วันต่อต้านความรุนแรงและการรังแกสากล (bullying)ในโรงเรียน รวมถึงการคุกคามทางอินเทอร์เน็ต
วันนี้ เป็นวันสากลต่อต้านความรุนแรงและการรังแก(bullying)ในโรงเรียน รวมถึงการคุกคามทางอินเทอร์เน็ต ธีมของปีนี้คือ “ไม่ใช่ที่ของความกลัว: จบ ความรุนแรงในโรงเรียน เพื่อสุขภาพจิตที่ดีและการเรียนรู้” (No place for fear: Ending school violence for better mental health and learning.)
ความรุนแรงและการรังแกในโรงเรียน รวมถึงการคุกคามทางอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องใกล้ตัว และแพร่หลายและส่งผลกระทบต่อเด็กและวัยรุ่น
นักเรียนเกือบหนึ่งในสามถูกเพื่อนนักเรียนด้วยกันรังแกอย่างน้อยหนึ่งครั้งในเดือนที่ผ่านมา และเยาวชนในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันก็ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทางร่างกาย การรังแกในโรงเรียนส่วนใหญ่กระทำโดยเพื่อน แต่ในบางกรณี กระทำโดยครูและเจ้าหน้าที่อื่นๆ ของโรงเรียน เช่นการลงโทษทางร่างกายในโรงเรียนยังคงเป็นเรื่องธรรมดาในถึง 67 ประเทศ
ประเทศสมาชิกองค์การ การศึกษาวัฒนธรรมและวิทยาศาสตร์แห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศวันพฤหัสบดีแรกของเดือนพฤศจิกายน เป็นวันต่อต้านความรุนแรงและการรังแกในโรงเรียนรวมถึงการคุกคามทางอินเทอร์เน็ต โดยตระหนักว่าความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนในทุกรูปแบบเป็นการละเมิดสิทธิเด็กและวัยรุ่นในการศึกษา สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี .
ยูเนสโกเรียกร้องให้ประเทศสมาชิก และองค์กรอื่นๆของสหประชาชาติ องค์กรระหว่างประเทศและระดับภูมิภาคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนภาคประชาสังคม รวมถึงองค์กรพัฒนาเอกชน บุคคล และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ โดยเฉพาะพ่อแม่ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี่การสื่อสาร ช่วยกันจัดกิจกรรมส่งเสริมความเข้าใจของสังคมเกี่ยวกับประเด็นปัญหาใหญ่นี้ ที่มักโดนมองข้ามไป เพื่อ เป็นการป้องกันความรุนแรงทุกรูปแบบ และสรรสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับเด็กและวัยรุ่นทุกคน
ดร นํ้าทิพย์ อักษรกุล อดีตผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการศึกษาเด็กและสตรีขององค์การยูเนสโก กล่าวว่า ความรุนแรงมีผลกระทบด้านลบอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิตโดยรวม เด็กที่ถูกรังแกบ่อยๆ มีแนวโน้มที่จะรู้สึกเหมือนเป็น”คนนอก” ว้าเหว่ เหมือนถูกปล่อยเกาะ ไร้ที่พึ่ง ถึงเกือบ 3 เท่า เด็กและเยาวชนเหล่านี้จะ ขาดเรียนมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่ถูกรังแกบ่อยๆ พวกเขามีผลการเรียนแย่กว่าเพื่อนฝูง และยังมีแนวโน้มที่จะออกจากการศึกษาในระบบหลังจากเรียนจบมัธยมศึกษาอีกด้วย ที่ร้ายที่สุดหลายรายแก้ปัญหาโดนการจบชีวิตของตนเอง เหตุการณ์เลวร้ายนี้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าในโรงเรียน
เด็กและเยาวชนไทยไม่ได้เป็นข้อยกเว้นจาก ความรุนแรงการถูกรังแกและคุกคามทางอินเตอร์เน็ต ผู้ปกครอง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ ส่วนใหญ่ จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูล สร้างเครือข่ายสังเดตและแก้ปัญหา ตลอดจนการพัฒนาทักษะในการสื่อสารกับเด็กและเยาวชนเพื่อที่จะ รู้ทันปัญหา หรือป้องกันผลกระทบที่เลวร้าย ทำให้เกิดความสูญเสียใหญ่หลวง ต่อตัว”เหยื่อ” เอง อีกทั้งครอบครัวและประเทศชาติได้ทันเวลา ทําให้สามารถ ป้องกันผลระยะยาวต่อคุณภาพของประชากรในวัยผู้ใหญ่ซึ่งจะมีผลกระทบต่อคุณภาพของสังคมไทย โดยทั่วไป ในอนาคตอีกด้วย


เรื่องน่าอ่าน
“มิสเตอร์เอทานอล”ชูนวัตกรรมผลิต“น้ำมันจากอากาศ”(Air-to-Fuel) แนะรัฐเดินหน้าเทคโนโลยีใหม่ต่อยอดอุตสาหกรรมเอทานอล-ไบโอดีเซลสู่ผู้นำเศรษฐกิจสีเขียว
DSI ร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบบ่อขยะไม่ได้มาตรฐาน ส่งกลิ่น ปล่อยน้ำเสีย เกิดมลภาวะต่อชุมชน
DSI ผนึก DBD ปราบปรามเข้ม “นอมินี” แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ สมุย – พงัน พร้อมลุยจับจริงทั่วประเทศ
“ปลัดฝน” ธีรภัทร ชวนเยาวชน มจร. มาเป็นจิตอาสา สร้างชาติ
ซาอุดีอาระเบียปิดน่านฟ้า ปฐมบทแห่งการจัดระเบียบโลกใหม่ และอวสานยุค “อเมริกาครอบงำ” /โดย: Dr.Force
ทำไม “สงครามมหาอำนาจ” ในเอเชีย-แปซิฟิกจึงใกล้ตัวกว่าที่คิด และทางรอดของประเทศไทย /โดย: Dr.Force
การปรับตัวของสถาปัตยกรรมอำนาจโลก : นัยยะของอาเซียนต่อกลุ่ม BRICS และยุทธศาสตร์การประเมินสถานการณ์ของประเทศไทย /โดย: Dr.Force
DSI ส่งสำนวน ป.ป.ช. ฟันเจ้าหน้าที่ กฟภ. เอื้อขุดบิทคอยน์เถื่อน