โลกการเงินกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษ การใช้อำนาจดอลลาร์เป็นอาวุธทางการเมือง (Weaponization of the Dollar) โดยเฉพาะเหตุการณ์อายัดทุนสำรองระหว่างประเทศของรัสเซียกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2022 ได้กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้กลุ่มมหาอำนาจขั้วตรงข้ามและกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (BRICS+) ดำเนินการ “ปฏิบัติการ De-dollarization” อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสลายอำนาจผูกขาดทางการเงินขั้วเดียว (Unipolar) สู่ระเบียบการเงินหลายขั้ว (Multipolar)
ยุทธการลดทอนบทบาทดอลลาร์ของกลุ่ม BRICS ขับเคลื่อนผ่าน 3 แนวรบหลัก
1. ยุทธการสร้างเกราะป้องกันทุนสำรองด้วยทองคำกายภาพ (Gold Accumulation & Sovereign Anchoring)
1.1 ขจัดความเสี่ยงคู่สัญญา (Counterparty Risk): ธนาคารกลางกลุ่ม BRICS ตระหนักว่าพันธบัตรรัฐบาลชาติตะวันตกไม่ได้เป็นสินทรัพย์ปลอดความเสี่ยงอีกต่อไป หากถูกใช้เป็นเครื่องมือกดดันทางการเมือง จึงเกิดการโยกย้ายเม็ดเงินเข้าสู่ทองคำแท่งกายภาพที่จัดเก็บไว้ในอาณาเขตอธิปไตยของตนเอง
1.2 การสะสมเชิงยุทธศาสตร์แบบไม่สนราคา (Price-Insensitive Accumulation): ธนาคารกลางจีน (PBoC), อินเดีย (RBI) และรัสเซีย เดินหน้าเข้าซื้อทองคำในระดับพันตันต่อปีอย่างต่อเนื่อง สร้างแนวรับเชิงโครงสร้างที่มั่นคงให้ตลาดทองคำโลก
1.3 การวางฐานรากระบบชำระเงินทางเลือก: ทองคำถูกนำมาใช้เป็นสินทรัพย์อ้างอิงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับหน่วยบัญชีร่วม (Settlement Unit) หรือโครงสร้างการเงินที่ใช้ทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์หนุนหลัง (Commodity-backed) เพื่อลดทอนการพึ่งพาเงินตรากระดาษ (Fiat Currency) ที่ไร้หลักประกัน
2. ยุทธการทลายระบบเปโตรดอลลาร์ในตลาดพลังงานโลก (De-Petrodollarization)
2.1 นับตั้งแต่ปี 1974 ข้อตกลงความมั่นคงแลกการค้าน้ำมันด้วยดอลลาร์ระหว่างสหรัฐฯ กับซาอุดีอาระเบียได้สร้าง “อุปสงค์เทียม” ค้ำจุนค่าเงินดอลลาร์มาอย่างยาวนาน
2.2 การขยายตัวของกลุ่ม BRICS+ ซึ่งดึงมหาอำนาจพลังงานอย่างซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอิหร่าน เข้ามาร่วมกลุ่ม ทำให้ BRICS+ ควบคุมผลผลิตน้ำมันดิบเกินหนึ่งในสามของโลก
2.3 การกำเนิดของ Petroyuan ผ่านตลาด Shanghai Petroleum and Natural Gas Exchange ควบคู่กับการใช้เงินรูปีและดีแรห์ม (AED) ชำระค่าน้ำมันข้ามพรมแดน รวมถึงการทำสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราทวิภาคี (Bilateral Currency Swaps) ทำให้การค้าพลังงานโลกไม่ต้องแปลงสภาพผ่านดอลลาร์อีกต่อไป
3. การวางโครงข่ายการเงินคู่ขนานตัดขาดการพึ่งพา SWIFT
3.1 กลุ่มพันธมิตรทางเลือกเร่งสร้างระบบส่งผ่านข้อความและชำระเงินของตนเอง เช่น CIPS ของจีน และ SPFS ของรัสเซีย
3.2 การผลักดันโครงการ mBridge (ระบบชำระเงินดิจิทัลระหว่างธนาคารกลางข้ามพรมแดน) และ BRICS Pay ช่วยให้การทำธุรกรรมระหว่างประเทศเกิดขึ้นแบบ Real-time โดยตรงระหว่างธนาคารกลาง ตัดตอนระบบตัวกลางอย่าง CHIPS ในนิวยอร์ก และลดทอนประสิทธิภาพของมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก
การเปลี่ยนผ่านเชิงสถาปัตยกรรมการเงิน: จากระบบเก่าสู่ระบบใหม่ การขับเคลื่อนดังกล่าวส่งผลให้โครงสร้างการเงินระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงใน 4 มิติสำคัญ
