
วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2569) เวลา 06.05 น. พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร้อยตำรวจเอก ทินวุฒิ สีละพัฒน์ ผู้อำนวยการกองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 112/2568 และเจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว เข้าทำการจับกุม นางสาววีณา (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2699/2569 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นหนึ่งในแก๊งหญิงไทยที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติชาวไนจีเรีย และมีบทบาทสำคัญในการจัดหาบัญชีม้าจากทั่วประเทศ ส่งต่อให้กลุ่มขบวนการต่าง ๆ ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์และกลุ่มโรแมนซ์สแกม เพื่อนำไปใช้รับโอนเงินจากผู้เสียหาย ก่อนร่วมกันวางแผนยักย้ายถ่ายเทเงินออกจากบัญชี โดยพบมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 45 ล้านบาท

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อปลายปี 2568 กองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้จับกุมดำเนินคดีกลุ่มนายอิเกดิฯ (สงวนนามสกุล) สัญชาติไนจีเรีย นางสาวอรอนงค์ (สงวนนามสกุล) สัญชาติไทย พร้อมพวก ซึ่งเป็นตัวการสำคัญทำหน้าที่เป็นนายหน้าติดต่อว่าจ้างบุคคลให้เปิดบัญชีม้าและซิมผี ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เพื่อกระจายส่งต่อให้กับกลุ่มองค์กรอาชญากรรมชาวไนจีเรียและเครือข่ายอื่นนำไปใช้ในการหลอกลวงประชาชน กลุ่มผู้ต้องหามีความเชื่อมโยงกับบัญชีม้ากว่า 1,000 บัญชี มีเงินหมุนเวียนมากกว่า 1,200 ล้านบาท และมีผู้เสียหายถูกหลอกลวงในหลายพื้นที่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายมากกว่า 45 ล้านบาท อีกทั้งยังเชื่อว่ามีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กรมสอบสวนคดีพิเศษได้สืบสวนขยายผลเครือข่ายผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่มเติม จนพบว่า นางสาววีณาฯ เป็นผู้สั่งการให้นางสาวอรอนงค์ฯ จัดหาบัญชีม้าเพื่อใช้ในการหลอกลวงผู้เสียหายในลักษณะโรแมนซ์สแกม รวมทั้งร่วมกันวางแผนยักย้ายเงินออกจากบัญชี โดยพบพฤติการณ์เคลื่อนไหวของเครือข่ายมาตั้งแต่ปี 2563 และจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชีผู้ต้องหา พบเงินหมุนเวียนกว่า 30 ล้านบาท

กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ ก่อนเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีในความผิดฐาน ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือบิดเบือน สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ทั้งนี้ ยังพบเบาะแสว่านอกจากกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมแล้ว ยังมีผู้ร่วมขบวนการอีกจำนวนมาก ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเร่งสืบสวนสอบสวนขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม พร้อมบูรณาการร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อติดตามเส้นทางการเงินและยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าวต่อไป


หากประชาชนได้รับความเสียหายหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสผ่านเว็บไซต์กรมสอบสวนคดีพิเศษ www.dsi.go.th แบนเนอร์ “ร้องเรียน ร้องทุกข์ แจ้งเบาะแส” หรือ Line @dsi.th เพื่อให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
*************************************************************************************************





เรื่องน่าอ่าน
วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ภูมิรัฐศาสตร์การเงินโลก: จากทองคำ สู่ CBDC และสมรภูมิ AI /โดย: ดร.Force
วิเคราะห์ยุทธศาสตร์แบตเตอรี่โลก : สงครามยานยนต์ไฟฟ้าที่จีนครองเบ็ดเสร็จ และก้าวต่อไปสู่นวัตกรรมแห่งอนาคต /โดย ดร.Force
สยามอะเมซิ่งพาร์ค ชวนเที่ยวฟรี!!! ผู้ถือบัตร “สวัสดิการแห่งรัฐ” และ ผู้ได้รับสิทธิ์ “ ไทยช่วยไทยพลัส” 11 มิ.ย. – 5 ก.ค. นี้ สวนน้ำสวนสนุกไม่อั้นทั้งวัน
สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดนนทบุรี เดินหน้าสร้างความร่วมมือภาคการศึกษา พัฒนาศักยภาพนักศึกษาสู่ผู้ประกอบการยุคใหม่
DSI ส่งสำนวนฟ้อง 70 ผู้ต้องหา คดีฮั้วประมูลถนนนครปฐม โยงคดี “กำนันนก”
DSI ร่วมปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” เครือข่าย นายหนูเฉิน จีนเทา พื้นที่ 4 จังหวัด 10 จุดปฏิบัติการ (กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และระยอง) ยึดสารตั้งต้นยาเสพติด 5 ชนิด
รมต.ยุติธรรม ลงพื้นที่ชลบุรี – DSI ร่วมตำรวจ ศุลกากร ปกครอง ทลายโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน ส่งขายทั่วประเทศ จับกุมผู้ต้องหา – ยึดของกลาง ที่ประกอบเป็นบุหรี่ไฟฟ้าสำเร็จแล้ว กว่า 65,000 ชิ้น
DSI ส่งสำนวน ป.ป.ช. เอาผิดเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 3 ราย ปมเอื้อขบวนการลักไฟฟ้าทำเหมืองบิตคอยน์ในพื้นที่ธัญบุรี