วานนี้ (วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569) ณ ห้องประชุมบัวหลวง สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับกรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการปราบปรามการทุจริตทางทะเบียน และบัตรประจำตัวประชาชน


การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการป้องกัน ปราบปราม และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง โปร่งใส และเป็นธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษในฐานะหน่วยงานด้านการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนข้อมูล การสืบสวนเชิงลึก และการบังคับใช้กฎหมายในคดีที่มีความซับซ้อน เพื่อขยายผลเครือข่ายการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับระบบทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน สาระสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ ประกอบด้วยการกำหนดกรอบ และแนวทางปฏิบัติในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นระบบ การดำเนินงานร่วมกันภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย อย่างเคร่งครัด


ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนว่ารัฐมีความจริงจังในการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างเป็นระบบและยั่งยืน



ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–





เรื่องน่าอ่าน
“Air to Food“ เมื่ออากาศกลายเป็นมื้ออาหารมหัศจรรย์แห่งไบโอเทคโนโลยี สู่ฮับอาหารแห่งอนาคตของไทยในมุมมองของ ”อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ“
ผักผลไม้จีนบุกตลาดไทย “ถูก-มีทั้งปี” แต่มี “สารตกค้าง” ปัญหาใหญ่ต่อสุขภาพ จี้ติดป้ายแหล่งกำเนิดให้ผู้บริโภคเลือกเอง
เปิดผลตรวจพืชริมแม่น้ำกก พบอย่างน้อย 21 ชนิดปนเปื้อนโลหะหนักเกินมาตรฐาน
ย้ำเหตุเพลิงไหม้โรงเก็บกากอุตสาหกรรม บ.วิน โพรเสสฯ ละเมิดสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีมติให้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ แก้ไขปัญหาด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ที่มาจากการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชาวบ้าน เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569
DSI เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีถือครองที่ดิน และประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 3 จุด
DSI รวบเพิ่มผู้ต้องหาเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับ “นายชนนพัฒฐ์ฯ” และยังเดินหน้าขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ไม่แปลกสังคมคาใจ!!! “อัยการสูงสุด” สั่งไม่ฟ้อง “แทนไท” สวนทาง DSI แสดงหลักฐานจนศาลอนุมัติหมายจับ แถมโดน ปปง.สั่งยึดทรัพย์ 174 ล้าน