เปิดสาระสำคัญ “ร่าง พ.ร.ป.ป.ป.ช.ฉบับใหม่” เพิ่มอำนาจ “ดักฟัง-สะกดรอย-แฝงตัว” ล้วงข้อมูล-หลักฐานต่าง ๆ นำมาใช้ไต่สวน หากสามารถรับฟังได้ ถือว่าเป็นการกระทำโดยชอบ
เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2565 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. หรือ “พ.ร.ป.ป.ป.ช.” กับหน่วยงานที่เกี่ยวของ 35 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานศาลปกครอง สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงาน ก.พ. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกระทรวงต่าง ๆ โดยมีนายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งได้รับมอบหมายจากเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน
ทั้งนี้ ตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบได้มอบหมายให้สำนักงาน ป.ป.ช. เป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบกิจกรรมการปฏิรูปประเทศที่ส่งผลต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ กิจกรรมที่ ๒ การพัฒนาการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและระบบคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสการทุจริตที่มีประสิทธิภาพ กิจกรรมที่ ๓ การพัฒนากระบวนการยุติธรรมที่รวดเร็ว โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติในการดำเนินคดีทุจริตทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และกิจกรรมที่ 4 การพัฒนาระบบราชการไทยให้โปร่งใสไร้ผลประโยชน์รวมทั้งมีข้อเสนอในการมีหรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปฏิรูปแต่ละด้าน และคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565 ได้กำหนดให้มีการทบทวนและปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพทันต่อสภาวการณ์ของปัญหาการทุจริตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้ง พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 มาตรา 13 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบกลาง โดยจะใช้วิธีการอย่างหนึ่งหรือหลายวิธีด้วยก็ได้
ดังนั้น สำนักงาน ป.ป.ช. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต จึงได้จัด “ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ (ร่าง) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง นำมาวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ เพื่อนำมาปรับปรุงแก้พัฒนากฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต่อไป
สำหรับร่าง พ.ร.ป.ป.ป.ช.ฉบับใหม่ เผยแพร่บันทึกหลักการและเหตุผล ระบุว่า โดยที่กลไกการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการ ความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กลไกและมาตรการติดตามทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศ และต่างประเทศคืน
การวินิจฉัยชี้มูลความผิดเพื่อลงโทษผู้ถูกกล่าวหายังขาดประสิทธิภาพในการบังคับใช้ การมอบหมายเรื่องให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษรับไปดำเนินการแทน การเฝ้าระวังการกระทำความผิดเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และประเภทของรายได้ และทรัพย์สินของสำนักงาน ป.ป.ช. ยังขาดความชัดเจนตลอดจนมีความจำเป็นต้องเพิ่มกลไกและประสิทธิภาพในการรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องกล่าวหา การงดชี้มูลความผิดหรือชะลอการฟ้องคดีแก่ผู้ถูกกล่าวหาที่ป่วยหนักหรือวิกลจริต การอุทธรณ์หรือการฎีกาคำพิพากษาของศาลในคดีอาญา ละการหยุดปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกกล่าวหา ในกรณีที่ศาลอาญาประทับฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
