไปช่วยงานที่สถานที่ก่อสร้างเกือบทุกวันทั้งก่อนไปโรงเรียนและหลังเลิกเรียน
ในวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2515 อดีตนายกรัฐมนตรี ลี กวน ยู เป็นประธานในพิธีติดตั้งและเผยโฉมเมอร์ไลอ้อนอย่างเป็นทางการ ที่ปากแม่น้ำสิงคโปร์ โดยเมอร์ไลอ้อนหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตามหลังฮวงจุ้ย เชื่อว่าจะนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่เมือง ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้รูปปั้นเมอร์ไลอ้อน ณ เมอร์ไลอ้อน ปาร์ค กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตของประเทศสิงคโปร์ที่รู้จักกันไปทั่วโลก
ปีพ.ศ.2540 มีการสร้างสะพานเอสพลานาด เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรจากตัวเมืองไปยังย่านมารีน่า ส่งผลให้ทัศนียภาพของเมอร์ไลอ้อนถูกบดบัง จึงต้องย้ายที่ตั้งของเมอร์ไลอ้อน ในปี 2545 โดยได้คัดเลือกสถานที่ถึง 8 แห่ง เพื่อเป็นที่ตั้งแห่งใหม่ ไปลงตัวที่หน้าศูนย์การค้า One Fullerton ซึ่งห่างจากจุดเดิมเพียง 120 เมตร หนึ่งเหตุผลที่สำคัญมากก็คือ เมอร์ไลอ้อนต้องตั้งอยู่ใกล้กับปากแม่น้ำสิงคโปร์ เนื่องจากบริเวณนี้เป็นสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ เพราะเป็นบริเวณที่ เจ้าชายแสง นิลา อุตามา ได้เห็นสัตว์ที่ท่านคิดว่าเป็นสิงโตเป็นครั้งแรก
บ่ายแก่ๆ ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552 เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง เกิดฟ้าผ่าไปที่รูปปั้นเมอร์ไลอ้อน ชิ้นส่วนบริเวณแผงคอตกลงมา และเกิดเป็นรูที่ส่วนฐาน ใช้เวลาบูรณะซ่อมแซมประมาณ 1 เดือน พร้อมติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
รูปปั้นเมอร์ไลอ้อนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังที่สุดของสิงคโปร์ ใครที่มาเที่ยวต้องไม่พลาดแวะทักทาย ต่อมาปี 2561 การท่องเที่ยวสิงคโปร์เปิดตัวการ์ตูนเมอร์ไลอ้อน โดยตั้งชื่อว่า “น้องเมอร์ลี”เพื่อดึงดูดเด็กๆ และเยาวชน ได้รับการตอบรับอย่างสูง ความน่ารักของน้องเมอร์ลีสามารถครองใจผู้ชมได้อย่างรวดเร็ว เมอร์ไลอ้อนและน้องเมอร์ลีจึงทำหน้าที่เล่าขานตำนานในอดีตเรื่อยมา
การประดับไฟที่ตัวเมอร์ไลอ้อน
นายคีธ ตัน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวสิงคโปร์ กล่าวว่า “เมอร์ไลอ้อน เป็นสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองสิงคโปร์ที่รู้จักกันไปทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในตัวแทนการท่องเที่ยว ที่ช่วยให้สิงคโปร์เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวามากขึ้น และเป็นบ้านเกิดที่ชาวสิงคโปร์ทุกคนภาคภูมิใจ หลังจากช่วงเวลาที่ยากลำบากของธุรกิจการท่องเที่ยว 2ปีที่ผ่านมา ถึงเวลาที่เราจะร่วมเฉลิมฉลองวันเกิดครบ 50 ปีให้กับเมอร์ไลอ้อน โดยขอเชิญชวนทั้งคนสิงคโปร์และนักท่องเที่ยวให้มาฉลองวันเกิดร่วมกัน”
ขณะที่ประเทศสิงคโปร์กำลังเตรียมพร้อมรับนักเดินทางต่างชาติ การฉลองครบรอบวันเกิดครบ 50 ปีของเมอร์ไลอ้อน จึงเป็นเหมือนการเฉลิมฉลองเพื่ออนาคตที่สดใส สำหรับนักท่องเที่ยวสายเซลฟี รูปปั้นเมอร์ไลอ้อนที่ เมอร์ไลอ้อน ปาร์ค ใกล้ศูนย์การค้า One Fullerton มีการจัดไฟประดับจนถึงวันที่ 29 กันยายน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึงเที่ยงคืนทุกวัน
สำหรับผู้ชื่นชอบศิลปะ สามารถเข้าชมนิทรรศการศิลปะเกี่ยวกับเมอร์ไลอ้อน ที่หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์ ในงาน “Nothing is Forever: Rethinking Sculpture in Singapore” ส่วนผู้สนใจด้านการทำขนม สามารถลงทะเบียนเรียนการทำคุกกี้รูปน้องเมอร์ลีกับ RedMan Baking Studio ดูรายละเอียดเพิ่มดูได้ที่ https://www.nationalgallery.sg/content/art-all-around-you-discover-sculpture-anew-through-landmark-survey
CR.Khaosod Online





เรื่องน่าอ่าน
รมว.ยุติธรรม และ รมว.พลังงาน DSI ตร. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวผลการตรวจสอบกรณีน้ำมันขาดแคลนรุนแรงที่สถานบริการน้ำมันในช่วงสงครามตะวันออกกลาง
ชาวกรุงตื่นตัวรับรู้แรงสั่นสะเทือน แผ่นดินไหวเมียนมา 5.3 เขย่าตึกสูงใน กทม. ขณะที่ ปปง. สั่งอพยพด่วน
ดุลยภาพและพลวัตของไทยบนแกนกลางภูมิรัฐศาสตร์อินโด-แปซิฟิก /โดย: Dr.Force
ก้าวใหม่เอทานอล “ไทย-ญี่ปุ่น” : ก้าวใหญ่อุตสาหกรรมยานยนต์ชีวภาพ ในมุมมองของ “มิสเตอร์เอทานอล”
🌟กลับมาแล้ว🌟 ถนนคนเดินมหรรณพ ครั้งที่ 5
บริเวณทางรถไฟมักกะสัน รถไฟชนรถเมล์ อัดเสาตอม่อไฟท่วม เจ็บ-ตาย หลายราย
สหรัฐฯ-จีน บนปากเหว “กับดักธูซิดิดีส” และบทเรียนมหาอำนาจจากประวัติศาสตร์โลก /โดย: Dr.Force
DSI ร่วม ตร.สภ.คลองหลวง รวบแอดมินปลอมเพจโรงแรมดังที่พักทิพย์ ตุ๋นเหยือโอนเงิน