หวั่นไทยตกขบวนไม่ทันโลกเศรษฐกิจ แนะดูตัวอย่าง 3 ชาติ “มิสเตอร์เอทานอล-อลงกรณ์” ทักท้วงกระทรวงการคลัง ชี้เป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 51% ปี 2580 ช้าเกินไป

S 21266442

              จี้คลอดระบบสายส่งเสรีสัญญา Direct PPA ปลดล็อกโรงไฟฟ้า 6 พันเมกะวัตต์ ลดภาระประชาชน กรุงเทพฯ– สืบเนื่องจากการแถลงข่าวของกระทรวงการคลังที่ประกาศเดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งใหญ่ โดยปักหมุดเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 51 ภายในปี พ.ศ. 2580 เพื่อรองรับโครงสร้างเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและรับมือมาตรการภาษีคาร์บอนอย่าง CBAM ของยุโรป นั้น

               นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ (FKII) ประธานกิตติมศักดิ์และผู้ก่อตั้งมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ อดีตรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้แสดงทัศนะเชิงนโยบายวันนี้โดยกล่าวว่า เห็นด้วยกับคำแถลงของกระทรวงการคลังที่มองว่าพลังงานสะอาดคือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่จะชี้ชะตาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

               “ปัจจุบันกลุ่มทุนเทคโนโลยีขั้นสูงและ Green Data Center ระดับโลก มีเงื่อนไข RE100 (การใช้พลังงานหมุนเวียน 100%) เป็นเงื่อนไขสำคัญในการเลือกตั้งฐานการผลิต หากไทยมีความพร้อมด้านพลังงานหมุนเวียนที่ชัดเจน จะสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) ได้ในระดับแสนล้านบาทในทันที

               ยิ่งกว่านั้น มาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers) เช่น มาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (CBAM) ของยุโรป หรือกฎหมาย Clean Competition Act ของสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนให้พลังงานสะอาดกลายเป็น “เงื่อนไขบังคับจำยอม” ของห่วงโซ่อุปทานโลก

              ⏱️ จี้เร่งเป้าหมายให้เร็วขึ้น 5 ปี ยกบทเรียน 3 ประเทศมหาอำนาจพลังงานสะอาด อย่างไรก็ตาม อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์เจ้าของฉายามิสเตอร์เอทานอล มีความเห็นว่า การกำหนดเป้าหมายพลังงานทดแทน 51% ในปี 2580 นั้น “ช้าเกินไปและสร้างความสับสน” โดยเสนอให้รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงการคลัง และกระทรวงพลังงาน เร่งรัดกรอบเวลาเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนร้อยละ 51 ให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2575 หรือเร็วขึ้นกว่าเดิม 5 ปี โดยขอให้ดูตัวอย่างความสำเร็จจาก 3 ประเทศ ดังนี้ :

               🇨🇳 สาธารณรัฐประชาชนจีน: สร้างสถิติโลกด้วยการระดมสรรพกำลังสร้างฐานพลังงานหมุนเวียนขนาดยักษ์ในทะเลทราย ดันกำลังการผลิตโซลาร์เซลล์และพลังงานลมเข้าระบบได้เกือบ 100,000 เมกะวัตต์ (100 GW) ภายในเวลาเพียง 3 ปี (พ.ศ. 2563-2566)

               🇩🇪 ประเทศเยอรมนี: เผชิญวิกฤตพลังงานจากสงครามจนต้องออกกฎหมาย “Osterpaket” ปลดล็อกให้การสร้างพลังงานสะอาดเป็นผลประโยชน์สาธารณะขั้นสูงสุดเพื่อความมั่นคงของชาติ ตัดขั้นตอนราชการที่ยุ่งยากจนสามารถเพิ่มไฟฟ้าสีเขียวเข้าระบบได้กว่า 30,000 เมกะวัตต์ ทันทีในเวลาไม่ถึง 3 ปี

               🇻🇳 ประเทศเวียดนาม: ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2561 เวียดนามมีโซลาร์เซลล์ไม่ถึง 100 เมกะวัตต์ แต่ด้วยมาตรการจูงใจและปลดล็อกสายส่งอย่างจริงจัง ภายในเวลาเพียง 2 ปีเศษ เวียดนามสามารถสร้างปรากฏการณ์ “Solar Boom” ดันกำลังการผลิตพุ่งทะยานสู่ 16,500 เมกะวัตต์ ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของอาเซียน และกลายเป็นอาวุธสำคัญที่เวียดนามใช้กวาดเม็ดเงินลงทุน FDI จากยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีที่กำลังย้ายฐานในปัจจุบัน

B3CA45C1 BF06 4FE0 BA51 7644CD6C65B6

               นอกจากนี้ นายอลงกรณ์ยังมีความเห็นว่า การบรรจุโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติใหม่ หรือการปรับปรุงโรงไฟฟ้าเก่าขนาด 6,313 เมกะวัตต์ เป็นการล็อกประเทศไทยไว้กับพลังงานฟอสซิลอีกกว่า 20 ปี และทำให้เกิดภาระ “ค่าความพร้อมจ่าย” (Availability Payment: AP) ให้ประชาชนต้องแบกรับผ่านค่า FT รวมถึงความเสี่ยงจากราคาก๊าซ LNG นำเข้าที่ผันผวน

               “แผน PDP ใหม่ควรยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ 6,313 เมกะวัตต์ แล้วโยกศักยภาพสายส่งไปเร่งรัดการลงทุนติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) จำนวน 10,485 เมกะวัตต์ ตามที่บรรจุไว้ในแผนให้เสร็จสิ้นภายในช่วงเวลาปี พ.ศ. 2575 ซึ่งเป็นจังหวะที่เทคโนโลยีแบตเตอรี่โลกมีราคาดิ่งต่ำลง เพื่อสร้างเสถียรภาพให้แก่โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ได้อย่างมั่นคงและโปร่งใสสูงสุด”

               นายอลงกรณ์เน้นย้ำในตอนท้ายว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งนี้ หัวใจสำคัญคือความโปร่งใส ความเร็วเชิงนโยบาย และการประสานพลังระหว่างกระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง และภาคเอกชน เพื่อปฏิรูปกฎหมาย เปิดเสรีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสีเขียวโดยตรง (Direct PPA) และกำหนดอัตราค่าบริการสายส่งที่เป็นธรรม (Wheeling Charge) ให้สำเร็จโดยเร็วที่สุดภายในปีนี้

               แต่หากกลไกรัฐและกฎระเบียบปรับตัวช้ากว่ากระแสโลก พลังงานสะอาดที่ควรจะเป็น “แต้มต่อ” ก็จะกลับกลายเป็น “กำแพงภาษี” ที่ปิดกั้นการเติบโตของประเทศไทยในที่สุด

 

ที่มา Alongkorn ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา SocialeyesThailand

——————————————————————————————————————————–

เรื่องน่าอ่าน