ติดเชื้อโควิด 5 หมื่นรายต่อวัน หมอศิริราซแนะรัฐบอกความจริงประชาชน

ai set 8 

 

 

 

ติดเชื้อโควิด 5 หมื่นรายต่อวัน หมอศิริราซแนะรัฐบอกความจริงประชาชน เผยเวลานี้เตียง
คนป่วยเริ่มขาดแคลน เตือนสถานการณ์เริ่มตรีงเครียดอีกครั้ง

หมอนิธิพัฒน์ 1รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล (หมอนิธิพัฒน์) หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้โพสด์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว (นิธิพัฒน์ เจียรกุล) โดยมีข้อความระบุว่า ต้องขอออกมาเตือนกันให้ดัง ๆ ว่า สถานการณ์โควิดขณะนี้เขม็งเกลียวขึ้นมาใหม่ ทุกคนและทุกฝ่ายต้องช่วยกันประคองภาพรวมไม่ให้กลับไปทรดหนักอีกรอบแล้วรอลุ้นให้เกิดการปรับฐานโรคลงในช่วงอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อจะได้ร่วมเดินหน้าผลักดันประเทศที่กะปลกกะเปลี้ยกันต่อไป สถานการณ์ที่บ้านริมน้ำเริ่มตึงมือมากว่าสัปดาห์แล้วจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่จำเป็นต้องรับเข้าโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งส่วนน้อยที่ป่วยจากโควิด-19 โดยตรง และส่วนใหญ่ที่ป่วยจากโรคอื่นแต่มีการติดเชื้อโควิดร่วมด้วย จนทำให้บคลากรด่านหน้าที่กันไว้จำนวนหนึ่งสำหรับงานโควิด ต้องกลับมาทำงานกันหนักขึ้นจากเดิมกว่าเท่าตัว และต้องวิ่งวุ่นหมุนเตียงกันมีอระวิง เพื่อลดจำนวนคนไข้ที่ตกคางรอรับไว้ในโรงพยาบาล สภาพเช่นนี้กำลังเกิดขึ้นกับโรงพยาบาลใหญ่อีกหลายแห่งทั้งในกรงเทพฯ และต่างจังหวัด

สวนทางกับตัวเลขรายวันที่แจ้งว่ายังมีเตียงรองรับผู้ปวยโควิด-19 เหลืออีกมาก ตัวเลขที่ว่านั้นเป็นแค่กรอบจำนวนเตียงที่จะขยายขึ้นได้ภายใต้เงื่อนไข แต่ที่มีใช้งานอยู่จริงตอนนี้เริ่มร่อยหรอเต็มที่ ส่วนกรอบที่จะขยายได้ก็ถูกปาไปใช้กับผู้ป่วยนที่ไม่ใปโควิดจนเก็อบไม่เหลือ จากข้อมูลที่รับทราบมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยจริงเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน น่าจะอยู่ที่ราววันละห้าหมื่นคนแล้ว ต่างกับตัวเลขรายวันที่เราเห็บกันในรายงาน แถมยังมีปรากฎการณ์ยอดตกช่วงต้นสัปดาห์ วันนี้ซึ่งเป็นผลจากระบบการตรวจหาเนื้อและรายงานผลช่วงวันหยุด ส่วนตัวเลขผู้ป่วยอาการรุนแรงที่เพิ่มขึ้นจาก 600 แล้วมาหยุดแถวค่อน 700 ก็เป็นผลจากระบบการรายงานที่จะมียอดวิ่งเข้ามาเป็นก้อนไม่ได้สม่ำเสมอในทุกวัน

วันนี้เป็นวันสุดท้าขของระบบการเบิกจ่าย เงินค่าตรวจรักษาโรคโควิด-19 ในรูปแบบเดิม เพื่อเปลี่ยนผ่านเข้าสู่รูปแบบปคติของระบบสุขภาพพื้นฐานเรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งเข้าสู่ถารเป็นโรคประจำถิ่นที่ได้เตรียมการรองรับกันไว้มานาน เมื่อประกอบกับสถานการณ์การระบาดที่กลับปะทุใหม่ แม้จะยังไม่แรงถึงครึ่งหนึ่งของช่วงพีคโอไมครอน แต่ต้นทุนประเทศในการดูดชับปัญหาเราร่อยหรอยอบแยบเต็มที่ทั้งด้านงบประมาณและด้านบคลากร หากไม่ออกแรงดช่วยกันชะลอควบคมการระบาดให้อยู่มีอ อาจเห็นมีผู้ป่วยอาการรุนแรงตกค้างในชุมชนและจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น และหลีกเลี่ยงดราม่าครั้งใหม่ไม่พ้นแน่ ถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐต้องบอกความจริง และออกมาเตือนให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือ ไม่ใช่คอยแต่ให้ท้ายเพื่อปลดหน้ากากหรือเพิ่มกิจกรรมทางสังคมที่เสียงแต่เพียงด้านเดียว

**************************

ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2565

covid 19

เรื่องน่าอ่าน