วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2568 ) เวลาประมาณ 09.05 น. ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้จับกุม นางสาวพัชรีวรรณ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1803/2568 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2568
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป และร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปหรือโดยสมาชิกขององค์กรอาชญากรรมกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ฯ ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติฯ ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือ จำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่น ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และร่วมกันใช้อุบาย หลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธี ข่มขืนใจด้วยประการอื่นใดพาหรือส่งคนออกไปนอกราชอาณาจักร” โดยเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้ที่ โถงอาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคารเอ) ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานครทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญารวมถึงแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และได้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว (ปท.1) ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ให้ผู้ต้องหาได้รับทราบแล้ว และควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งมอบตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบสำนวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 60/2566 ของกองคดีการค้ามนุษย์ โดยนางสาวพัชรีวรรณฯ มีพฤติการณ์ เป็นหัวหน้าคนไทยร่วมกับผู้ต้องหาที่เป็นนายหน้าอีก 13 ราย หลอกผู้เสียหายว่าจะให้ไปทำงานเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่การตลาดเพื่อชักชวนบุคคลที่สนใจร่วมลงทุนในบิตคอยน์ที่ประเทศฟิลิปปินส์ แต่เมื่อไปทำงานกลับถูกบังคับให้หลอกลวงบุคคลอื่นโดยวิธีการการชักชวนให้โอนเงินมาลงทุนแต่ไม่มีการดำเนินการจริง (สแกมเมอร์) หากไม่ทำงานหรือทำงานไม่ได้ตามยอดที่ตั้งไว้จะถูกนายจ้างทำร้ายร่างกาย ซึ่งนางสาวพัชรีวรรณฯ ที่มีหน้าที่ใน การบังคับและคอยควบคุมผู้เสียหายให้ทำงานเป็นสแกมเมอร์
ทั้งนี้ การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ เป็นไปตามข้อสั่งการของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงการบังคับบัญชาจัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับเพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป
ที่มา PR กรมสอบสวนคดีพิเศษ เรียบเรียงโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
——————————————————————————————————————————–



เรื่องน่าอ่าน
พลวัตของอัตราแลกเปลี่ยนเยน-ดอลลาร์ และความเปราะบางของระบบการเงินสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ สก็อตต์ เบสเซนต์ /โดย: ดร.Force
ดีเอสไอ จัดประชุมเครือข่ายระดมผลิตชิ้นงานเชิงป้องกันภัยไซเบอร์
1,700 ล้านบาทกับฟุตบอลโลก 2026 ถึงเวลา “ตื่น” จากประชานิยมดูฟรี สู่โลกแห่งความเป็นจริง /โดย: Dr.Force
นัยทางภูมิรัฐศาสตร์และเจตนารมณ์ทางยุทธศาสตร์ผ่านสุนทรพจน์ของผู้นำสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐประชาชนจีน : ผลกระทบต่อระเบียบโลกและข้อเสนอแนะต่อความมั่นคงแห่งชาติของประเทศไทย /โดย ดร.Force
DSI ร่วม ตม.1 จับแม่เล้าหลอกชาวแทนซาเนียด้วยกันค้ากาม อ้างไสยศาสตร์มนต์ดำ
ยุติธรรม ดีเอสไอ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปปง. ถกวงใหญ่กับสภาทนายความ สภาวิชาชีพบัญชี ปิดช่องจดทะเบียนนอมินีต่างชาติ
DSI รวบผู้ต้องหาฟอกเงิน Forex-3D คาหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังพ้นโทษคดีอื่น ฝากขังต่อศาลอาญา
ยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนเพื่อความมั่นคงแห่งชาติในยุคภูมิรัฐศาสตร์เทคโนโลยี: บทเรียนจากการปรับโครงสร้างอุดมศึกษาจีนและข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับไทย /โดย: Dr.Force