DSI จับผู้ต้องหาคดีแชร์เดอะ ซิสเต็ม ปลั๊กแอนด์เพลย์ ภาค 2 ส่งอัยการฟ้องศาล
ด้วยกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบมีการสอบสวนดำเนินคดีพิเศษที่ 232/2560 กรณีกล่าวหาบริษัท เดอะ ซิสเต็ม ปลั๊กแอนด์เพลย์ จำกัด โดยนายภูดิศ กิตติธราดิลก กับพวก รวม 27 คน ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งคดีดังกล่าวมีการสอบสวนเสร็จสิ้นและส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ตั้งแต่ 29 ธันวาคม 2562 โดยในส่วนของนายกรฤต จันทร์เด่นดวง ผู้ต้องหาที่ 26 ในคดีดังกล่าวได้หลบหนี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงได้ขออนุมัติต่อศาลอาญาเพื่อออกหมายจับและประกาศสืบจับไว้ ต่อมา เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 เจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษ สามารถจับกุมผู้ต้องดังกล่าวได้ พันตำรวจตรี วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ จึงมอบหมายให้ นางสาวปริมณ์ สาริยา ผู้อำนวยการส่วนคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ 2 และคณะ รับตัวผู้ต้องหามาแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ สอบสวนปากคำและฝากควบคุมตัวไว้ และในวันนี้ (6 กรกฎาคม 2566) ได้นำตัวนายกรฤต จันทร์เด่นดวง ส่งพนักงานอัยการเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
คดีนี้มีที่มาสืบเนื่องจากมีประชาชนผู้เสียหายจำนวนมากเข้าร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษให้สอบสวนดำเนินคดีอาญา กรณีบริษัท เดอะ ซิสเต็ม ปลั๊กแอนด์เพลย์ จำกัด และบริษัท อินโนวิชั่น โฮลดิ้ง จำกัด รวมทั้งผู้บริหารและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทุจริตร่วมกันหลอกลวงโดยประกาศโฆษณาในเว็บไซต์ www.thesystemplugandplay.net ของบริษัทฯ และช่องทางต่าง ๆ ทำให้ต่อประชาชนทั่วไป โดยผู้ต้องหากับพวกได้ชักชวนให้ประชาชนนำเงินมาร่วมลงทุนกับบริษัทฯ เพื่อดำเนินธุรกิจเสริมความงาม ธุรกิจเต็นท์รถ ธุรกิจส่งออกแอฟริกา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การซื้อขายและแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ การลงทุนมี 2 แพ็กเกจ ให้เลือกลงทุน ได้แก่ แพ็กเกจ A ลงทุน 36,000 บาท รับโบนัส 7,800 บาท แพ็คเกจ B ลงทุน 18,000 บาท รับโบนัส 3,900 บาท เมื่อครบ 30 วัน จึงจะได้รับผลตอบแทนการจ่ายผลตอบแทนของแพ็กเกจ A จ่ายในวันที่ 5,10,15,20,25 และสิ้นเดือนครั้งละ 7,800 บาท ต่อมาภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงการลงทุนเป็นแพ็กเกจวีไอพี ลงทุน 108,000 บาท แพ็กเกจพรีเมี่ยม ลงทุน 36,000 บาท แพ็กเกจสแตนดาร์ด ลงทุน 18,000 บาท แพ็กเกจมินิ ลงทุน 9,000 บาท แพ็กเกจไมโคร ลงทุน 4,500 บาท กำหนดจ่ายผลตอบแทนให้เมื่อลงทุนไปแล้ว 1 เดือน โดยจะได้ผลตอบแทนร้อยละ 7 ของเงินลงทุน สัปดาห์ละครั้ง เป็นระยะเวลา 52 สัปดาห์ (1 ปี) ซึ่งคำนวณเป็นดอกเบี้ยสูงสุดถึงประมาณ ร้อยละ 365 ต่อปี โดยที่ไม่ปรากฏหลักฐานการประกอบธุรกิจที่จะสร้างรายได้นำมาจ่ายผลตอบแทนตามอัตราดังกล่าวได้ ความจริงแล้วกลุ่มผู้ต้องหารู้อยู่แล้วว่าตนไม่สามารถประกอบกิจการใด ๆ โดยชอบด้วยกฎหมายที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวพอเพียงที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้แต่มีเจตนาหลอกลวงประชาชนหวังจะได้รับเงินตอบแทนในอัตราสูงให้นำเงินมาลงทุนกับตนแล้วจะนำเงินที่ได้จากผู้ร่วมลงทุนรายอื่นมาจ่ายเป็นผลประโยชน์หมุนเวียนให้แก่ผู้ร่วมลงทุนรายก่อน เมื่อไม่มีผู้ลงทุนเพิ่มประชาชนจำนวนมากก็ไม่สามารถได้รับผลตอบแทนและเงินร่วมลงทุนกลับคืน และโดยการหลอกลวงดังกล่าว เป็นเหตุให้ผู้เสียหายจำนวนมาก ซึ่งได้รับเป็นคดีพิเศษที่ 112/2560และศาลมีคำพิพากษาลงโทษผู้ต้องหาแล้ว แต่ปรากฏว่า
