ด่วน!!! ตร.ไซเบอร์บุกจับ “อัจฉริยะ” คาสนามมวยตามหมายจับ 4 ข้อหาหนัก
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์บุกเข้าควบคุมตัว นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม บริเวณหน้าสนามมวยเวทีอ้อมน้อย หลังถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดีความผิดฐาน ฟอกเงิน ฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.คอม และเล่นการพนัน สืบเนื่องจากการขยายผลอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่ง บก.สอท.1 (ไซเบอร์ 1) เพื่อทำการสอบสวนเครียด หลังเจ้าตัวเคยถูกตำรวจสอบสวนกลางจับกุมในคดีร่วมกรรโชกทรัพย์ผู้กำกับการ ตม. เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ที่หน้าสนามมวยเวทีอ้อมน้อย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจไซเบอร์ โดย พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.สอท.1 นำกำลังเข้าจับกุม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ตามหมายจับของศาลอาญาข้อหา : 1. ฉ้อโกงประชาชน 2. พรบ.คอมฯ 3. ฟอกเงิน 4. ลักลอบเล่นการพนันชกมวยฯ
เป็นไปตามหมายจับของศาลอาญา ซึ่งออกตามคำร้องของพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 โดยในหมายจับระบุฐานความผิดเกี่ยวข้องกับ ฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือหลอกลวง การนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน การฟอกเงิน และการลักลอบเล่นการพนันทายผลมวยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต
เป็นคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี และมีเหตุอันควรเชื่อว่า ผู้ต้องหาอาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น
ทั้งนี้การจับกุมดังกล่าว มาจากการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบเส้นเงิน โดยเจ้าหน้าที่พบเส้นเงินบริจาคถูกโอนเข้าบัญชี 2 ส่วน คือ บัญชีส่วนตัว และบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม จากนั้นมีเส้นเงินโยงไปถึงการเล่นพนันมวยกว่าสิบล้านบาท
โดยบัญชีส่วนตัว มียอดเงินหมุนเวียนกว่า 191 ล้านบาท จากการทำรายการ 1,196 ครั้ง ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2567 ถึง 7 เมษายน 2568 และบัญชี “ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม” มียอดหมุนเวียนกว่า 168 ล้านบาท จาก 5,140 ครั้ง ระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม 2556 ถึง 28 เมษายน 2569
สำหรับนายอัจฉริยะ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนเมษายน 2569 เคยถูกตำรวจสอบสวนกลางควบคุมตัวบริเวณร้านอาหารย่านริมคลองประปา ในอีกคดีหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหา ร่วมกันกรรโชกทรัพย์
คดีนี้เริ่มจากตำรวจระดับผู้กำกับการ สังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม โดยกล่าวหาว่าถูกข่มขู่เรียกเงิน แลกกับการไม่นำข้อมูลออกมาไลฟ์สดเปิดเผย ซึ่งข้อมูลที่ถูกกล่าวถึงเกี่ยวข้องกับกรณีขบวนการลักลอบนำตัวผู้ต้องหาชาวจีนออกจากห้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
การจับกุมล่าสุดเป็นอีกคดีหนึ่ง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจไซเบอร์ และขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดีตามขั้นตอน โดยข้อกล่าวหาทั้งหมดยังต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ตามกฎหมาย ขณะนี้ได้นำตัวเข้าไปสอบสวนที่ ไซเบอร์ 1 โดยรายละเอียดความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
ที่มา nationtv.tv ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–



เรื่องน่าอ่าน
อย่าเข้าใจผิด ! รถน้ำท่วม ไม่ได้แปลว่าหยุดผ่อนเองได้ ระวังเสียประวัติ | Money Buffalo
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานใบประกาศผลรางวัลชนะเลิศการแข่งขันฯ คืนแก่นางสาวรัตติกานต์ อำลอย เพื่อเป็นที่ระลึกและเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลสืบไป
DSI ผนึกกำลังจังหวัดราชบุรี ช่วยเหลือถึงประชาชนผู้ประสบอุทกภัย มอบถุงยังชีพ 600 ชุด ข้าวกล่อง 500 กล่อง
DSI ขยายผล “ปฏิบัติการยุทธรัฐ” ตรวจสอบนอมินีและประเด็นการแปลงสัญชาติ ส่งหลักฐานให้กรมการปกครองดำเนินการตามกฎหมาย
คณะอนุกรรมการฯ ไซเบอร์ ร่วม คณะทำงานฯ ยาเสพติด เดินหน้าขยายผล ยึดทรัพย์เครือข่าย SCAMMER – ยาเสพติด – ฟอกเงิน
นายกฯ ขอโฟกัสชุมชนลำบาก เร่งวางแผนกำจัดขยะ อย่าปล่อยกีดขวางทางน้ำ ชี้ 3 เดือนหลัง ต.ค. – ธ.ค. น้ำยังมากประมาทไม่ได้ กำชับผู้ว่าฯภาคใต้ เตรียมรับมือทุกด้าน
🏆 AIAT คว้ารางวัล ASOCIO Digital & AI Award 2026 สาขา AI in Workforce & Future Skills ตอกย้ำบทบาทพัฒนากำลังคน AI แห่งอนาคต ✨
DSI จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นตำรวจ หลอกเหยื่อพัวพันคดีฟอกเงิน รายเดียวสูญเงินกว่า 7.5 ล้านบาท