กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าคุมเข้ม ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคออนไลน์เร่งเฝ้าระวังและปราบปรามสินค้าปลอมบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หลังพบขบวนการปลอมสินค้าพัฒนารูปแบบการผลิตและจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์อย่างแนบเนียนมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเครื่องสำอาง อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อาจส่งผลกระทบต่อชีวิต สุขภาพ ความปลอดภัย และทรัพย์สินของประชาชน เผยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรและแพลตฟอร์มออนไลน์ในการป้องกันและปราบปรามการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการค้าออนไลน์ที่ปลอดภัยและเป็นธรรมต่อผู้บริโภค
วันที่ 13 พ.ค.2569 นางอรมน ทรัพย์ทวีรธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในการเฝ้าระวังและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดย 6 เดือนแรก (ตุลาคม 2568 – มีนาคม 2569) ของปีงบประมาณ 2569 มีผลการจับกุมดำเนินคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในไทย ทั้งย่านการค้าและออนไลน์รวม 332 คดี ยึดของกลางได้กว่า 1.3 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 2,300 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน พบว่าปัจจุบันการจำหน่ายสินค้าละเมิดฯ มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากหน้าร้านสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากเข้าถึงผู้บริโภคได้สะดวกและรวดเร็ว โดยเฉพาะสินค้าของใช้ในชีวิตประจำวัน และของใช้สำหรับร่างกาย ทั้งกลุ่มเครื่องสำอาง เช่น ครีมบำรุงผิว ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า เซรั่ม ครีมกันแดด รองพื้น แป้งพัฟ ครีมอาบน้ำ แชมพู ครีมนวดผม และยาสีฟัน รวมทั้งอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือ เช่น พาวเวอร์แบงค์ หัวชาร์จเร็ว หูฟังไร้สาย และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น ลำโพงบลูทูธ รางปลั๊กไฟ และไดร์เป่าผม ซึ่งมีการปลอมบรรจุภัณฑ์ฉลากภาษาไทยที่แสดงเครื่องหมายรับรองต่างๆ เช่น เลขทะเบียน อย. เลขมาตรฐาน มอก. ให้มีลักษณะใกล้เคียงกับสินค้าของแท้มากขึ้น เพื่อหลอกลวงผู้บริโภคโดยเฉพาะนักช้อปออนไลน์ที่ไม่สามารถตรวจสอบสินค้าก่อนสั่งซื้อ และจูงใจผู้ซื้อด้วยราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดมาก โดยสินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มีส่วนประกอบสารเคมีต้องห้ามหรือเกินมาตรฐานที่เป็นอันตรายต่อชีวิต สุขภาพ
นางอรมนฯ กล่าวว่าขอแนะนำ 7 ข้อสังเกต หรือข้อควรระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ดังนี้
(1) ตรวจสอบฉลากและการรับรองจากหน่วยงานต่างๆ เช่น เลข อย./มอก. และเครื่องหมายการค้า
(2) ตรวจสอบข้อมูลสินค้า ทั้งชื่อสินค้า วันผลิต วันหมดอายุ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขาย ประเทศแหล่งกำเนิดและแหล่งผลิตสินค้า ตลอดจนตรวจสอบประวัติร้านค้าว่าเปิดมานานหรือไม่
(3) ตรวจสอบส่วนประกอบของสินค้า บรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ไม่มีตำหนิ
(4) มีนโยบายคืนสินค้า/คืนเงินชัดเจน
(5) ราคาที่สมเหตุสมผล ไม่ถูกเกินไปเมื่อเทียบกับราคาปกติที่จำหน่ายในท้องตลาด
(6) การออกใบเสร็จหรือหลักฐานการสั่งซื้อ
(7) ตรวจสอบข้อมูลการรีวิวสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งมีจุดที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น การโฆษณาหรืออ้างสรรพคุณเกินจริง การจัด Flash Sale หลอกโดยการลดราคาสินค้าพิเศษอย่างหนักในช่วงระยะเวลาจำกัดมาก การเร่งรัดให้โอนเงิน การปิดบังข้อมูลร้านค้าผู้จำหน่าย การมียอดรีวิวแต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นร้านจำหน่ายสินค้าปลอมหรืออาจถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน ซึ่งการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อหากำไรทางการค้า ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 ถึง 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่การปลอมเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้ว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการนำเข้า จำหน่าย เสนอจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าปลอมหรือเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร มีโทษตามที่กฎหมายกำหนดเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ การยกระดับการปกป้องผู้บริโภคจากสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ไม่ได้มาตรฐาน ควบคู่กับการส่งเสริมผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่มุ่งพัฒนาระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้เข้มแข็ง เนื่องจากการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่มีประสิทธิภาพ ไม่เพียงช่วยสร้างแรงจูงใจให้เกิดนวัตกรรมและการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการค้า การลงทุน และภาพลักษณ์ของประเทศไทย ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนและการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสทางเว็บไซต์ www.ipthailand.go.th หัวข้อบริการ “แจ้งเบาะแสการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” หรือ โทรสายด่วน 1368
ที่มา SocialeyesThailand ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–




เรื่องน่าอ่าน
“อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์” วิเคราะห์โจทย์ใหญ่ของ รัฐบาลอนุทิน “เมื่อประเทศไทยถูกทิ้งไว้ข้างหลัง (Thailand Left Behind)
DSI ขยายผลคดีเว็บพนันออนไลน์ จับแอดมินเครือข่าย “แม่มนต์” หลังกลับไทยมาหาแฟนสาว
เมื่อ “ความรู้” ไม่ใช่แต้มต่ออีกต่อไป ปรากฏการณ์ Knowledge Inflation และโจทย์ใหม่ของการสร้างคนในศตวรรษที่ 21 /โดย ดร.Force
หวั่นไทยตกขบวนไม่ทันโลกเศรษฐกิจ แนะดูตัวอย่าง 3 ชาติ “มิสเตอร์เอทานอล-อลงกรณ์” ทักท้วงกระทรวงการคลัง ชี้เป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 51% ปี 2580 ช้าเกินไป
กสม. ผนึกภาครัฐ-ภาคประชาสังคม-องค์กรระหว่างประเทศ เดินหน้าป้องกันการทรมาน ย้ำ “ป้องกันดีกว่าเยียวยา”
DSI ร่วมหลายหน่วยงานปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด ขยายผลล่าเครือข่าย “หนูเฉิน” สั่งซื้อสารตั้งต้นยาเสพติด
ไม่รอลงอาญา อดีตนายกเล็กย่านตาขาว โดนคุก 6 ปี 18 เดือน ข้อหาเอารถหลวงใช้ส่วนตัว เบิกค่าน้ำมันเกือบล้าน
DSI จับหญิงรับจ้างเปิดบัญชีม้าแอพเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 2,000 ต่อปี