การบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ดำเนินการปราบปรามบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด กรณีการเข้าไปบุกรุกขุดดินร่อนแร่ทองคำในพื้นที่อุทยานแห่งชาติอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

527677

      ตามนโยบายนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายราชันย์ บัวตรี เป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้มอบนโยบายเน้นย้ำให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการบุกรุกพื้นที่ ทำไม้และล่าสัตว์ป่า และให้เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนเพื่อพิทักษ์ผืนป่าอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกรณีการเข้าไปบุกรุกขุดดินร่อนแร่ทองคำในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ให้บูรณาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ดำเนินการปราบปรามบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

              อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ขอรายงานสถานการณ์เด่นประจำวันที่ 1 มกราคม 2569 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

              ในระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 1 มกราคม 2569 คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งอำเภอทองผาภูมิ ที่ 329/2567 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบขุดดินเพื่อร่อนหาแร่ทองคำในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ ภายใต้การอำนวยการโดยนายอำเภอทองผาภูมิ พ.อ.พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผบ.ฉก.ลาดหญ้า พ.อ.ปิยะเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์ รอง.ผบ.ฉก.ลาดหญ้า ร.ต.วัฒนา แซ่ก๊วย ผบ.มว.ลว.ฉก.ลาดหญ้า และนายยุทธพงค์ ดำศรีสุข นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ประกอบด้วย

527678

              เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแห่งชาติทองผาภูมิ นำโดยนายพีรพัฒน์ แก้วดำรงค์ พนักงานราชการ ตำแหน่ง พนักงานพิทักษ์ป่า หัวหน้าสายตรวจปราบปรามส่วนกลางฯ และหัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทภ.8 (เขาเย็น) และเจ้าหน้าที่จุดสกัดป่าหมาก-ยาพู ร่วมออกปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ในพื้นที่ป่าปิล๊อกคี่ หมู่ที่ 4 ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ซึ่งในบริเวณป่าอันเป็นพื้นที่แปลงคดีที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ได้ตรวจยึดและจับกุมผู้กระทำความผิดกรณีมีกลุ่มบุคคลแอบลักลอบเข้าไปบุกรุกแผ้วถางป่าใหม่ เพื่อขุดดินเพื่อร่อนหาแร่ทองคำ ซึ่งอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ได้ดำเนินการตรวจยึดพื้นที่บุกรุกแปลงดังกล่าว เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี พื้นที่ตรวจยึดเนื้อที่ 13-3-68 ไร่ คิดมูลค่าความเสียหายของรัฐเป็นเงินจำนวน 756,307 บาท ตาม ปจว.ข้อ 1 เวลา 14.50 ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 เลขรับคำแจ้งความที่23/2568 ซึ่งการกระทำดังกล่าว  เกิดจากกลุ่มบุคคลที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายแอบลักลอบเข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าและขุดดินหาแร่ทองคำอันเกิด ความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นป่าต้นน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการวางแผนจับกุมผู้กระทำความผิดที่แอบลักลอบเข้าไปบุกรุกพื้นที่ดังกล่าวโดยการติดตั้งกล้องวงจรปิด ซึ่งสามารถส่งสัญญาณแจ้งเตือนกรณีพบบุคคลเข้าไปในแปลงดังกล่าว ทั้งในช่วงเวลากลางวันและเวลากลางคืน โดยในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ทั้งในช่วงเวลากลางวันและเวลากลางคืน คณะเจ้าหน้าที่ได้รับสัญญาณแจ้งเตือนผ่านกล้องวงจรปิด พบกลุ่มบุคคลประมาณ 5 – 10 คน เดินเข้าไปและเดินออกมาจากพื้นที่แปลงบุกรุกดังกล่าว โดยขนดินร่อนแร่ออกจากแปลงดังกล่าว คณะเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังออกลาดตระเวน ซึ่งจะเข้าสู่แปลงตรวจยึดที่มีการบุกรุกดังกล่าว ในวันที่ 31 มกราคม 2568 ขณะนั้นเวลา 13.20 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้เดินทางถึงแปลงคดีและได้วางแผนดักซุ่ม เพื่อจับกุมกลุ่มบุคคลที่เข้ามาแอบบุกรุกแผ้วถางป่า ขุดดินเพื่อร่อนหาแร่ทองคำ จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. คณะเจ้าหน้าที่พบบุคคลชาย จำนวน 2 คน เดินมายังจุดดักซุ่ม บริเวณพิกัดที่ 47 P 426676 E 1640212 N (WGS 1984) คณะเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ สั่งให้บุคคลดังกล่าวหยุด โดยได้ตะโกนแจ้งว่า “หยุดเจ้าหน้าที่อุทยาน” แต่เมื่อบุคคลทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่ จึงได้ดำเนินการวิ่งติดตามบุคคลดังกล่าวสามารถจับกุมได้ 1 คน และมีผู้กระทำผิดอีก 1คน ได้อาศัยความชำนาญของพื้นที่วิ่งหลบหนี ซึ่งเป็นป่ารกทึบ ภูเขาสูง เจ้าหน้าที่ได้วิ่งติดตามแล้วแต่ไม่สามารถติดตามตัวมาได้ คณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด ผลการตรวจสอบปรากฏ ดังนี้
                  1) เจ้าหน้าที่สอบถามบุคคลชายดังกล่าว ทราบชื่อภายหลัง คือ นายต้น ไม่มีนามสกุล เป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนบุคคลตามยุทธศาสตร์ (กลุ่มชาติพันธุ์ตกสำรวจ) หมายเลขบัตร 0-7107-89063-87-8 อายุ 42 ปี สัญชาติพม่าอาศัยอยู่บ้านปรังกาสี บ้านเลขที่ 15/18 หมู่ที่ 3 ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