อีกทั้งมีความจำเป็นต้องมีกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรรมการ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายในการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายให้เกิดความชัดเจนภายใต้การคุ้มครองสิทธิของบุคคลตามรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันการกลั่นแกล้งฟ้องคดี หรือประวิงการไต่สวน และปรับปรุงกลไกเรื่องความรับผิดของเจ้าพนักงานของรัฐ กรณีรู้เห็นยินยอมในการดำเนินกิจการซึ่งต้องห้าม ตามมาตรา 126 ของคู่สมรสของเจ้าพนักงานของรัฐ ภายใต้การคุ้มครองสิทธิของบุคคลตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทันต่อสภาวการณ์ของปัญหาการทุจริตที่เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องตรา พ.ร.ป.นี้
โดยสาระสำคัญของหลักการร่าง พ.ร.ป.ป.ป.ช.ฉบับนี้ มีการเพิ่มหน้าที่และอำนาจในการติดตามความคืบหน้า มาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ หรือองค์กรอัยการ ตามมาตรา 32 ตลอดถึงการประชุมหารือร่วมเพื่อทบทวนมติหรือมีมติเพิ่มเติม กรณีมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีปัญหาและอุปสรรคไม่อาจดำเนินการ โดยเพิ่มมาตรา 32/1
เพิ่มกลไกและมาตรการติดตามทรัพย์สินที่เกิดจากการกระทำผิดคืนทั้งที่อยู่ในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อนำทรัพย์สินนั้นกลับมาเป็นของแผ่นดิน และลดช่องทางการทุจริต โดยยกเลิกมาตรา (5) ของมาตรา 34 และเพิ่มมาตรา 34/1
รวมถึงเพิ่มกลไกลและมาตรการในการดักฟัง การเข้าถึงข้อมูล การแฝงตัว และการสะกดรอย เพื่อการอนุวัติตามอนุสัญญา UNCAC ข้อบทที่ 50 และเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในการดำเนินคดี
ทุจริต สามารถทำการตรวจสอบไต่สวนโดยวิธีพิเศษ โดยเพิ่มมาตรา 34/2, 34/3, 34/4, 34/5
โดยในมาตรา 34 นี้ มีการเพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยื่นขอต่อศาล เพื่อขอข้อมูลที่ส่งทางไปรษณีย์ โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ในการสื่อสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศใด กรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าถูกใช้หรืออาจถูกใช้เพื่อประโยชน์ในการกระทำความผิด รวมถึงการสะกดรอยหรือการได้มาซึ่งข้อมูลหรือพยานหลักฐานในการกระทำผิด โดยหากข้อมูลดังกล่าวรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้นั้น ให้ถือว่าเป็นการกระทำโดยชอบ
นอกจากนี้ยังให้อำนาจคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายบุคคลใด จัดทำเอกสารหรือหลักฐานใด หรือเข้าไปแฝงตัวในองค์กรหรือกลุ่มคนใด หรือปฏิบัติการอำพราง เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบสืบสวนสอบสวน ไต่สวน หรือไต่สวนเบื้องต้น โดยให้ถือว่าเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย
CR.กรุงเทพธุรกิจ







เรื่องน่าอ่าน
“อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์” วิเคราะห์โจทย์ใหญ่ของ รัฐบาลอนุทิน “เมื่อประเทศไทยถูกทิ้งไว้ข้างหลัง (Thailand Left Behind)
DSI ขยายผลคดีเว็บพนันออนไลน์ จับแอดมินเครือข่าย “แม่มนต์” หลังกลับไทยมาหาแฟนสาว
เมื่อ “ความรู้” ไม่ใช่แต้มต่ออีกต่อไป ปรากฏการณ์ Knowledge Inflation และโจทย์ใหม่ของการสร้างคนในศตวรรษที่ 21 /โดย ดร.Force
หวั่นไทยตกขบวนไม่ทันโลกเศรษฐกิจ แนะดูตัวอย่าง 3 ชาติ “มิสเตอร์เอทานอล-อลงกรณ์” ทักท้วงกระทรวงการคลัง ชี้เป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 51% ปี 2580 ช้าเกินไป
กสม. ผนึกภาครัฐ-ภาคประชาสังคม-องค์กรระหว่างประเทศ เดินหน้าป้องกันการทรมาน ย้ำ “ป้องกันดีกว่าเยียวยา”
DSI ร่วมหลายหน่วยงานปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด ขยายผลล่าเครือข่าย “หนูเฉิน” สั่งซื้อสารตั้งต้นยาเสพติด
ไม่รอลงอาญา อดีตนายกเล็กย่านตาขาว โดนคุก 6 ปี 18 เดือน ข้อหาเอารถหลวงใช้ส่วนตัว เบิกค่าน้ำมันเกือบล้าน
DSI จับหญิงรับจ้างเปิดบัญชีม้าแอพเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 2,000 ต่อปี