ลองจินตนาการถึงการเดินเข้าร้านอาหารสตรีทฟู้ดในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย แล้วพบป้าย QR Code วางอยู่บนโต๊ะ แทนที่จะต้องควักธนบัตรเงินริงกิตที่แลกเตรียมไว้ล่วงหน้า คุณกลับสามารถหยิบสมาร์ตโฟน เปิดแอปพลิเคชันธนาคารไทยที่คุณคุ้นเคย สแกนจ่ายเงินได้ทันที โดยที่ค่าธรรมเนียมแทบจะเป็นศูนย์ และที่สำคัญคือ “ไม่ต้องผ่านเครือข่ายบัตรเครดิตระดับโลกอย่าง Visa หรือ Mastercard”
ภาพพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปนี้ ไม่ใช่เพียงวิสัยทัศน์ในอนาคต แต่กำลังเกิดขึ้นจริงทั่วภูมิภาคเอเชีย ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศความสำเร็จในการขยายเครือข่ายระบบสแกนจ่ายข้ามประเทศ (Cross-border QR Payment) ครอบคลุมถึง 9 ประเทศเศรษฐกิจหลักในภูมิภาค ภายใต้แนวคิด ASEAN Payment Connectivity ที่มุ่งเน้นประสบการณ์ “Pay Like a Local” หรือการจ่ายเงินง่ายๆ เสมือนเป็นคนท้องถิ่น
ประเด็นที่น่าวิเคราะห์ในเชิงโครงสร้างทางการเงิน คือ ในขณะที่โลกของเทคโนโลยีบล็อกเชนและคริปโทเคอร์เรนซีพยายามผลักดันแนวคิดการโอนเงินข้ามพรมแดน (Cross-border Payment) ผ่าน Stablecoin มาตลอดทศวรรษ ระบบธนาคารแบบดั้งเดิมของเอเชียกลับร่วมมือกันอย่างเงียบเชียบ จนสามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาคที่ใช้งานได้จริงในระดับมวลชน (Mass Adoption) ไปเรียบร้อยแล้ว
【เส้นทางการพัฒนาระบบชำระเงินไทย: จากพร้อมเพย์สู่สากล】 เพื่อทำความเข้าใจจุดเปลี่ยนนี้ เราต้องมองย้อนกลับไปดูโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกวางรากฐานไว้อย่างเป็นระบบ
1. จุดเปลี่ยนปี 2559 (กำเนิด PromptPay): ธปท. เปิดตัวระบบ “พร้อมเพย์” เปลี่ยนผ่านพฤติกรรมคนไทยจากการโอนเงินข้ามธนาคารที่ต้องเสียค่าธรรมเนียม มาสู่ระบบโอนและรับเงินแบบเรียลไทม์ที่ไร้รอยต่อและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
2. ตัวเร่งปฏิกิริยาช่วงโควิด-19 (ปี 2563): มาตรการรักษาระยะห่างเร่งให้ PromptPay กลายเป็นกระดูกสันหลังของการชำระเงินในชีวิตประจำวันของคนไทยแทบทุกระดับ ตั้งแต่หาบเร่แผงลอยไปจนถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ปริมาณธุรกรรมพุ่งสูงจนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของประเทศ
3. สยายปีกสู่ระดับภูมิภาค: ด้วยความสำเร็จในประเทศ ธปท. จึงเดินหน้าเจรจาเชื่อมโยงระบบกับธนาคารกลางในอาเซียนและกลุ่มประเทศคู่ค้าสำคัญ จุดเด่นคือระบบจะคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนให้โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้จะเห็นยอดเงินบาทที่ต้องชำระอย่างโปร่งใสก่อนกดยืนยัน
ปัจจุบันระบบของไทยรองรับ 2 บริการหลัก คือ การสแกนจ่ายคิวอาร์โค้ด (QR Payment) สำหรับนักท่องเที่ยว และ การโอนเงินข้ามประเทศ แบบเรียลไทม์ด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่ค่าธรรมเนียมต่ำกว่าระบบดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
【เจาะลึก 9 ประเทศจุดหมายปลายทาง และแอปพลิเคชันที่รองรับ】ความครอบคลุมของระบบในขณะนี้ ถือว่าเชื่อมโยงกับประเทศคู่ค้าและจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทยได้อย่างครบถ้วน:
* 🇨🇳 จีน: รองรับโดย กรุงเทพ, กสิกรไทย, กรุงไทย, ไทยพาณิชย์, ไอซีบีซี (ไทย), ธ.ก.ส., และกรุงศรี
* 🇲🇾 มาเลเซีย: รองรับโดย กรุงเทพ, กสิกรไทย, กรุงไทย, ไทยพาณิชย์, ซีไอเอ็มบีไทย, และ ธ.ก.ส.
