ตามที่ปรากฏข่าวผ่านสื่อสาธารณะต่าง ๆ เผยแพร่เฟซบุ๊ก “ทนายเกิดผล แก้วเกิด” โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ “กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดนแหกตา!!!
หลังร่อนหนังสือแจงญาตินักโทษว่าจะไม่สอบสวนคดีผู้คุมทำร้ายร่างกายในเรือนจำเขาบิน เนื่องจากไม่พบการกระทำความผิด แต่ภายหลังกลับมีคลิปผู้คุมเอาไม้ฟาดนักโทษหลุดออกมา” สืบเนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองกิจการอำนวยความยุติธรรม มีหนังสือแจ้งผลการดำเนินการในเรื่องที่มีการร้องเรียนกล่าวหาเจ้าหน้าที่เรือนจำเขาบิน จังหวัดราชบุรี ทำร้ายนักโทษ ว่าไม่พบมูลความผิดทางอาญา นั้น
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้กองกิจการอำนวยความยุติธรรม รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงโดยสรุปว่า เป็นกรณีญาติของผู้ต้องขังเรือนจำเขาบิน ยื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษขอให้ดำเนินการ กรณี นักโทษชายธีธัช (สงวนนามสกุล) ถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ ทำร้ายได้รับบาดเจ็บ จึงมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้ความว่าเรือนจำเขาบินเป็นเรือนจำประเภท “ความมั่นคงสูง” เพื่อควบคุมผู้ต้องขังรายสำคัญของกรมราชทัณฑ์ นักโทษชายธีธัชฯ เป็นนักโทษชั้นต้องปรับปรุงมาก แดน 4 รับย้ายมาจากเรือนจำกลางคลองเปรมฯ กรุงเทพมหานคร ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อัตราโทษจำคุก 32 ปี 6 เดือน กำหนดพ้นโทษวันที่ 3 ธันวาคม 2594 โดยเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างนักโทษในเรือนจำภายในแดน 3 มีผู้ร่วมวิวาทประมาณ 300 คน รวมทั้งนักโทษชายธีธัชฯ ด้วย โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ฯ เพื่อควบคุมพื้นที่และระงับการก่อความวุ่นวาย ซึ่งมีนักโทษบางรายบาดเจ็บและได้ส่งตัวเข้ารับการรักษาพยาบาล รวมทั้งถูกแยกควบคุมตัวตามแดนต่าง ๆ และกรมราชทัณฑ์มีการสอบสวนทางวินัยกับกลุ่มนักโทษและลงโทษทางวินัยแล้ว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้เข้าตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของเรือนจำจากศูนย์ควบคุมเพื่อตรวจดูภาพเคลื่อนไหวในวันเกิดเหตุแล้ว แต่ไม่พบภาพการทำร้ายนักโทษชายธีธัชฯ ตามที่ระบุในคำร้อง และไม่ปรากฏภาพวงจรปิดหรือวิดีโออื่นอีก ประกอบกับปรากฏข้อมูลว่าผู้ร้องได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่เรือนจำเขาบิน กล่าวหาให้ดำเนินคดีอาญาในความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 กับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี ท้องที่เกิดเหตุแล้ว อันเป็นไปตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 31 วรรคหนึ่ง แล้วจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในชั้นนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงยังมิได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษ
อย่างไรก็ตาม เมื่อปรากฏหลักฐานเพิ่มเติมเป็นคลิปภาพวิดีโอหรือภาพถ่าย กรมสอบสวนคดีพิเศษจะประสานความร่วมมือจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบ หากเป็นคลิปที่มิได้เกิดจากการทำขึ้นหรือแก้ไขเพิ่มเติมและเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็ย่อมเป็นหลักฐานสำคัญ และนำไปสู่การประสานการสืบสวนสอบสวนกับพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุเพื่ออำนวยความยุติธรรมต่อไป จึงประชาสัมพันธ์มาเพื่อทราบ
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ เรียบเรียงโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————————————-



เรื่องน่าอ่าน
สำนักงาน ก.พ.ร. เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน มอบ “รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569” เช็ดชูเกียรติหน่วยงานรัฐขับเคลื่อนนวัตกรรมและ AI ภายใต้แนวคิด “CHANGE for a Better Future เปลี่ยน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า”
DSI ยกระดับความร่วมมือ HSI สหรัฐฯ ผนึกกำลังปราบปรามสแกมเมอร์ อาชญากรรมไซเบอร์ และการค้ามนุษย์ข้ามชาติ
ด่วน!!! เหตุยิงในโรงเรียนอนุบาลที่ จ.ชลบุรี สกู๊ปพิเศษ: กระสุนแห่งความหึงหวง พังทลายเซฟโซนเด็กอนุบาล—เมื่อ ‘อาวุธหลวง’ กลายเป็นเครื่องมือปลิดชีพครูในรั้วโรงเรียน
ต่อนี้ประชาชนต้องที่จอดในบ้านเท่านั้น….,.️เห็นด้วย บางคนมีที่จอดรถ เอาที่จอดวางโต๊ะเก้าอี้ไว้หน้าบ้าน แต่เอารถไปจอดข้างรั้ว ล่าสุดศาลตัดสินแล้ว จอดรถหน้าบ้านตัวเองก็ผิด เจ้าของบ้านแพ้คดี
ติดอาวุธทางปัญญา!!! สอบสวนกลาง เปิดศูนย์ติวเข้มรุ่นใหญ่ รู้ทันกลโกง “แก๊งคอลเซนเตอร์”
DSI ส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษ กรณีกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรมยาเสพติดข้ามชาติลำเลียงเฮโรอีน ซุกซ่อนในพัสดุภัณฑ์ส่งเครือข่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ตำรวจปากเกร็ด ฮีโร่!!! ใช้หัวใจทำงาน จากแจ้งเหตุคนเร่ร่อน สู่ภารกิจส่ง “คนหาย” กับอ้อมกอดครอบครัว
ไทยพร้อมผงาดเป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจอายุยืน” เปิดเวทีประวัติศาสตร์ “Longevity Economic Forum 2026” บูรณาการภูมิปัญญาไทย-อินเดีย ผนึกกำลังทุกภาคส่วน พลิกโฉมประเทศด้วยมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 3 ล้านล้านบาท