527672

                  2) คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจสอบบริเวณจุดที่พบบุคคลดังกล่าว ตรวจพบอุปกรณ์ของกลางที่มีไว้หรือได้ใช้ในการกระทำผิด สำหรับขุดดินเพื่อร่อนหาแร่ทองคำจำนวน 3 รายการ ประกอบด้วย 1. มีดเหน็บ จำนวน 1 ด้าม  2. ไฟฉาย จำนวน 2 อัน  3. กระเป๋ากันน้ำสะพายข้างสีเทา จำนวน 1 ใบ

527671

                 3) คณะเจ้าหน้าที่ได้สอบถามกลุ่มนายต้น ไม่มีนามสกุล ว่าทราบหรือไม่ ว่าบริเวณดังกล่าวอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ และห้ามบุคคลเข้าไปบุกรุกป่าขุดดินเพื่อร่อนหาแร่ทองคำ โดยนายต้น ไม่มีนามสกุล ให้ถ้อยคำว่าตนทราบเป็นอย่างดีว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ พวกตนได้ยินคนในหมู่บ้านพูดปากต่อปากว่า ถ้าลักลอบเข้าไปในแปลงคดีดังกล่าวจะสามารถนำดินมาร่อนหาแร่ทองคำและนำไปขายได้เงินเป็นจำนวนมากและด้วยราคาทองที่สูงขึ้น ทำให้พวกตนแอบลักลอบเข้ามาขุดดินหาแร่ทองคำ และได้กล่าวต่อว่าตนได้เข้าไปในแปลงคดี 4-5 ครั้ง แต่ไม่เคยถูกจับแล้วนำแร่ทองคำไปขายให้ร้านค้าในหมู่บ้านปิล๊อกคี่ได้เงินจากการขายแร่ทองคำประมาณ 70,000 บาท ซึ่งพวกตนจะเข้าไปขุดดินในแปลงเดิมเพื่อขนแร่ออกจากพื้นที่แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบเสียก่อน

527673

               โดยกระทำดังกล่าวข้างต้นเป็นการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ดังนี้
               1. ฐาน “ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 และมาตรา 72 ตรี ประกอบมาตรา 55
               2. ฐาน “ยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติและก่อให้เกิดความเสียหายแก่ต้นน้ำลำธารโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 และมาตรา 31 วรรคสอง (3)
               3. ฐาน “ยึดถือหรือครอบครองที่ดิน รวมตลอดก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิม ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามความในมาตรา 19(1) ประกอบมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562
              4. ฐาน “เก็บหา กระทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพซึ่ง ดิน หิน กรวด ทราย แร่ หรือทรัพยากรอื่น หรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ความในมาตรา 19 (2) และมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562
              5. ฐาน “เข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามความในมาตรา 19 (6) และมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562
              จึงจัดทำบันทึกเรื่องราวพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องนำตัวผู้กระทำผิดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดที่หลบหนีเพื่อดำเนินตามกฎหมายต่อไป

527670 527669

              เหตุเกิดเมื่อวันที่ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 20.30 น. ที่บริเวณป่าปิล๊อกคี่ หมู่ที่ 4 ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาช้างเผือก ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ พิกัดที่ 47 P 0426676 E 1640212 N (WGS 1984)  นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข
นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ รายงาน

527675 527674 527676

ที่มา SocialeyesThailand  เรียบเรียงโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา

——————————————————————————————————————————–

เรื่องน่าอ่าน