* 🇱🇦 ลาว: รองรับโดย กรุงเทพ, กสิกรไทย, กรุงไทย, ไทยพาณิชย์, และกรุงศรี
* 🇮🇩 อินโดนีเซีย: รองรับโดย กรุงเทพ, กสิกรไทย, กรุงไทย, ไทยพาณิชย์, กรุงศรี, และซีไอเอ็มบีไทย
* 🇰🇭 กัมพูชา | 🇸🇬 สิงคโปร์ | 🇭🇰 ฮ่องกง | 🇻🇳 เวียดนาม: รองรับโดย กรุงเทพ, กสิกรไทย, กรุงไทย, ไทยพาณิชย์, และกรุงศรี
* 🇰🇷 เกาหลีใต้: เพิ่งเปิดตัวล่าสุด รองรับโดย กรุงเทพ, กรุงไทย, และกรุงศรี
【นัยยะเชิงเศรษฐศาสตร์มหภาค: ลดการพึ่งพาระบบศูนย์กลางเดิม】หากวิเคราะห์ให้ลึกลงไป การที่ระบบ Cross-border QR Payment ไม่ต้องอาศัยเครือข่ายบัตรเครดิตระดับโลก ถือเป็นการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของภูมิภาคเอเชีย กลไกนี้ทำงานผ่านกรอบความร่วมมือการชำระเงินสกุลท้องถิ่น (Local Currency Settlement) ซึ่งหมายความว่า ธุรกรรมสามารถแลกเปลี่ยนข้ามกันระหว่าง “เงินบาท” กับ “สกุลเงินปลายทาง” (เช่น ริงกิต หรือ หยวน) ได้โดยตรง
สิ่งนี้ช่วยลดต้นทุนการแปลงสกุลเงินผ่าน “ดอลลาร์สหรัฐ” (De-dollarization ในระดับรายย่อย) ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และเพิ่มอำนาจอธิปไตยทางการเงินของธนาคารกลางในเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับฝั่งร้านค้า (SME) ในไทยเอง ก็สามารถรับเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าบัญชีเป็นเงินบาทได้ทันที โดยไม่ต้องแบกรับค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต (MDR) ที่สูงถึง 1.5 – 3% ต่อรายการ
【สแกนจ่ายธนาคารกลาง VS โลกของคริปโตและ Stablecoin】ประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในแวดวงการเงินคือ บทบาทของ Stablecoin (เช่น USDT หรือ USDC) ที่ชูจุดขายเรื่องการโอนเงินข้ามพรมแดนแบบเรียลไทม์และค่าธรรมเนียมต่ำ ในความเป็นจริง แม้เทคโนโลยีบล็อกเชนจะทำได้จริง แต่ผู้ใช้งานทั่วไปยังคงเผชิญอุปสรรคทางเทคนิค เช่น ความซับซ้อนในการเปิด Wallet, การเก็บรักษา Seed Phrase, การคำนวณค่า Gas Fee และยังต้องผ่านกระดานเทรด (Exchange) เพื่อแลกกลับมาเป็นเงินสดท้องถิ่น (Fiat) อยู่ดี ในขณะเดียวกัน ระบบ QR ของกลุ่มธนาคารกลางสามารถส่งมอบผลลัพธ์แบบเดียวกัน คือ “เรียลไทม์และต้นทุนต่ำ” แต่ไร้ซึ่งแรงเสียดทานในการใช้งาน เพราะผู้บริโภคเพียงแค่ใช้แอปพลิเคชันเดิมที่ใช้อยู่แล้วทุกวัน
