“ลาซาด้า” สำรวจพฤติกรรมนักช็อปหลังโควิด เผยคนไทย 43%
ค้นหาสินค้าจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ 74% ช็อปออนไลน์เดือนละครั้ง 25% ช็อปทุกสัปดาห์ เปิดโอกาสแบรนด์-ผู้ขายปรับกลยุทธ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
วันที่ 17 ตุลาคม 2565 ลาซาด้า แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เปิดเผยว่า ข้อมูลเชิงลึกจากผลสำรวจล่าสุด “Transforming Southeast Asia: From Discovery to Delivery: พลิกโฉมการช็อปปิ้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการค้นหาสู่การจัดส่ง” ที่ลาซาด้า ร่วมกับ Synagie และ GroupM ชี้ให้เห็นว่าอีคอมเมิร์ซมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการตัดสินใจซื้อของนักช็อป นับตั้งแต่การค้นหาไปจนถึงได้รับสินค้า ทั้งจำนวนผู้ใช้อีคอมเมิร์ซในประเทศไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มเป็น 43.5 ล้านคน ภายในปี 2568 โดยในช่วง 7 เดือนแรกที่ผ่านมา การเติบโตของจำนวนร้านค้าและผู้ขายบนลาซาด้าเพิ่มขึ้นถึง 41% และ 91% ของนักช็อปไทยใช้ฟังก์ชั่นค้นหาเพื่อหาสินค้าบนลาซาด้า และ 92% ตัดสินใจซื้อสินค้าที่พบจากฟังก์ชั่นดังกล่าว
การสำรวจดังกล่าวเก็บข้อมูลจากนักช็อปในประเทศไทย 2,923 คน และนำมาประกอบกับข้อมูลการสำรวจเชิงปริมาณอื่น ๆ รวมถึงแหล่งข้อมูลในตลาดที่เชื่อถือได้และข้อมูลผู้บริโภค ที่ลาซาด้าสัมภาษณ์เชิงลึก เพื่อชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมการใช้งานอีคอมเมิร์ซ ตลอดจนรูปแบบการตัดสินใจซื้อ และแรงจูงใจ รวมถึงความคาดหวังที่มีต่อการตัดสินใจซื้อ
โดยผลการสำรวจระบุว่า แม้จะก้าวเข้าสู่ยุคหลังโควิด แต่คนไทยกว่า 74% ยังคงซื้อสินค้าออนไลน์ต่อเนื่องอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และ 25% ซื้อหลายครั้งต่อสัปดาห์ เนื่องจากชื่นชอบความสะดวกสบาย จนทำให้ใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง
ดร.วีระพงศ์ โก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า จากสถิติคนไทยเข้าถึงอีคอมเมิร์ซมากถึง 56% ในปี 2565 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 61.8% ในปี 2568 ทำให้แบรนด์และผู้ประกอบการจำนวนมากได้ปรับตัวและเข้ามาสร้างธุรกิจในช่องทางนี้ เห็นได้จากในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ที่มีจำนวนร้านค้าและผู้ขายบนลาซาด้าเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 41% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้ขายมีต่อลาซาด้าในฐานะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มีการพัฒนารอบด้าน เพื่อมอบประสบการณ์ช็อปปิ้งที่แตกต่างและราบรื่นที่สุดให้แบรนด์ ผู้ขาย และนักช็อป
ผลสำรวจดังกล่าวยังพบอีกว่า แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในช่องทางการค้นหายอดนิยมของนักช็อปไทย เช่นเดียวกับโซเชียลมีเดีย และเสิร์ชเอ็นจิ้น โดยผู้บริโภคในไทย 43% ค้นหาสินค้าที่ต้องการจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมากกว่าเสิร์ชเอ็นจิ้น ซึ่งมีความนิยม 42% เป็นรองเพียงโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยม 50%
สิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของเครื่องมือค้นหาบนลาซาด้าต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค เห็นได้จากผลการสำรวจที่ระบุว่านักช็อปไทยถึง 91% ค้นหาสิ่งที่ต้องการบนแพลตฟอร์มลาซาด้าโดยตรง และ 85% ค้นพบผลลัพธ์ที่ต้องการ ส่วน 92% ซื้อสินค้าจากผลการค้นหาดังกล่าว ที่สำคัญนักช็อปไทย 58% ยังคลิกดูสินค้าที่แสดงขึ้นมาเป็นลำดับแรก เนื่องจากเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ค้นหามากที่สุด
“ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าเส้นทางการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคยุคปัจจุบันมีความหลากหลาย และไม่จำกัดเฉพาะช่องทางใดช่องทางหนึ่ง แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่างลาซาด้าได้ก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในช่องทางค้นหาที่สำคัญ เทียบเท่าโซเชียลมีเดียและเสิร์ชเอ็นจิ้น เนื่องจากการใช้งานที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดหลังโควิด-19
