
กรมสอบสวนคดีพิเศษ เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มุ่งยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะความผิดที่กระทบต่อเด็กและเยาวชน พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยพันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ มอบหมายให้นายยศสันธ์ เรืองสรรงามสิริ รองผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ/หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 119/2568 นำคณะเจ้าหน้าที่กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว และกองเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิ Destiny Rescue, The Scientia Program และองค์กร OUR RESCUE พร้อมสุนัข K9 ลงพื้นที่ปฏิบัติการ

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากมูลนิธิ Destiny Rescue และ The Scientia Program ได้ประสานขอความอนุเคราะห์ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายจากคดีสื่อลามกอนาจารเด็กทางออนไลน์ พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายที่มีพฤติการณ์เผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กผ่านสื่อออนไลน์เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยส่วนละเมิดทางเพศเด็ก กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้ทำการสืบสวนสอบสวนพบว่า มีกลุ่มผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เปิดกลุ่มลับเพื่อเผยแพร่และจำหน่ายภาพและคลิปวิดีโอสื่อลามกอนาจารเด็กให้แก่สมาชิกทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อีกทั้งยังพบความเชื่อมโยงลักษณะเป็นเครือข่าย ในคดีพิเศษที่ 37/2566 โดยเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2566 ได้จับกุมผู้ต้องหาคดีดังกล่าวเป็นชายไทย อายุ 19 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานีซึ่งศาลอาญาได้พิพากษาจำคุกจำเลย 8 ปี ต่อมา พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ขยายผลการสืบสวน โดยใช้การสืบสวนและวิเคราะห์ข้อมูลทางเทคโนโลยีเชิงลึก จนพบว่าผู้ต้องหาเป็นชายไทย มีบทบาทเป็นผู้ดูแล (แอดมิน) กลุ่มหลักชื่อ “Sex Boy” ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เผยแพร่และจำหน่ายสื่อลามกอนาจารเด็ก โดยมีสมาชิกผู้ซื้อบริการในกลุ่มมากกว่า 1,000 ราย

โดยในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ส่วนละเมิดทางเพศเด็ก กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เข้าค้นและจับกุมนายประพจ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา เลขที่ 3597 /2569 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2569จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจพบพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นภาพและคลิปวิดีโอสื่อลามกอนาจารเด็กเป็นจำนวนมาก รวมกว่า 5,000 ไฟล์ โดยเป็นคลิปวิดีโอจำนวนมาก การตรวจสอบพยานหลักฐานดังกล่าวยังพบว่า สมาชิกในกลุ่มผู้ซื้อบริการมีจำนวนมากและมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งในชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยพบข้อมูลธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการรับชำระค่าสมาชิกจากผู้ซื้อบริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตลอดจนพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการแสวงหาประโยชน์เชิงพาณิชย์จากการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก ซึ่งก่อให้เกิดรายได้รวมเป็นเงินหลายแสนบาท โดยพฤติการณ์ของผู้ต้องหา เป็นผู้ดูแลระบบและผู้จำหน่ายสื่อลามกอนาจารเด็ก โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการโฆษณาหาผู้ซื้อ เมื่อมีการชำระเงินจะเพิ่มสมาชิกเข้าสู่กลุ่มลับเพื่อเข้าถึงเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย ก่อนจะลบสมาชิกออกในภายหลัง จากการประเมินเบื้องต้นพบสื่อลามกอนาจารเด็กจำนวนมาก และพบว่ามีเด็กและเยาวชนตกเป็นผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 300 คน ทั้งเด็กชาวไทย และเด็กจากหลายประเทศ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาในความผิดเกี่ยวกับการครอบครอง ผลิต จำหน่าย เผยแพร่ และแสวงหาประโยชน์จากสื่อลามกอนาจารเด็ก รวมถึงความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และเผยแพร่ข้อมูลลามกอนาจาร และในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2569 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกพร้อมยื่นคำร้องขอฝากขังและคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนยันว่าจะเร่งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อระบุตัวตนเด็กผู้เสียหายที่ปรากฏในภาพและคลิป และให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามกระบวนการคุ้มครองเด็กอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งขยายผลสืบสวนไปยังผู้ร่วมขบวนการ ผู้ซื้อ ผู้จำหน่าย และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกราย โดยจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด และไม่มีการละเว้นผู้กระทำผิดรายใด
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–





เรื่องน่าอ่าน
Netflix เตรียมปลดพนักงานจำนวน 1,000 คนจากหลากหลายแผนก เนื่องจากการเติบโตไม่เป็นไปตามที่หวัง ในขณะที่การแข่งขันในตลาดมีความเข้มข้นมากขึ้น
ศูนย์ ACSC ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง เปิดปฏิบัติการกวาดล้าง “Anti-Scam Matrix” ลุยค้น 27 จุดทั่วไทย ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์-องค์กรฟอกเงินข้ามชาติ ยึดทรัพย์กว่า 500 ล้านบาท
บุกโกดังทุนจีนระยองซุก “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” ใหญ่สุดในไทย
บทสัมภาษณ์พิเศษวิสัยทัศน์และแผนปฏิบัติการที่จะเปลี่ยนประเทศสู่มาตรฐานใหม่ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน
โดนโจมตีไซเบอร์ ตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตฝรั่งเศสร้อน 50 องศาเซลเซียส
DSI บูรณาการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ ภายใต้ปฏิบัติการ “เผยเงาเหนือ” (Operation Northern Shadow) พื้นที่จังหวัดเชียงราย
DSI บูรณาการด้านการข่าวกับหน่วยงานความมั่นคง ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
สำนักงาน ก.พ.ร. ชวนน้อง ๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และคนรุ่นใหม่ มาร่วมปล่อยไอเดีย ออกแบบภาครัฐที่ดีกว่าเดิม ผ่าน 4 โจทย์ท้าทาย ทั้งบริการภาครัฐ ข้อมูลเปิด องค์กรภาครัฐยุคใหม่ และการสร้างความเชื่อมั่นของประชาชน