อย่างไรก็ตาม หากมองในมุมกลับ ระบบของธนาคารกลางยังคงมีลักษณะเป็น Closed Loop หรือระบบปิดที่อยู่ภายใต้นโยบายและการกำกับดูแลของรัฐ ซึ่งแตกต่างจากรากฐานของ Crypto ที่เป็นเครือข่ายเปิด (Open-source) และไร้พรมแดนอย่างแท้จริง ทั้งสองระบบจึงมีโครงสร้างคุณค่า (Value Proposition) ที่แตกต่างกัน และอาจตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่คนละบริบทกัน
【อนาคตของภูมิทัศน์การเงินเอเชีย】ผลกระทบเชิงประจักษ์ของการเชื่อมโยงระบบชำระเงินนี้ ทำให้นักเดินทางและ SME ประหยัดต้นทุนได้อย่างมหาศาล และลบความจำเป็นในการพกเงินสดหลายสกุลหรือต้องพึ่งพาบัตรเครดิตที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน (FX Rate)
ในระยะต่อไป ธปท. มีแผนที่จะขยายบริการไปยังตลาดที่มีศักยภาพสูงอย่างญี่ปุ่น ไต้หวัน หรือบางประเทศในยุโรป คำถามที่น่าสนใจสำหรับผู้ติดตามกระแสเศรษฐกิจระดับแมคโครคือ เมื่อระบบการชำระเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐก้าวหน้าไปไกลถึงเพียงนี้ พื้นที่ของโลกคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน (Use Case) จะถูกบีบให้แคบลง หรือจะสามารถวิวัฒนาการไปสู่บทบาทใหม่ที่ระบบการเงินดั้งเดิมยังเข้าไปไม่ถึง? ทิศทางการแข่งขันระหว่างนวัตกรรมของรัฐและเทคโนโลยีทางเลือก จะเป็นตัวกำหนดโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแห่งโลกอนาคตอย่างแน่นอน
ที่มา: น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
*************************************************************************************************



เรื่องน่าอ่าน
ก้าวข้ามพรมแดนการเงินเอเชีย: วิเคราะห์นัยยะ Cross-border QR Payment เมื่อธนาคารกลางเชื่อมโยงระบบชำระเงินข้ามชาติ /โดย: Dr.Force
ปฐมบทแห่ง “ยุทธจักรแบตเตอรี่” เมื่อจีนผงาดเป็นผู้นำด้าน Solid-State Battery สู่การผลิตเชิงพาณิชย์ /โดย: Dr.Force
DSI รวบสาวเมียนมา เครือข่ายเหมืองขุดบิตคอยน์เถื่อน ลอบใช้ไฟหลวงเสียหายหลายล้าน
ปรากฏการณ์ “AI Shock” กับการเปลี่ยนผ่านตลาดแรงงานโลก: บทเรียนจากมหาอำนาจเอเชียสู่ความท้าทายของไทยในยุคสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ /โดย: Dr.Force
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมลงนาม MOU ว่าด้วยการปราบปรามการทุจริตทางทะเบียน และบัตรประชาชน
DSI ฝากขัง “สาวบัญชีม้า” แก๊งปลอมใบขับขี่ ศาลสั่งคัดค้านการประกันตัว
DSI จับ ฟลุ๊คกี้ Liveสด จ.พิษณุโลก ยึดสินค้าแบรนด์ดัง 20,000 ชิ้น
DSI สืบสวนกรณีคลังน้ำมัน 7 จุด ในจังหวัดสระบุรี ขอนแก่น สมุทรสาคร หากพบพยานหลักฐานชัด จะอนุมัติเป็นคดีพิเศษทันที