ไม่เพียงเท่านั้น การตัดสินใจซื้อของคนไทยกว่า 50% ไม่ได้เกิดจากการวางแผนล่วงหน้า แต่มาจากการแนะนำของพนักงานขายในร้านค้า หรือการค้นหาคีย์เวิร์ดที่นึกถึงในขณะนั้น ดังนั้น ในขั้นตอนการค้นหาข้อมูลของผู้ซื้อจึงมีความสำคัญอย่างมาก แบรนด์จึงไม่เพียงต้องนำเสนอสินค้าที่ตรงใจลูกค้าเท่านั้น แต่ยังต้องเข้าหาผู้ซื้ออย่างถูกที่และถูกเวลาอีกด้วย
ดร.วีระพงศ์กล่าวเสริมว่า ผลสำรวจดังกล่าวทำให้ลาซาด้าทราบถึงความท้าทายที่แบรนด์และผู้ขายกำลังเผชิญ เพื่อนำมาใช้พัฒนาเครื่องมือและโซลูชั่นที่พร้อมสนับสนุนการเติบโตให้กับธุรกิจ
“เรามีระบบหลังบ้านที่แข็งแกร่ง โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีจากระบบคลาวด์ของอาลีบาบา ทำให้นำบิ๊กดาต้าและข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค รวมถึงเทคโนโลยี Augmented Reality มาช่วยให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ขายเลือกเครื่องมือที่มีอยู่ สร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการซื้อได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มยอดขาย และมอบประสบการณ์ให้ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น”
ผลสำรวจยังนำเสนอวิธีการที่แบรนด์และผู้ขายสามารถนำไปประยุกต์เพื่อเชื่อมโยงไปสู่ความสำเร็จ ได้แก่
แบรนด์ ผู้ขาย รวมถึงเอเยนซี่ ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือ Sponsored Discovery ของลาซาด้า ที่ช่วยจับคู่สินค้าแนะนำกับนักช็อปที่สนใจ เป็นการผสมผสานทั้งการโปรโมตผ่านคำค้นหาแนะนำ และสินค้าแนะนำในหนึ่งเดียว รวมทั้งมีการประมูลเพื่อให้แสดงผลลัพธ์ขึ้นเป็นลำดับแรก เพิ่มการมองเห็น โดยพบว่าผู้ขายที่ใช้เครื่องมือ Sponsored Discovery และสินค้าขึ้นไปอยู่ในผลการค้นหาแรก มียอด Traffic ไปยังร้านค้ามากกว่าผู้ขายที่ไม่ได้ใช้ถึง 2 เท่าตัว รวมทั้งยอดขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 6 เท่าตัว
แบรนด์และร้านค้าควรให้ความสำคัญและลงทุนในปัจจัยที่กระตุ้นการตัดสินใจซื้อของนักช็อป หากเป็นแบรนด์และผู้ขายใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก ควรเน้นเรื่องการพัฒนาคะแนนเรตติ้งและรีวิวจากผู้ใช้จริง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและกระตุ้นให้นักช็อปเพิ่มสินค้าลงในตะกร้า
CR. ประชาติธุกิจ




เรื่องน่าอ่าน
DSI ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการฯ เร่งปราบอาชญากรรมเทคโนโลยีข้ามชาติ ขยายผลเส้นทางการเงิน ใช้ AI หนุนการทำงาน
สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดนนทบุรี ร่วมพิธีเปิดงาน Thai SME GP (SME BIG MOVE)
สำนักงาน ก.พ.ร. เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน มอบ “รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569” เช็ดชูเกียรติหน่วยงานรัฐขับเคลื่อนนวัตกรรมและ AI ภายใต้แนวคิด “CHANGE for a Better Future เปลี่ยน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า”
DSI ยกระดับความร่วมมือ HSI สหรัฐฯ ผนึกกำลังปราบปรามสแกมเมอร์ อาชญากรรมไซเบอร์ และการค้ามนุษย์ข้ามชาติ
ด่วน!!! เหตุยิงในโรงเรียนอนุบาลที่ จ.ชลบุรี สกู๊ปพิเศษ: กระสุนแห่งความหึงหวง พังทลายเซฟโซนเด็กอนุบาล—เมื่อ ‘อาวุธหลวง’ กลายเป็นเครื่องมือปลิดชีพครูในรั้วโรงเรียน
ต่อนี้ประชาชนต้องที่จอดในบ้านเท่านั้น….,.️เห็นด้วย บางคนมีที่จอดรถ เอาที่จอดวางโต๊ะเก้าอี้ไว้หน้าบ้าน แต่เอารถไปจอดข้างรั้ว ล่าสุดศาลตัดสินแล้ว จอดรถหน้าบ้านตัวเองก็ผิด เจ้าของบ้านแพ้คดี
ติดอาวุธทางปัญญา!!! สอบสวนกลาง เปิดศูนย์ติวเข้มรุ่นใหญ่ รู้ทันกลโกง “แก๊งคอลเซนเตอร์”
DSI ส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษ กรณีกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรมยาเสพติดข้ามชาติลำเลียงเฮโรอีน ซุกซ่อนในพัสดุภัณฑ์ส่งเครือข่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล