กรมสอบสวนคดีพิเศษ สั่งฟ้องเครือข่ายรับจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนปลอมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หลังกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ตรวจพบการโฆษณาชักชวนให้จัดทำบัตรประจำตัวประชาชนปลอมผ่านเฟซบุ๊ก จึงส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสืบสวนสอบสวน
จากการตรวจสอบพบว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดที่มีลักษณะเป็นการกระทำผ่านระบบคอมพิวเตอร์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีการหลอกลวงประชาชนเป็นวงกว้าง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนจำนวนมากและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในการบริหารจัดการข้อมูลทะเบียนราษฎรของรัฐ อันเข้าลักษณะเป็นคดีพิเศษตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงมีคำสั่งให้กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศรับเรื่องไว้ดำเนินการเป็นคดีพิเศษที่ 100/2567
ผลการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีผู้ร่วมกระทำความผิดเป็นคนไทย 2 ราย และชาวเมียนมา 1 ราย โดยร่วมกันจัดทำเพจเฟซบุ๊กปลอมชื่อ “สุทธิชัย จันทร์งาม” และเปิดบัญชีไลน์ชื่อ “รับทำบัตรประชาชนปลอม ไม่มีมัดจำเพจ” เพื่อโฆษณารับทำบัตรประจำตัวประชาชนปลอม พร้อมกล่าวอ้างว่าสามารถเพิ่มข้อมูลลงในระบบฐานข้อมูลของกรมการปกครองได้อีกทั้งยังนำภาพบัตรประชาชนที่อ้างว่าเป็นผลงานของลูกค้ารายอื่นมาเผยแพร่เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และกำหนดอัตราค่าบริการไว้ 3 ระดับ ได้แก่ บัตรแบบธรรมดา ราคา 3,500 บาท บัตรแบบมีลายน้ำ ราคา 6,500 บาท และบัตร “สวม” ราคา 15,000 บาท จากการสืบสวนยังพบว่า ผู้ที่หลงเชื่อว่าจ้างให้จัดทำบัตรประจำตัวประชาชนปลอมมีวัตถุประสงค์ แตกต่างกัน โดยบางรายมีความประสงค์จะเปลี่ยนคำนำหน้านามเพื่อใช้ประกอบการสมรสกับชาวต่างชาติ ขณะที่บางรายมีอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ตามกฎหมาย แต่อยากเข้าสถานบันเทิง หรือประสงค์จะมีบัตรประจำตัวประชาชน รวมถึงบุคคลต่างด้าวที่อยากได้บัตรประชาชนคนไทย เพื่อรับประโยชน์จากการช่วยเหลือของรัฐเพื่อนำไปใช้ในการทำธุรกรรมและกิจกรรมต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายส่วนใหญ่ได้โอนเงินค่าจ้างให้แก่ขบวนการดังกล่าว แต่ไม่ได้รับบัตรประจำตัวประชาชนตามที่กล่าวอ้าง
ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวไทยได้แล้ว 1 ราย ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการออกหมายจับและติดตามตัวมาดำเนินคดี โดยพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ตามมาตรา 14 (1) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้นำสำนวนการสอบสวน จำนวน 3 แฟ้ม รวม 931 แผ่น ส่งมอบให้พนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหาตามกฎหมายต่อไป
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
*************************************************************************************************


เรื่องน่าอ่าน
ป.ป.ช.ชี้มูล พล.ร.ต.วรพล สิทธิจิตต์ กอ.รมน.ภาค 4 พร้อมนายทหาร 4 ราย พนง.เทศบาล 1 ปมบรรจุชื่อเป็นกำลังพล กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ทั้งที่ไม่ได้มาปฏิบัติงานจริง
DSI ผนึกหน่วยงานที่ดิน ตรวจสอบฟาร์มไก่บริษัทเอกชนใน จ.เพชรบูรณ์ พบพื้นที่ครอบครองกว่า 1,778 ไร่ เร่งตรวจสอบสิทธิการใช้ประโยชน์ในเขต ส.ป.ก.
“มิสเตอร์เอทานอล” ชี้ลดราคา E20-B20 ช่วยลดต้นทุนพลังงาน แนะรัฐเดินหน้ายุทธศาสตร์ เชื้อเพลิงชีวภาพแห่งชาติถอดโมเดล “รีโนว่าไบโอ(RenovaBio)” สร้างจุดเปลี่ยนยั่งยืนพึ่งตัวเอง ปลดภาระภาษีและกองทุนน้ำมัน
DSI บูรณาการการข่าวสนับสนุนหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ปฏิบัติการตรวจยึดยาเสพติด 4 ล้านเม็ด ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายอย่างต่อเนื่อง
อสังหาฯ ไทยดิ่งหนัก บ้านมือสองล้นตลาด
ราชกิจจาฯ อนุญาตให้สร้างบ้าน – อาคารบนภูเขา พร้อมมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมใหม่
พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รองประธานกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เป็นประธานในพิธีบวงสรวง การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี 2569 ตอน “สีดา ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
รายงานพิเศษตีแผ่วิกฤตสินค้าไร้มาตรฐานเปิดลิสต์ สินค้าอันตรายใกล้ตัว จากผักผลไม้สารพิษ-ยาปลอม ลามถึงโซลาร์เซลล์เถื่อนเสี่ยงไฟไหม้ มหันตภัยผู้บริโภคสู่พิมพ์เขียวคุณภาพประเทศ (NQI)