รายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ
ประจำเดือนสิงหาคม 2564
นางสาวสภัทร์พร ธรรมาภรณ์พิลาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2564 มีผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้ความร่วมมือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้กับลูกหนี้ ประกอบด้วยการลดค่างวด การขยายระยะเวลาการชำระหนี้ การเปลี่ยนประเภทหนี้จากระยะสั้นเป็นระยะยาว การพักชำระค่างวด การพักชำระเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน และการพักชำระเงินต้นและลดอัตราดอกเบี้ยจำนวนทั้งสิ้น 358 ราย ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้จำนวน 12,021 บัญชี โดยจังหวัดที่ผู้ประกอบธุรกิจให้ความช่วยเหลือลูกหนี้สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา (2,567 บัญชี) กรุงเทพมหานคร (1,014 บัญชี) และขอนแก่น (906 บัญชี) และเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 สศค.ได้ออกประกาศ สศค. เรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (ฉบับที่ 3) ปรับลดค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ สำหรับการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) ที่ผู้ประกอบธุรกิจสามารถเรียกเก็บได้จาก 80 บาท/เดือน/ราย ลงเหลือ 50 บาท/เดือน/ราย เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้เรื่องการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการทวงถามหนี้ ลงวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564 โดยค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้อัตราใหม่ดังกล่าว กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2564 เป็นต้นไป
สำหรับภาพรวมการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2564 มีจำนวนผู้ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์และเปิดดำเนินการแล้วสะสมสุทธิ1,004 ราย ใน 75 จังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบธุรกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (586 ราย)รองลงมา ได้แก่ ภาคกลาง (169 ราย) ภาคเหนือ (131 ราย) ภาคตะวันออก (66 ราย)และภาคใต้ (52 ราย)ตามลำดับทั้งนี้ นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 ที่กระทรวงการคลังได้เปิดให้มีการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2564ได้มีการอนุมัติสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้กับประชาชนรายย่อยไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 952,123 บัญชี รวมเป็นวงเงิน 14,676.98 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 15,415บาทต่อบัญชี ซึ่งมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้
(1)สินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2564 มีจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์สะสมสุทธิทั้งสิ้น 889 ราย ใน 74 จังหวัดและมีจำนวนผู้เปิดดำเนินการแล้ว 860 รายใน 74 จังหวัดโดยจังหวัดที่มีผู้เปิดดำเนินการมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา (79 ราย) กรุงเทพมหานคร (69 ราย) และขอนแก่น (51 ราย)
(2)สินเชื่อประเภทพิโกพลัส ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2564 มีจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกพลัสสะสมสุทธิทั้งสิ้น 160 รายใน 50 จังหวัด (เพิ่มขึ้น 1 จังหวัด ได้แก่ นครนายก) และมีจำนวนผู้เปิดดำเนินการแล้ว 144 ราย ใน 45 จังหวัด โดยจังหวัดที่มีผู้เปิดดำเนินการมากที่สุด 3 อันดับแรกได้แก่ นครราชสีมา (22 ราย) อุดรธานี (10 ราย)อุบลราชธานีและกรุงเทพมหานคร (จังหวัดละ 8 ราย) (3) ภาพรวมสถานะสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม2564 มียอดสินเชื่อคงค้างจำนวนทั้งสิ้น 228,163บัญชี คิดเป็นจำนวนเงิน4,495.84 ล้านบาท โดยมีสินเชื่อค้างชำระ 1-3 เดือน สะสมรวมทั้งสิ้น 29,547 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงินสะสมรวม 666.15 ล้านบาทหรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 14.82 ของยอดสินเชื่อคงค้างสะสม และมีสินเชื่อค้างชำระที่เกินกว่า 3 เดือน (NPL) สะสมรวมจำนวน 35,129 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงินสะสมรวม 815.64 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 18.14 ของยอดสินเชื่อคงค้างสะสม
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังคงดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาคีแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมายซึ่งนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2564 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบที่กระทำผิดกฎหมายจำนวนสะสม 9,997ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2564 จำนวน 224 รายทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ที่เปิดดำเนินการได้ทางเว็บไซต์ www.1359.go.th และสามารถร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบที่ผิดกฎหมายได้โดยตรงที่
• สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน1599
• ศูนย์ดำรงธรรม สายด่วน 1567
• ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สายด่วน 1359
• ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม (ศนธ.ยธ.) โทร.025753344
สำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน โทร. สายด่วน 1359
สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (1359.go.th)



เรื่องน่าอ่าน
“อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์” วิเคราะห์โจทย์ใหญ่ของ รัฐบาลอนุทิน “เมื่อประเทศไทยถูกทิ้งไว้ข้างหลัง (Thailand Left Behind)
DSI ขยายผลคดีเว็บพนันออนไลน์ จับแอดมินเครือข่าย “แม่มนต์” หลังกลับไทยมาหาแฟนสาว
เมื่อ “ความรู้” ไม่ใช่แต้มต่ออีกต่อไป ปรากฏการณ์ Knowledge Inflation และโจทย์ใหม่ของการสร้างคนในศตวรรษที่ 21 /โดย ดร.Force
หวั่นไทยตกขบวนไม่ทันโลกเศรษฐกิจ แนะดูตัวอย่าง 3 ชาติ “มิสเตอร์เอทานอล-อลงกรณ์” ทักท้วงกระทรวงการคลัง ชี้เป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 51% ปี 2580 ช้าเกินไป
กสม. ผนึกภาครัฐ-ภาคประชาสังคม-องค์กรระหว่างประเทศ เดินหน้าป้องกันการทรมาน ย้ำ “ป้องกันดีกว่าเยียวยา”
DSI ร่วมหลายหน่วยงานปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด ขยายผลล่าเครือข่าย “หนูเฉิน” สั่งซื้อสารตั้งต้นยาเสพติด
ไม่รอลงอาญา อดีตนายกเล็กย่านตาขาว โดนคุก 6 ปี 18 เดือน ข้อหาเอารถหลวงใช้ส่วนตัว เบิกค่าน้ำมันเกือบล้าน
DSI จับหญิงรับจ้างเปิดบัญชีม้าแอพเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 2,000 ต่อปี