“ไตรยฤทธิ์”อธิบดีดีเอสไอป้ายแดง แถลงนโยบายปี 65
“มิติใหม่แห่งการสอบสวนคดีพิเศษ” เน้น 7 คดีหลักเร่งทำให้สำเร็จ
ยันขับเคลื่อนตามหลักนิติธรรมให้ความเป็นธรรมต่อสังคม
เชื่อเข้าขาข้าราชการเติมเต็มศักยภาพทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีการจัดงานแถลงนโยบายกรมสอบสวนคดีพิเศษปี 2565 “มิติใหม่แห่งการสอบสวนคดีพิเศษ” โดยนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และผู้บริหารเข้าร่วมงาน
นายไตรยฤทธิ์ กล่าวว่า วันนี้ตนได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตนจึงขอสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชน นับตั้งแต่วันนี้เราจะเร่งดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมาขึ้น ภายใต้การนำของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ตามนโยบายยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาล เราจะเร่งรัด 7 คดีที่เป็นเป้าหมายพิเศษ คือ 1.คดีรถหรู ที่ยังค้างอยู่ 1,428 คัน มูลค่า 9,800 ล้านบาท 2.คดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ที่เราจะเน้นการยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติด 3.ขบวนการฉ้อค่าภาษีรัฐหรือการค้าของเถื่อน ยังค้าง 6 คดี มูลค่า178,000 ล้านบาท 4.คดีเวปไซต์พนันออนไลน์ ที่แพร่ระบาดจำนวนมาก มูลค่าความเสียหาย 900,000 ล้านบาท 5.คดีการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ให้คนไทยถือกรรมสิทธิ์แทน โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวค้างอยู่ 12 คดี มูลค่า 46,000 ล้านบาท 6.การฮั้วประมูล การจัดซื้อจัดจ้าง ค้างอยู่ 3 คดี มูลค่า 7,000 ล้านบาท และ 7.การบุกรุกพื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติ นี่คือสิ่งที่เราจะเร่งรัดเพราะมูลค่าความเสียหายมากมายเหลือเกิน
นายไตรยฤทธิ์ ยังกล่าวว่า การขับเคลื่อนงานด้านคดีพิเศษในทุกเรื่องมีกระบวนงานที่ขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ ตามระเบียบกรมสอบสวนคดีพิเศษว่าด้วยการบริหารงานคดีพิเศษ อย่างชัดเจน มีกระบวนงานควบคุม ตรวจสอบ และเร่งรัดให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้อย่างมาตรฐานในการควบคุม กำกับดูแล มีท่านรองอธิบดีซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์การทำงานสูง เป็นผู้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนงานให้สำเร็จ ลุล่วงไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในฐานะอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษที่มีความรับผิดชอบฐานะพนักงานสอบสวน ผู้รับผิดชอบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ขอยืนยันว่าในทุกคดีพิเศษของกรมสอบสวนคดีพิเศษจะอยู่บนพื้นฐานของพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ทุกคดีถือว่ามีความสำคัญและจะต้องขับเคลื่อนไปตามหลักนิติธรรม ขอยืนยันจะใช้หลักนิติธรรมมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรม เป็นความกล้าในการดำเนินคดีพิเศษอย่างเป็นมาตรฐานในทุกคดี ที่อยู่ในความรับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นคดีใดก็ตาม
นายไตรยฤทธิ์ กล่าวอีกว่า เรื่องการบังคับสูญหายและทรมาน ทราบเบื้องตันว่ามีเรื่องที่อยู่ระหว่างการสืบสวน 2 เรื่องจะได้เข้าไปตรวจสอบและติดตามการดำเนินการต่อไป สำหรับร่างกฎหมายอยู่ระหว่างการดำเนินการของฝ่ายนิติบัญญัติตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย แนวทางในการปฏิบัติงานเรื่องนี้ ต้องขอเรียนว่ากรณีการบังคับให้สูญหายและทรมาน เป็นเรื่องที่สำคัญการดำเนินการสืบสวนสอบสวน ต้องมีการบูรณาการกับทุกภาคส่วนในการแสวงหาพยานหลักฐาน และให้ความสำคัญกับพยานหลักฐาน โดยจะนำหลักนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ในการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานในคดีพิเศษให้มีความมั่นคง โปร่งใส เชื่อถือได้ รวมทั้งการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในการสืบสวนสอบสวนคดีพิศษให้เกิดประสิทธิภาพ หลังจากที่เข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นลำดับต้นๆ โดยจะสร้างหน่วยนวัติกรรมทางเทคโนโลยี ขึ้นมาสืบสวนสอบสวน ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างจริงจัง