ยังมีผู้เสียหายอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้เข้าร้องทุกข์เป็นผู้เสียหายในคดีดังกล่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงทำการสอบสวนเป็นคดีที่ 232/2560 ในเรื่องนี้ เป็นคดีเกี่ยวพันกับคดีพิเศษที่ 112/2560 โดยคดีนี้มีผู้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวน 251 คน รวมมูลค่าความเสียหายจำนวน 76,532,753.79 บาท
“กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ขอแจ้งเตือนไปยังสาธารณชนว่า ปัจจุบันมีการหลอกลวงประชาชนเพื่อให้ลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ โดยเสนอผลตอบแทนสูงจำนวนมาก และมักใช้รูปแบบการลงทุนที่กล่าวอ้างถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การใช้ AI Artificial Intelligence หรือระบบปัญญาประดิษฐ์ มาช่วยในการตัดสินใจลงทุน มีการรับประกันเงินลงทุนร้อยละร้อย เป็นการลงทุนที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกับต่างประเทศ มีการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้แทนเงินตราจริงในการลงทุนเพื่อให้ดูว่าเป็นเรื่องทันสมัย ขณะเดียวกันก็ทำให้ยากแก่การทำความเข้าใจของผู้เสียหายทั่วไป และเกิดกลุ่มผู้กระทำผิดรายใหม่ ๆ ที่เข้ามาทำหน้าที่นายหน้าแปลงเงินตราจริงเป็นเงินดิจิทัล ทำให้การกระทำผิดมีความซับซ้อนขึ้น รวมทั้งมีการชักชวนให้ซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศ หรือ FOREX ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยไม่เคยอนุญาตให้เอกชนรายใดดำเนินธุรกิจดังกล่าว และการดำเนินธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จะเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ซึ่งสามารถตรวจสอบการอนุญาตเรื่องดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนในการประเมินความเสี่ยงก่อนการลงทุน กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ได้จัดทำระบบ LINE Official เพื่อตอบคำถามข้อสงสัยในการลงทุน ชื่อ “Checkdidsi” โดยสามารถเข้าไปเป็นสมาชิกได้ที่ LINE > เพิ่มเพื่อน > ค้นหา > @Checkdidsi หรือไปยังเว็บไซต์กรมสอบสวนคดีพิเศษ www.dsi.go.th > ข้อมูลกราฟฟิก ซึ่งจะมีแหล่งให้ข้อมูลความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นภัยสังคม โดยกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ มีความมุ่งมั่นในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวกับธุรกิจการเงินนอกระบบอย่างมืออาชีพ มีวิสัยทัศน์ และใส่ใจให้บริการ” พันตำรวจตรีวรณัน กล่าว





เรื่องน่าอ่าน
LINE ประกาศยุติการให้บริการ LINE VOOM ในประเทศไทย โดยเริ่มทยอยปิดตั้งแต่ 31 สิงหาคม 2569 และจะปิดอย่างเป็นทางการวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 11.00 น.
หลุดเอกสารพยานคดีฮั้ว สว. ยื่นหนังสือถึง ประธาน กกต. ปลายปี 68 ขอกลับคำให้การ อ้างถูกข่มขู่ ล่อลวง ยัดคดีให้ซัดทอดพรรคภูมิใจไทยพร้อมขอกลับคำให้การทั้งหมด
มูลนิธิตำรวจสอบสวนกลาง บรรยายให้ความรู้ “หนี ซ่อน สู้” นักเรียนโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง”
ยธ.สั่งดีเอสไอพิจารณา 2 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ “ออกจากราชการไว้ก่อน” เซ่นปมเอี่ยวเป็นตัวกลางรับ-ส่งเงินทุจริตสอบท้องถิ่น ลั่นไร้ละเว้น-ฟันซ้ำวินัยอาญาหากพบผิดจริง
DSI ส่งสำนวนคดีสื่อลามกอนาจารเด็กออนไลน์ ขยายผลพบของกลางกว่า 100,000 ไฟล์
DSI ผนึกกำลัง 4 หน่วยงาน ลงนาม MOU พัฒนาบุคลากร – ยกระดับปฏิบัติการพิเศษ
สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมศิลปะเพื่อพลังใจ ไอคอนสยาม เสาร์นี้ 12 ก.ย.2569
DSI ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการฯ เร่งปราบอาชญากรรมเทคโนโลยีข้ามชาติ ขยายผลเส้นทางการเงิน ใช้ AI หนุนการทำงาน