
กรมสุขภาพจิต เตือน “ข่มขู่ไม่ใช่เรื่องเล่น” ห่วงพฤติกรรมเลียนแบบในโรงเรียน หลังพบการโพสต์ข้อความหรือเนื้อหาข่มขู่ในหลายสถานศึกษา ย้ำทุกฝ่ายไม่แชร์โพสต์ และร่วมแจ้งเบาะแส
เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2569 นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความรุนแรงในสถานศึกษาที่ผ่านมา พบการเผยแพร่ข้อความหรือเนื้อหาที่มีลักษณะข่มขู่และพฤติกรรมเลียนแบบ (Copycat) ในหลายสถานศึกษา แม้บางกรณีอาจเกิดจากความคึกคะนองหรือไม่ได้มีเจตนาก่อเหตุจริง แต่สามารถสร้างความหวาดกลัว ความตื่นตระหนก และส่งผลกระทบต่อจิตใจของนักเรียน ผู้ปกครอง ครู และบุคลากรในสถานศึกษา รวมถึงอาจซ้ำเติมความรู้สึกของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เดิม โดยเฉพาะเมื่อเหตุการณ์ได้รับความสนใจและมีการนำเสนอภาพ รายละเอียด หรือเรื่องราวของเหตุการณ์และผู้ก่อเหตุซ้ำ ๆ ซึ่งอาจเพิ่มความสนใจและการรับรู้ต่อเหตุการณ์ และมีส่วนเพิ่มความเสี่ยงต่อพฤติกรรมเลียนแบบ
ขอให้ผู้ที่โพสต์ข้อความข่มขู่หรือล้อเลียนเหตุการณ์ความรุนแรง อย่าเห็นเป็นเรื่องสนุกหรือประเมินผลกระทบต่ำไป เพราะแม้บางกรณีจะไม่ได้มีเจตนาก่อเหตุจริง แต่สามารถทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว ตื่นตระหนก และรู้สึกไม่ปลอดภัย อีกทั้งการกระทำบางลักษณะอาจมีประเด็นทางกฎหมาย จึงต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เผยแพร่ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีตราหรือสรุปว่าผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวเป็นผู้มีปัญหาสุขภาพจิตโดยทันที แต่ควรให้ความสำคัญกับการประเมินสถานการณ์และการดูแลอย่างเหมาะสม
นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอความร่วมมือประชาชน ผู้ปกครอง ครู นักเรียน และสื่อมวลชน ยึดหลัก “2 ไม่ 1 ร่วม” ได้แก่ ไม่ส่งต่อ ไม่แชร์โพสต์ข่มขู่เพื่อไม่เพิ่มการกระจายของเนื้อหา ไม่เลียนแบบ ไม่โพสต์ ท้าทายหรือล้อเลียนเหตุการณ์ เพราะอาจกระทบจิตใจผู้อื่น และสร้างความตื่นตระหนก และ ร่วมแจ้งเบาะแส หากพบเนื้อหาที่น่ากังวล ให้เก็บหลักฐาน เช่น ภาพหน้าจอ ลิงก์ หรือข้อมูลบัญชีผู้โพสต์ และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินการอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งขอให้ทุกคนลดการให้พื้นที่กับผู้ก่อเหตุ เพิ่มพื้นที่ให้กับการช่วยเหลือและการป้องกัน โดยเลือกสื่อสารข้อมูลที่ช่วยให้ประชาชนปลอดภัยและให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ
ครูและผู้ปกครองควรแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า สถานศึกษาไม่ยอมรับการข่มขู่ ล้อเลียน หรือสร้างเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง พร้อมกำหนดแนวทางป้องกันและรับมือที่ชัดเจน ตักเตือนและจัดการผู้โพสต์อย่างจริงจังตามความเหมาะสม โดยพิจารณาเป็นรายกรณี ไม่ประจาน ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และไม่เหมารวมเด็กทั้งกลุ่ม ควบคู่กับการประเมินความเสี่ยงและดูแลช่วยเหลืออย่างเหมาะสม รวมถึงควรเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนพูดคุยถึงความรู้สึก รับฟังโดยไม่ตำหนิหรือตีตรา และสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือพฤติกรรม หากมีความเครียด หวาดกลัว เศร้า หรือรู้สึกไม่สบายใจจากเหตุการณ์ สามารถปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับคำแนะนำและการช่วยเหลือที่เหมาะสม และศึกษาข้อมูลความรู้ด้านสุขภาพจิตเพิ่มเติมได้ที่ www.สุขภาพจิต.com
ที่มา Hfocus.org ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–


เรื่องน่าอ่าน
LINE ประกาศยุติการให้บริการ LINE VOOM ในประเทศไทย โดยเริ่มทยอยปิดตั้งแต่ 31 สิงหาคม 2569 และจะปิดอย่างเป็นทางการวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 11.00 น.
หลุดเอกสารพยานคดีฮั้ว สว. ยื่นหนังสือถึง ประธาน กกต. ปลายปี 68 ขอกลับคำให้การ อ้างถูกข่มขู่ ล่อลวง ยัดคดีให้ซัดทอดพรรคภูมิใจไทยพร้อมขอกลับคำให้การทั้งหมด
มูลนิธิตำรวจสอบสวนกลาง บรรยายให้ความรู้ “หนี ซ่อน สู้” นักเรียนโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง”
ยธ.สั่งดีเอสไอพิจารณา 2 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ “ออกจากราชการไว้ก่อน” เซ่นปมเอี่ยวเป็นตัวกลางรับ-ส่งเงินทุจริตสอบท้องถิ่น ลั่นไร้ละเว้น-ฟันซ้ำวินัยอาญาหากพบผิดจริง
DSI ส่งสำนวนคดีสื่อลามกอนาจารเด็กออนไลน์ ขยายผลพบของกลางกว่า 100,000 ไฟล์
DSI ผนึกกำลัง 4 หน่วยงาน ลงนาม MOU พัฒนาบุคลากร – ยกระดับปฏิบัติการพิเศษ
สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมศิลปะเพื่อพลังใจ ไอคอนสยาม เสาร์นี้ 12 ก.ย.2569
DSI ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการฯ เร่งปราบอาชญากรรมเทคโนโลยีข้ามชาติ ขยายผลเส้นทางการเงิน ใช้ AI หนุนการทำงาน