
#สรุป เริ่มแล้ว!! ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ใครซื้อรถน้ำมันเครื่องสันดาปหลัง 1 มกราคมนี้ เจอภาษีแพงขึ้น ยิ่งเครื่องใหญ่ ยิ่งปล่อยไอเสียเยอะยิ่งแพง ไม่เกิน 3,000 CC เพิ่ม 13% แต่ถ้าเกินกว่านั้นเจอ 50% ส่วนภาษีรถไฮบริดจาก 12% เหลือ 6% ส่วนภาษี EV จาก 8% เหลือ 2%
การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ที่เริ่มใช้ในวันนี้ 1 มกราคม 2569 เป็นการเปลี่ยนเกณฑ์จากการดูแค่ขนาดเครื่องยนต์ (cc) มาเน้นที่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมากขึ้น โดยผู้ที่จะซื้อรถใหม่หลังวันที่ 1 มกราคม ถ้าเป็นรถสันดาป หรือ รถใช้น้ำมัน ราคาจะพุ่งขึ้นทันที โดยเฉพาะรถเครื่องยนต์ใหญ่ที่ปล่อยมลพิษสูง จะมีราคาสูงขึ้นอย่างชัดเจน อย่างเช่น รถในกลุ่มอีโคคาร์ เครื่องยนต์ไม่เกิน 3,000 ซีซี ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไม่เกิน 100 กรัมต่อกิโลเมตร เดิมเสียภาษี 12% ใหม่จะปรับขึ้นเป็น 13% ส่งผลราคารถยนต์ปรับเพิ่มขึ้นห้าถึงหกพันบาทต่อคัน / แต่ถ้าปล่อยมลพิษสูง อัตราภาษีจะปรับขึ้นเป็นขั้นบันได อย่างกลุ่มรถยนต์หรู / ซูปเปอร์คาร์ เครื่องยนต์มากกว่า 3,000 ซีซี อัตราภาษีจะถูกปรับเพิ่มจากประมาณ 40% เป็น 50% ส่งผลราคาขายจะปรับตัวสูงขึ้นหลักแสน ไปจนถึง 2-3 ล้านบาทเลยทีเดียว
ขณะที่รถอีโคคาร์ ที่แปลงร่างเป็นรถไฮบริด (หลายค่ายลงมาเล่นตลาดนี้) ราคาจะถูกลง เดิมเสียภาษี 12% ใหม่ลดเหลือ 6% ขณะที่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ลดลงจาก 8 % เหลือ 2 % เท่านั้น ยกเว้นรถกระบะพลังงานไฟฟ้า จาก 0 % เพิ่มเป็น 2 % แทน
อย่างไรก็ดี ในส่วนของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แม้อัตราภาษีสรรพสามิตจะถูกลง แต่ต้องไม่ลืมว่า ได้สิ้นสุดมาตรการอีวี 3.0 ที่รัฐสนับสนุนส่วนลดสูงสุด 100,000 บาทไปแล้วเมื่อวานนี้ และเเม่้จะมีมาตรการ 3.5 ออกมารับช่วงต่อ แต่รับสนับสนุนส่วนลด ลดลงด้วย
สำหรับเจ้าของรถเดิม หรือ ที่จดทะเบียนก่อนปี 2569 ไม่ต้องจ่ายภาษีเพิ่ม หรือ ย้อนหลัง ใช้เกณฑ์เดิมที่เคยจดทะเบียนไว้ แต่จะมีผลต่อมูลค่าขายต่อ หรือ ที่เรียกว่ารถมือสอง ราคาจะผันผวน ยิ่งรถรุ่นที่ปล่อยมลพิษสูงมากอาจตกรุ่นเร็วขึ้น และราคาขายต่อตก เนื่องจากตลาดหันไปหาเทคโนโลยีสะอาดตามเกณฑ์ภาษีใหม่
🔵ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ปี 69
1️⃣กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า BEV
🔹การปรับอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ลดลงจาก 8 % เหลือ 2 % เท่านั้น ส่วนรถกระบะพลังงานไฟฟ้าจาก 0 % เพิ่มเป็น 2 % แทน
2️⃣กลุ่มรถ PHEV🔹สำหรับรุ่นที่วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนไม่ต่ำกว่า 80 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง คิดภาษี 5 %
🔹สำหรับรุ่นที่วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนต่ำกว่า 80 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง คิดภาษี 10 %
🔹ใช้เครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร คิด 30 %
3️⃣กลุ่มรถยนต์สันดาป (ICE)
🔹เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร ที่ปล่อย CO2 ไม่เกิน 100 กรัม/กม. คิด 13 %
🔹เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร ที่ปล่อย CO2 เกิน 100 แต่ไม่เกิน 120 กรัม/กม. คิด 22 %
🔹เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร ที่ปล่อย CO2 เกิน 120 แต่ไม่เกิน 150 กรัม/กม. คิด 25 %
🔹เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร ที่ปล่อย CO2 เกิน 150 แต่ไม่เกิน 200 กรัม/กม. คิด 29 %
🔹เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร ที่ปล่อย CO2 เกิน 200 กรัม/กม. คิด 34 %
🔹เครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร (รถยนต์หรู/ซูเปอร์คาร์) คิด 50 % ดูน้อยลง
ที่มา SocialeyesThailand ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
————————————————————————————————————



เรื่องน่าอ่าน
ยุทธศาสตร์ “พิกัดอำนาจ”: เมื่อระบบนำทางดาวเทียมคืออธิปไตยและความอยู่รอดของชาติ
รื้อพรมแดนหนี้สาธารณะ ทะลุเพดาน 75% “กระสุนนัดสุดท้าย” หรือ “ภาระ” ที่ลูกหลานต้องแบกรับ? / โดย: ดร.Force
เมื่อ “กุ้งมังกร” หลุดจากตู้… สัญญาณเตือนถึงคนไม่ปรับตัวในยุค AI /โดย: Dr.Force
ยุทธศาสตร์โลกในยุคเปลี่ยนผ่าน : พลวัตของหนี้ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ในการจัดระเบียบโลกใหม่ /โดย Dr.Force
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับ ม.ธรรมศาสตร์ จัดทำร่างแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2571-2575) เพื่อคุ้มครองประชาชนและชุมชนไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอันมาจากการประกอบธุรกิจ
วาทกรรม “เก็บค่าผ่านทางมะละกา” ไพ่ภูมิรัฐศาสตร์ที่ย้อนแย้ง และ จุดเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ของ “แลนด์บริดจ์ไทย” /โดย น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์
DSI สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ เสนอความเห็นควรฟ้องบริษัทนอมินีต่างชาติ ตั้งเพื่อซื้อขายที่ดินในจังหวัดท่องเที่ยวภาคใต้
“Trump makes China great again” เมื่อความผันผวนของวอชิงตันผลักโลกสู่อ้อมกอดปักกิ่ง /By Dr.Force