ดีเอสไอ บุกค้นแหล่งผลิตยากำจัดวัชพืชและแมลง ในพื้นที่จังหวัดสงขลา
อ้างเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพ แต่พบใช้วัตถุอันตรายเป็นส่วนผสม
สืบเนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นมาตรการเชิงรุกในการคุ้มครองผู้บริโภค จากการใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรปลอดส่วนผสมของวัตถุอันตราย

ผลตรวจพบมีส่วนผสมของพาราควอตไดคลอไรด์ ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นสารควบคุมตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 บัญชี 1.1 ลำดับที่ 353 ที่นำไปใช้เป็นสารออกฤทธิ์ในการกำจัดวัชพืชทางการเกษตร และยังพบว่าผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของฟิโพรนิล ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นสารควบคุมตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 บัญชี 1.1 ลำดับที่ 446 ที่นำไปใช้เป็นสารออกฤทธิ์ในการกำจัดแมลง และเมื่อตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนไม่พบข้อมูลการขึ้นทะเบียนไว้ตามกฎหมาย การกระทำของผู้ประกอบการเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 จึงมีความผิดฐานผลิต หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 73 และฐานผลิตหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 45 (4) ตามมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ซึ่งคดีความผิดที่มีบทกำหนดโทษตามมาตรา 78 ได้ระบุไว้ในบัญชีท้ายประกาศ กคพ.(ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2565 เรื่อง กำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ข้อ 20 อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงรับเรื่องดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษเพื่อดำเนินคดีแล้ว
ล่าสุด วันนี้ (วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม 2565) นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้ พันตำรวจโท สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกำกับดูแลกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค สั่งการให้ ร้อยโท ภชภณ สุพานิชวรภาชน์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการส่วนคดีคุ้มครองผู้บริโภค 1 พร้อมเจ้าหน้าที่กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค นำหมายศาลจังหวัดสงขลาเข้าตรวจค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ในอำเภอหาดใหญ่ และอำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา จำนวน 3 จุดพร้อมกัน ผลการตรวจค้นสามารถยึดผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวัตถุอันตรายที่ไม่ได้รับอนุญาตเป็นจำนวนมาก โดยจะนำไปเป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไป
ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอแจ้งไปยังผู้ที่มีสารพาราควอตไดคลอไรด์ สารฟิโพรนิล และสารอันตรายอื่นไว้ในครอบครอง จะต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น หากปัจจุบันยังพบมีการจำหน่าย ใช้เป็นส่วนผสมหรือขายให้ประชาชนอีก กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมวิชาการเกษตร จะได้บูรณาการการทำงานร่วมกันในการดำเนินคดีอย่างเข้มข้นกับผู้ที่กระทำความผิดต่อไป
**************************
ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2565












เรื่องน่าอ่าน
“Air to Food“ เมื่ออากาศกลายเป็นมื้ออาหารมหัศจรรย์แห่งไบโอเทคโนโลยี สู่ฮับอาหารแห่งอนาคตของไทยในมุมมองของ ”อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ“
ผักผลไม้จีนบุกตลาดไทย “ถูก-มีทั้งปี” แต่มี “สารตกค้าง” ปัญหาใหญ่ต่อสุขภาพ จี้ติดป้ายแหล่งกำเนิดให้ผู้บริโภคเลือกเอง
เปิดผลตรวจพืชริมแม่น้ำกก พบอย่างน้อย 21 ชนิดปนเปื้อนโลหะหนักเกินมาตรฐาน
ย้ำเหตุเพลิงไหม้โรงเก็บกากอุตสาหกรรม บ.วิน โพรเสสฯ ละเมิดสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีมติให้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ แก้ไขปัญหาด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ที่มาจากการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชาวบ้าน เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569
DSI เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีถือครองที่ดิน และประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 3 จุด
DSI รวบเพิ่มผู้ต้องหาเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับ “นายชนนพัฒฐ์ฯ” และยังเดินหน้าขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ไม่แปลกสังคมคาใจ!!! “อัยการสูงสุด” สั่งไม่ฟ้อง “แทนไท” สวนทาง DSI แสดงหลักฐานจนศาลอนุมัติหมายจับ แถมโดน ปปง.สั่งยึดทรัพย์ 174 ล้าน