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า กรณีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิดตามกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน ป.ป.ช. กรมสอบสวนคดีพิเศษในฐานะหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจะได้ร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ช. ในการดำเนินการกรณีดังกล่าวให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นส่วนราชการ สังกัดกระทรวงยุติธรรม ถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการป้องกัน ปราบปราม อาชญากรรมพิเศษตามหน้าที่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และคนอาจจะมองว่าเราเป็นเครื่องมือของรัฐบาล ในฐานะอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เราจะนำมาตรฐานสากลตามเกณฑ์หลักนิติธรรมขององค์การสหประชาชาติ มาเป็นมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านคดีพิเศษ ในทุกคดีพิเศษของกรมสอบสวนคดีพิเศษจะอยู่บนพื้นฐานของพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ทุกคดีถือว่ามีความสำคัญและจะต้องขับเคลื่อนไปตามหลักนิติธรรม จึงขอยืนยันจะใช้หลักนิติธรรม มาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมเป็นความกล้าในการดำเนินคดีพิเศษอย่างเป็นมาตรฐานในทุกคดี ที่อยู่ในความรับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นคดีใดก็ตาม
“หลายคนอาจมองว่าดีเอสไอเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2 แต่เรามีความเป็นสหวิชาชีพ มีข้าราชการที่มีที่มาแตกต่างกันรวมทั้งข้าราชการตำรวจ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หลากหลาย เป็นสหวิทยาการ ที่นำมาบูรณาการการทำงานคดีพิเศษได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตนเคยเป็นนายแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ ประกอบกับได้รับราชการในดีเอสไอมาก่อนในตำแหน่งรองอธิบดี และมีโอกาสได้รักษาการในตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีโอกาสร่วมงานกับท่านผู้บริหารที่มาจากตำรวจมาระยะหนึ่ง ถือว่าสามารถสอดคล้องส่งเสริมเติมเต็มศักยภาพของกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เป็นอย่างดียิ่ง นอกจากนี้เราเพิ่มอุปกรณ์ต่างๆที่ทันสมัยและพัฒนาบุคคลากร จึงไม่รู้สึกกังวลแต่อย่างใด เหมือนได้กลับบ้านมากกว่า เชื่อว่าเราจะทำได้สำเร็จ ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจ”นายไตรยฤทธิ์ กล่าว


เรื่องน่าอ่าน
อย่าเข้าใจผิด ! รถน้ำท่วม ไม่ได้แปลว่าหยุดผ่อนเองได้ ระวังเสียประวัติ | Money Buffalo
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานใบประกาศผลรางวัลชนะเลิศการแข่งขันฯ คืนแก่นางสาวรัตติกานต์ อำลอย เพื่อเป็นที่ระลึกและเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลสืบไป
DSI ผนึกกำลังจังหวัดราชบุรี ช่วยเหลือถึงประชาชนผู้ประสบอุทกภัย มอบถุงยังชีพ 600 ชุด ข้าวกล่อง 500 กล่อง
DSI ขยายผล “ปฏิบัติการยุทธรัฐ” ตรวจสอบนอมินีและประเด็นการแปลงสัญชาติ ส่งหลักฐานให้กรมการปกครองดำเนินการตามกฎหมาย
คณะอนุกรรมการฯ ไซเบอร์ ร่วม คณะทำงานฯ ยาเสพติด เดินหน้าขยายผล ยึดทรัพย์เครือข่าย SCAMMER – ยาเสพติด – ฟอกเงิน
นายกฯ ขอโฟกัสชุมชนลำบาก เร่งวางแผนกำจัดขยะ อย่าปล่อยกีดขวางทางน้ำ ชี้ 3 เดือนหลัง ต.ค. – ธ.ค. น้ำยังมากประมาทไม่ได้ กำชับผู้ว่าฯภาคใต้ เตรียมรับมือทุกด้าน
🏆 AIAT คว้ารางวัล ASOCIO Digital & AI Award 2026 สาขา AI in Workforce & Future Skills ตอกย้ำบทบาทพัฒนากำลังคน AI แห่งอนาคต ✨
DSI จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นตำรวจ หลอกเหยื่อพัวพันคดีฟอกเงิน รายเดียวสูญเงินกว่า 7.5 ล้านบาท