DSI สนธิกำลัง ร่วมกับด่านศุลกากรปัตตานี ปศุสัตว์จังหวัดปัตตานี สถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจค้นโกดังเก็บเนื้อวัวลักลอบนำเข้าโดยผิดกฎหมาย 

ai set 8

2 2

DSI สนธิกำลัง ร่วมกับด่านศุลกากรปัตตานี ปศุสัตว์จังหวัดปัตตานี สถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจค้นโกดังเก็บเนื้อวัวลักลอบนำเข้าโดยผิดกฎหมาย 

เมื่อวันอังคารที่ 16 พฤษภาคม 2566 พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค มอบหมายให้นายชยพล สายทวี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนที่ 199/2565 ให้สั่งการคณะพนักงานสืบสวนสนธิกำลังร่วมกับด่านศุลกากรปัตตานี ปศุสัตว์จังหวัดปัตตานี สภานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี และศูนย์ปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกันตรวจค้นจับกุม กรณี ผู้ประกอบการเนื้อวัวในจังหวัดยะลาขอความเป็นธรรมจากการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายเนื้อวัวหลีกเลี่ยงภาษีตามเลขสืบสวนที่ 199/2565

กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากคณะพนักงานสืบสวนที่ 199/2565 ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามพฤติการณ์กลุ่มขบวนการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายเนื้อวัวหลีกเลี่ยงภาษีรายนี้มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว โดยทราบว่าได้ลักลอบนำเข้าเนื้อวัวจากประเทศมาเลเซียผ่านช่องทางธรรมชาติ แม่น้ำสุไหงโก-ลก บริเวณ ตำบลโฆษิต อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ลำเลียงขึ้นใส่รถกระบะบรรทุกและส่งต่อไปจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้ค้าเนื้อวัวหลีกเลี่ยงภาษีในพื้นที่จังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา โดยในพื้นที่จังหวัดปัตตานีจากการสืบสวนพบว่านำไปเก็บไว้ในโกดังติดป้ายว่า อิควาน 99 บ้านเลขที่ 114 ถนนฤาดี ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ต่อมาในเวลาประมาณ 20.00 นาฬิกา ในขณะที่ผู้กระทำความผิดกำลังลำเลียงเนื้อจากรถกระบะบรรทุกเข้าไปเก็บในโกดัง เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นจับกุมจึงได้แสดงตัวและบูรณาการกำลังในการตรวจค้น พบนายสุกรี สะอะ ทำหน้าที่ขับรถกระบะบรรทุก หมายเลขทะเบียน บท 3788 ยะลา นายอิบรอฮิม หะยีดาโอะ นั่งข้างคนขับ และนายอับดุลบาศิต ตามา ผู้ครอบครองสถานที่ ผู้ต้องหา พร้อมของกลางเนื้อวัว เนื้อควาย ตับ ซึ่งมีต้นทางจากประเทศอินเดีย และเนื้อวัวซึ่งมีต้นทางจากประเทศบราซิล โดยบรรทุกอยู่หลังรถกระบะจำนวน 3.7 ตัน และที่เก็บอยู่ในบริเวณโกดังจำนวนประมาณ 4 ตัน จากการตรวจค้นผู้ต้องหาให้การว่าเนื้อวัวดังกล่าวได้ลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศและไม่มีใบอนุญาตตามกฎหมาย มูลค่าความเสียหายวันละกว่าหนึ่งล้านบาท โดยกลุ่มผู้กระทำความผิดได้ลักลอบค้ามานานกว่าสองปี

กรณีการลักลอบค้าเนื้อวัวเถื่อนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประชาชนผู้นับถือศาสนาอิสลามส่วนใหญ่นิยมบริโภค โดยเนื้อวัวดังกล่าว ถ้ามองลักษณะภายนอกเหมือนเนื้อเกรดพรีเมี่ยม แต่ในความเป็นจริงแล้วเนื้อวัวดังกล่าวเป็นเนื้อวัวที่ไม่ได้มาตราฐาน ไม่ผ่านการตรวจโรค หากประชาชนในพื้นที่บริโภคเข้าไปอาจส่งผลเสียหายต่อสุขภาพอนามัยและโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจมีการปนเปื้อนของโรคติดต่อ เช่น โรควัวบ้า เป็นต้น

การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานลักลอบนำเข้าสินค้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร หรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ตามมาตรา 242 และมาตรา 246 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบความผิดฐานนำเข้าสัตว์หรือซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 มาตรา 31 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และอาจเข้าข่ายเป็นความผิดทางอาญาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในบัญชีท้ายประกาศ กคพ.(ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2565 เรื่อง กำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 ตามบัญชีท้าย ข้อ 7 และข้อ 13 ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยจะได้พิจารณาประมวลเรื่องเสนออธิบดีกรม

สอบสวนคดีพิเศษเพื่อพิจารณาสั่งการให้ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษต่อไป

ซึ่งคณะพนักงานสืบสวน ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผล ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อเป็นการบังคับใช้กฎหมายให้เด็ดขาดและเข้มข้น โดยจะร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องข้างต้นอย่างต่อเนื่องต่อไป

10 1        9 8 6 6 7    5 1 5 1              4 1 3 2          1 2

 

 

เรื่องน่าอ่าน