(1) การค้าพลังงาน: เปลี่ยนผ่านจากการผูกขาดโดยเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD Monopoly) ไปสู่การใช้ตะกร้าหลายสกุลเงิน ทั้งเงินหยวนและสกุลเงินท้องถิ่นของคู่ค้า
(2) แกนหลักของทุนสำรองระหว่างประเทศ: เปลี่ยนจากการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasuries) ไปสู่พอร์ตทุนสำรองแบบผสมผสาน โดยมีทองคำแท่งและสินทรัพย์หลากสกุลเป็นแกนหลัก
(3) โครงข่ายส่งผ่านธุรกรรม: เปลี่ยนจากการพึ่งพาระบบ SWIFT และ CHIPS ที่ศูนย์กลางอยู่นิวยอร์ก ไปสู่โครงข่ายพหุภาคีอย่าง CIPS, mBridge และข้อตกลงทวิภาคี
(4) จุดค้ำประกันเสถียรภาพ: เปลี่ยนจากการพึ่งพาอำนาจทางทหารและตลาดทุนสหรัฐฯ ไปสู่การค้ำประกันด้วยสินทรัพย์ที่จับต้องได้จริง (Hard Assets) เช่น พลังงานและแร่ธาตุ
ข้อจำกัดเชิงยุทธศาสตร์และความเป็นจริงของดุลอำนาจ
แม้แนวโน้ม De-dollarization จะรุกคืบอย่างต่อเนื่อง แต่การโค่นล้มอำนาจดอลลาร์อย่างเบ็ดเสร็จยังเผชิญอุปสรรคเชิงโครงสร้าง
[1] ความลึกและสภาพคล่องของตลาดทุน (Capital Market Depth): ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดที่มีสภาพคล่อง ขนาด และการเปิดเสรีสูงที่สุดในโลก ในขณะที่เงินหยวนของจีนยังเผชิญข้อจำกัดเรื่องการควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้าย (Capital Controls)
[2] ความขัดแย้งทางยุทธศาสตร์ภายในกลุ่ม: สมาชิก BRICS ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกัน เช่น อินเดียต้องการผลักดันค่าเงินรูปีและรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก มากกว่าการยอมรับความเป็นใหญ่ของเงินหยวนจีนเข้ามาแทนที่ดอลลาร์
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงไม่ใช่การล่มสลายของเงินดอลลาร์ในชั่วข้ามคืน แต่คือการก้าวเข้าสู่ยุค “ระบบการเงินแบบแยกส่วนหลายแกน” (Fragmentation & Multipolarity) ที่ดอลลาร์สหรัฐสูญเสียสถานะการผูกขาดในตลาดพลังงาน ขณะที่ทองคำและสินทรัพย์กายภาพหวนคืนสู่บทบาทผู้รักษาเสถียรภาพสูงสุดของระบบทุนสำรองโลกอีกครั้ง
ที่มา: น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–



เรื่องน่าอ่าน
ยุทธการรื้อถอนเปโตรดอลลาร์ และการจัดระเบียบสถาปัตยกรรมการเงินโลกใหม่ โดย : ดร.Force
สภาเอสเอ็มอี ร่วมให้ข้อมูลต่อคณะอนุกรรมาธิการฯ วุฒิสภา มุ่งผลักดันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในภาคธุรกิจ SMEs ไทย
เพลิงไหม้อาคารคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร สงบแล้ว หลังเกิดการปะทุซ้ำช่วงกลางดึก เจ้าหน้าที่ยังคงฉีดน้ำหล่อเลี้ยงภายในอาคาร หลังพบโครงสร้างบางส่วนทรุดตัว เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 11 คน
DSI ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ขยายผลจับเครือข่ายยาเสพติด ยึดยาบ้ากว่า 5 ล้านเม็ด มูลค่าประมาณ 250 ล้านบาท
กสม. ร่วมภาคีเครือข่ายประกาศเจตนารมณ์หยุดการเลือกปฏิบัติ และต้านการทุจริต เพื่อสิทธิมนุษยชนที่เท่าเทียม ในงานสมัชชาสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2569
DSI เปิดปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ” ปราบปรามขบวนการทุจริต การจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน
DSI เข้าร่วมการแถลงข่าว “การปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่ โดยพนักงานฝ่ายปกครองร่วมกับภาคีเครือข่าย”
DSI บุกโกดังสินค้าปลอมแบรนด์ดัง ยึดกว่า 18,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท