ขีดชื่อนิติบุคคล 8,282 ราย สถานะร้าง เหตุไม่ส่งงบการเงิน ปิดช่องว่างมิจฉาชีพ

ai set 8

ปกนอก12 1

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ออกประกาศจะขีดชื่อนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ สาเหตุไม่ส่งงบการเงิน จำนวน 8,282 ราย รวมถึงกำหนดจะขีดชื่อนิติบุคคลจำนวนนี้ให้เป็นสถานะร้างสิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคลภายใน 90 วัน ปิดช่องว่างของมิจฉาชีพที่จะนำความน่าเชื่อถือของนิติบุคคลไปหลอกลวงประชาชน

วันที่ 6 ตุลาคม 2565 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยว่า เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2565 กรมได้ออกประกาศสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร เรื่อง จะขีดชื่อห้างหุ้นส่วนบริษัทออกจากทะเบียน จำนวน 8,282 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร สำหรับนิติบุคคลที่ตั้งอยู่ในต่างจังหวัด กรมได้ประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดให้ดำเนินการตรวจสอบเช่นกัน เพื่อจะได้มีแนวทางปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน

สำหรับนิติบุคคลที่จะถูกขีดชื่อในครั้งนี้ กรมได้พิจารณาจากมูลเหตุหรือข้อสันนิษฐาน คือ กรณีไม่ส่งงบการเงินติดต่อกัน 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2561-2563 ซึ่งเป็นเหตุให้เชื่อว่าไม่ได้ทำการค้าขายหรือดำเนินธุรกิจแล้ว พบว่ามีจำนวน 8,282 ราย ทั้งนี้ หากพ้นกำหนดเวลา 90 วันนับแต่วันที่ออกประกาศ นิติบุคคลดังกล่าวจะถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนและสิ้นสภาพนิติบุคคล เว้นแต่แสดงเหตุให้เห็นเป็นอย่างอื่น

อย่างไรก็ดี แม้นิติบุคคลจะมีสถานะร้างและสิ้นสภาพนิติบุคคลไปแล้ว แต่ความรับผิดชอบของหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้เป็นหุ้นส่วน กรรมการ ผู้จัดการ และผู้ถือหุ้น ยังคงมีอยู่ และอาจคืนสู่ทะเบียนได้โดยการร้องขอต่อศาลภายใน 10 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียน สำหรับประชาชนที่ต้องการจะตรวจสอบรายชื่อนิติบุคคลที่เข้าข่ายจะถูกขีดชื่อสามารถดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th หัวข้อ คู่มือทำธุรกิจ เลือกจดทะเบียนธุรกิจ และประกาศถอนทะเบียนร้างและคืนสู่ทะเบียน

ขณะนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่ระหว่างปรับปรุงฐานข้อมูลนิติบุคคลให้เป็นปัจจุบัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคธุรกิจที่เข้ามาตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคล รวมถึงป้องกันความเสียหายจากกลุ่มมิจฉาชีพต่าง ๆ ที่จะนำความน่าเชื่อถือของนิติบุคคลไปหลอกลวงประชาชน การปรับปรุงฐานข้อมูลสถานะของนิติบุคคลถือเป็นภารกิจสำคัญที่กรมได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูลนิติบุคคลอันจะส่งผลต่อการวิเคราะห์การเจริญเติบโตในภาคธุรกิจและตัดโอกาสการถูกหลอกลวงของประชาชน

ดังนั้น ขอฝากไปยังนิติบุคคลจะต้องดำเนินธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งการจัดทำงบการเงินประจำปีและยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าถือเป็นหน้าที่สำคัญของนิติบุคคล รวมไปถึงกรณีที่ธุรกิจมีความจำเป็นจะต้องยุติลง แต่ก็ยังคงมีหน้าที่ในการจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีให้เสร็จสิ้นเช่นกัน

สุดท้ายนี้ การศึกษาคู่ค้าหรือการเลือกลงทุนกับธุรกิจใดจำเป็นจะต้องตรวจสอบข้อมูลหรือสถานะให้ดีเพื่อป้องกันความผิดพลาด โดยประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลด้วยตนเองตลอด 24 ชั่วโมง ได้ที่เว็บไซต์กรมฯ www.dbd.go.th เลือกหัวข้อ บริการออนไลน์ และ DBD Datawarehouse+ หรือ แอปพลิเคชั่น DBD Service โดยไม่มีค่ามีค่าใช้จ่าย

CR.ประชาชาติธุรกิจ

เรื่องน่าอ่าน