เมื่อวันพุธที่ 10 กันยายน 2568 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 52/2563 เกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “ดีคอนแทค” และ “ดีคอนแทคพลัส” ต่อสำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด หลังพบพฤติการณ์อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง หลอกลวงประชาชน โดยแยกส่งดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ 5-21
คดีพิเศษดังกล่าวเริ่มจากการที่ ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ได้ร้องเรียนตั้งแต่ปี 2563 หลังพบว่ามีการโฆษณาผ่าน YouTube Facebook และเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยนำชื่อและรูปของจักษุแพทย์ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โฆษณาดังกล่าวอ้างว่าอาหารเสริมชื่อ “ดีคอนแทค” สามารถรักษาโรคตาได้ เช่น ต้อลม ต้อเนื้อ ต้อกระจก วุ้นในตาเสื่อม และเบาหวานขึ้นตา มีการโพสต์ทั้งข้อความและภาพบุคคลที่กล่าวว่ากินแล้วอาการดีขึ้น เช่น ตาแดง แสบตา ปวดตา หรือวุ้นในตาเสื่อม แต่ในความจริง “ดีคอนแทค” เป็นเพียงอาหารเสริม ไม่ใช่ยา จึงไม่สามารถรักษาโรคตาได้ตามที่โฆษณาอ้าง ผลการสอบสวนสรุปว่ามีผู้ต้องหาทั้งหมด 21 ราย แบ่งเป็นนิติบุคคล 2 ราย และบุคคลธรรมดา 19 ราย ขณะนี้ผู้ต้องหา 18 ราย เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว
แต่ไม่ได้ถูกควบคุมตัว ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 1 ราย กรมสอบสวนคดีพิเศษได้จับกุมตามหมายจับศาลอาญาได้แล้ว โดยคดีพิเศษนี้ ผู้ต้องหาที่ 1 ถึงผู้ต้องหาที่ 4 อยู่ระหว่างการดำเนินคดีของ พนักงานอัยการ สำนักงานคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ สำหรับผู้ต้องหาที่ 5 ถึงผู้ต้องหาที่ 21 ได้แยกสำนวนการสอบสวนส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ในวันนี้ อนึ่ง จากกรณีเดียวกัน กรมสอบสวนคดีพิเศษได้แยกสำนวนออกเป็น 2 คดี ได้แก่ คดีพิเศษที่ 52/2563 กรณี ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ร้องเรียนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อดี-คอนแทค ดี-คอนแทค พลัส มีพฤติการณ์อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงผ่านทางเว็บไซต์ และคดีพิเศษที่ 53/2563 กรณี ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทยร้องเรียนผลิตภัณฑ์เสริมยี่ห้อไซตา หรือไซตาพลัส มีพฤติการณ์อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงผ่านทางเว็บไซต์ ต่อมาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ให้จำคุกและปรับผู้ต้องหาแล้ว
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนยันจะดำเนินคดีอย่างจริงจังเพื่อปกป้องสิทธิของประชาชน เตือนอย่าหลงเชื่อการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ หากประชาชนพบเบาะแสสามารถแจ้งสายด่วน DSI โทร. 1202
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ เรียบเรียงโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–





เรื่องน่าอ่าน
พลวัตของอัตราแลกเปลี่ยนเยน-ดอลลาร์ และความเปราะบางของระบบการเงินสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ สก็อตต์ เบสเซนต์ /โดย: ดร.Force
ดีเอสไอ จัดประชุมเครือข่ายระดมผลิตชิ้นงานเชิงป้องกันภัยไซเบอร์
1,700 ล้านบาทกับฟุตบอลโลก 2026 ถึงเวลา “ตื่น” จากประชานิยมดูฟรี สู่โลกแห่งความเป็นจริง /โดย: Dr.Force
นัยทางภูมิรัฐศาสตร์และเจตนารมณ์ทางยุทธศาสตร์ผ่านสุนทรพจน์ของผู้นำสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐประชาชนจีน : ผลกระทบต่อระเบียบโลกและข้อเสนอแนะต่อความมั่นคงแห่งชาติของประเทศไทย /โดย ดร.Force
DSI ร่วม ตม.1 จับแม่เล้าหลอกชาวแทนซาเนียด้วยกันค้ากาม อ้างไสยศาสตร์มนต์ดำ
ยุติธรรม ดีเอสไอ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปปง. ถกวงใหญ่กับสภาทนายความ สภาวิชาชีพบัญชี ปิดช่องจดทะเบียนนอมินีต่างชาติ
DSI รวบผู้ต้องหาฟอกเงิน Forex-3D คาหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังพ้นโทษคดีอื่น ฝากขังต่อศาลอาญา
ยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนเพื่อความมั่นคงแห่งชาติในยุคภูมิรัฐศาสตร์เทคโนโลยี: บทเรียนจากการปรับโครงสร้างอุดมศึกษาจีนและข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับไทย /โดย: Dr.Force