กระทรวงยุติธรรม โดย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จับมือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการปฏิบัติและประสานงานการให้ความคุ้มครองช่วยเหลือพยาน พร้อมผนึกกำลังมุ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
วันนี้ (วันอังคารที่ 19 เมษายน 2565) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 10-01 ชั้น 10 อาคารกระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการปฏิบัติและประสานงานการให้ความคุ้มครองช่วยเหลือพยานเพื่อบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่มีภารกิจด้านคุ้มครองช่วยเหลือพยานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมี นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ลงนามร่วมกับ นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมี พันตำรวจโท ธัญญะ ระย้า ผู้อำนวยการสำนักงานคุ้มครองพยาน กล่าวรายงาน และมี ผู้บริหารของทั้ง 2 หน่วยงาน ร่วมเป็นสักขีพยาน
ผู้อำนวยการสำนักงานคุ้มครองพยาน กล่าวว่า กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยสำนักงานคุ้มครองพยาน และ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ตระหนักดีถึงรูปแบบการคุ้มครองพยานคดีทุจริตซึ่งมีลักษณะการดำเนินงาน และวิธีการคุ้มครองที่มีบริบทพิเศษแตกต่างจากแนวทางปฏิบัติทั่วไป จึงได้มีการประสานความร่วมมือในด้านวิชาการร่วมกันอย่างใกล้ชิดเสมอมา และเพื่อยกระดับความร่วมมือให้เกิดแนวทางการพัฒนางานคุ้มครองพยานในคดีทุจริตที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม รองรับการดำเนินงานตามร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ. …. ในอนาคต รวมถึง เพื่อเสริมประสิทธิภาพการคุ้มครองพยานคดีทุจริตตามอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในปัจจุบัน จึงได้หารือร่วมกัน และบรรลุข้อตกลง จนนำมาสู่การจัดทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการปฏิบัติและประสานงานการให้ความคุ้มครองช่วยเหลือพยาน ในวันนี้
อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า กระผมขอแสดงเจตนารมณ์ในการให้ความร่วมมือด้านการปฏิบัติและประสานงานการให้ความคุ้มครองช่วยเหลือพยาน กับ สำนักงาน ป.ป.ช. ดังนี้ (1.) กรมฯ ให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกในทุกมิติกับหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยาน โดยเฉพาะกับสำนักงาน ป.ป.ช. (2.) กรมฯ จะให้ความร่วมมือในการคุ้มครองพยานในกรณีที่ได้รับการประสาน จาก สำนักงาน ป.ป.ช. โดยยึดมั่นในหลักการ การรักษา ความลับ การดำเนินงานที่รวดเร็ว และรักษาสิทธิของพยานและผู้ร้องขอ ตามนิยามที่ตกลงร่วมกันเป็นสำคัญ (3.) กรมฯ จะประสานงานด้านผลการปฏิบัติงาน สถิติ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตามกำหนดเวลาตามบันทึกข้อตกลงนี้ หรือเมื่อได้รับการร้องขอข้อมูลดังกล่าวจาก สำนักงาน ป.ป.ช. กรมฯ จะดำเนินการให้ในโอกาสแรก กรณีไม่สามารถดำเนินการได้ ด้วยเหตุขัดข้องประการใด จะแจ้งให้ทราบเพื่อหาแนวทางการแก้ไขหรือวางแนวทางเพื่อขจัดปัญญาอุปสรรคนั้นไม่ให้เกิดขึ้นได้ในอนาคต (4.) กรมฯ มีความยินดียิ่งที่จะเป็นหน่วยงานที่เสริมสร้างและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการคุ้มครองพยานให้แก่บุคลากรของ สำนักงาน ป.ป.ช. ตลอดจนการจัดส่งบุคลากรของทั้งสองหน่วยงานเข้ารับการฝึกในหลักสูตรที่เกี่ยวกับภารกิจคุ้มครองพยาน โดยมุ่งหวังที่จะร่วมกันพัฒนาบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพสูง สามารถคุ้มครองพยานในคดีทุจริต ซึ่งเป็นแนวทางการคุ้มครองพยานเฉพาะทางได้ในอนาคต และ (5.) สำนักงาน ป.ป.ช. จะมีสถานะเป็นหน่วยงานพันธมิตรที่แน่นแฟ้น ที่กรมฯ จะรับฟังคำร้องขอ คำแนะนำ และข้อเสนอแนะ เพื่อการยกระดับการคุ้มครองพยานในคดีทุจริต ให้มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต่อไป





















เรื่องน่าอ่าน
DSI ขยายผลคดีเว็บพนันออนไลน์ จับแอดมินเครือข่าย “แม่มนต์” หลังกลับไทยมาหาแฟนสาว
เมื่อ “ความรู้” ไม่ใช่แต้มต่ออีกต่อไป ปรากฏการณ์ Knowledge Inflation และโจทย์ใหม่ของการสร้างคนในศตวรรษที่ 21 /โดย ดร.Force
หวั่นไทยตกขบวนไม่ทันโลกเศรษฐกิจ แนะดูตัวอย่าง 3 ชาติ “มิสเตอร์เอทานอล-อลงกรณ์” ทักท้วงกระทรวงการคลัง ชี้เป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 51% ปี 2580 ช้าเกินไป
กสม. ผนึกภาครัฐ-ภาคประชาสังคม-องค์กรระหว่างประเทศ เดินหน้าป้องกันการทรมาน ย้ำ “ป้องกันดีกว่าเยียวยา”
DSI ร่วมหลายหน่วยงานปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด ขยายผลล่าเครือข่าย “หนูเฉิน” สั่งซื้อสารตั้งต้นยาเสพติด
ไม่รอลงอาญา อดีตนายกเล็กย่านตาขาว โดนคุก 6 ปี 18 เดือน ข้อหาเอารถหลวงใช้ส่วนตัว เบิกค่าน้ำมันเกือบล้าน
DSI จับหญิงรับจ้างเปิดบัญชีม้าแอพเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 2,000 ต่อปี
DSI ลงพื้นที่กลางดง ปากช่อง ตรวจของกลางวัตถุอันตรายปริมาณกว่า 300 ตัน เร่งสอบสวนเอาผิดตามกฎหมาย