

ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (LAAB) ยี่ห้อ Evusheld พัฒนาโดยบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 อายุ 105 ปี ด้วยภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (Long Acting Antibody: LAAB) จนหายจากภาวะโควิด แม้ไม่เคยมีประวัติได้รับวัคซีนมาก่อน ล่าสุด สธ. เปิดเผยว่า ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป ได้รับการขึ้นทะเบียนเพื่อใช้รักษาในญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปแล้ว ส่วนประเทศไทยอยู่ระหว่างยื่นเอกสารขอขึ้นทะเบียนรักษาในไทย เพิ่มจากการป้องกันก่อนติดเชื้อ
ในประเทศไทย สธ. ได้เริ่มนำภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (LAAB) ยี่ห้อ Evusheld ฉีดให้กลุ่มผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำและร่างกายไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ด้วยวัคซีน เพื่อปกป้องกลุ่มเปราะบางก่อนการสัมผัสเชื้อ ไปแล้วกว่า 3,400 ราย โดยมีการฉีดครั้งแรกให้กับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ได้รับการฟอกไต ที่สถาบันบำราศนราดูร เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2565 และส่งไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 18 ก.ย. นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า ผู้ป่วยรายดังกล่าวมาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งเมื่อต้นเดือน ก.ย. โดยมีอาการไข้สูง มีเสมหะ ค่าออกซิเจนในเลือดต่ำ และต่อมามีปอดติดเชื้อแบคทีเรีย ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสในวันแรก แต่เนื่องจากมีอายุมากเสี่ยงต่อการเสียชีวิต แพทย์จึงพิจารณาให้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (LAAB) แก่ผู้ป่วยด้วยในวันที่ 4 ก.ย. ร่วมกับยาปฏิชีวนะ
นพ. โอภาสระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย. อาการผู้ป่วยค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ อาการปอดติดเชื้อน้อยลง ไข้ลง ค่าออกซิเจนในเลือดกลับมาปกติ และผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้วันที่ 14 ก.ย. รวมระยะเวลาที่ใช้รักษาน้อยกว่า 2 สัปดาห์ โดยการให้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป น่าจะมีผลดีในการรักษาผู้ป่วยสูงอายุกลุ่มเสี่ยงที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน
ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (21 ก.ย.) นพ. โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยผลวิจัยการใช้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (LAAB) ยี่ห้อ Evusheld ในผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลางและรักษาแบบผู้ป่วยนอก ในสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น พบว่าการให้เร็วใน 3 วัน ช่วยลดการเกิดอาการรุนแรงและเสียชีวิตถึง 88% ส่วนการรักษากลุ่มผู้ป่วยในที่มีอาการไม่เกิน 12 วัน ช่วยลดอัตราเสียชีวิต 30%
รองอธิบดีกรมควบคุมโรค บอกด้วยว่า กระทรวงสาธารณสุขแรงงานและสวัสดิการญี่ปุ่น อนุมัติให้ใช้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปยี่ห้อ Evusheld เพื่อการรักษาผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปในกลุ่มที่มีความเสี่ยงเกิดอาการรุนแรงจากการติดโควิด-19 ในวันที่ 30 ส.ค.
นอกจากนี้ วันที่ 20 ก.ย. 2565 สำนักงานการแพทย์ยุโรป (European Medicines Agency–EMA) อนุมัติให้ Evusheld ใช้ในการรักษาผู้โควิด 19 ที่เริ่มมีอาการในระยะแรก ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรครุนแรง
“ส่วนประเทศไทยกำลังจะยื่นเอกสารขออนุญาตขึ้นทะเบียนภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป Evusheld เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโควิด 19 ที่เพิ่งติดเชื้อในระยะแรกและมีความเสี่ยงสูงตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์” นพ. โสภณ กล่าว
ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (LAAB) เหมาะกับผู้ป่วยแบบไหน บีบีซีไทยรวบรวมข้อมูลการใช้จากกระทรวงสาธารณสุข มาได้ดังนี้
ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (LAAB) ทำงานอย่างไร
กรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลว่า ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (LAAB) สามารถออกฤทธิ์ลบล้างเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ทั้งสายพันธุ์ดั้งเดิมและสายพันธุ์กลายพันธุ์หลายตัว
การทำงานของภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (LAAB) จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในผู้ที่ตอบสนองต่อวัคซีนได้น้อยกว่าคนทั่วไป เมื่อฉีดเข้าไปแล้วร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อโควิดได้สูงทันทีภายหลังฉีด ทำให้เกิดประโยชน์อย่างมากในการลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตในกลุ่มผู้ป่วยดังกล่าว ซึ่งในต่างประเทศมีการขึ้นทะเบียนใช้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปในการรักษาผู้ป่วยโควิดกลุ่มเปราะบางที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วย เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เป็นต้น
ใช้กับกลุ่มไหน
นพ. โสภณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าสำหรับคนไทยกลุ่มที่ได้รับการฉีดไปแล้ว 3,400 คน กลุ่มเป้าหมายระยะแรก ได้แก่ ผู้ป่วยไตวายระยะเรื้อรังที่ต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต (ฟอกไต) ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ และผู้ป่วยปลูกถ่ายไขกระดูก โดยสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับการพิจารณาในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคโควิดด้วย LAAB หรือสามารถติดต่อเข้ารับการฉีดได้ที่สถานพยาบาล
แล้วกลุ่มใดที่จะได้รับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปเป็นกลุ่มถัดไป รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า ขณะนี้ กำลังพิจารณาเพิ่มกลุ่มเป้าหมายที่จำเป็นต้องได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันด้วย LAAB เช่น ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัดและฉายแสง ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะที่ต้องได้รับยากดภูมิขนาดสูง ผู้ป่วยโรคข้อที่ต้องรักษาด้วยยากดภูมิ และผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำโรคอื่น ๆ
ขณะนี้ สธ. กำลังอยู่ระหว่างให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด สำรวจจำนวนผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ ในสถานพยาบาลทุกสังกัด เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับภูมิคุ้มกันจาก LAAB อย่างทั่วถึง
ผลการใช้ในต่างประเทศเป็นอย่างไร
สำหรับการนำมาใช้หลังรับเชื้อโควิด 19 ล่าสุด มีการศึกษาวิจัยโครงการ TACKLE Phase 3 ที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจที่ชื่อว่า “แลนเซ็ต” (The Lancet Respiratory Medicine) ออกมาแสดงผลการศึกษา LAAB ยี่ห้อ Evusheld ขนาด 600 มิลลิกรัม ฉีดในผู้ป่วยโรคโควิด 19 ที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลางที่เข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก และมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต จำนวน 910 ราย ในสถานพยาบาล 95 แห่งในประเทศสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น พบว่า การให้ภายใน 7 วันหลังมีอาการ สามารถลดการเกิดโรครุนแรงหรือเสียชีวิตได้ 50% เมื่อเปรียบเทียบกับการให้ยาหลอก
หากให้ยาเร็วขึ้นอีกภายใน 5 วันและ 3 วันหลังมีอาการ จะลดการเกิดโรครุนแรงหรือเสียชีวิตได้ 67% และ 88% ตามลำดับ
นอกจากนี้ จากการศึกษาวิจัยแบบสุ่มที่มีการควบคุม (RCT) พบว่า การให้ Evusheld ขนาด 600 มิลลิกรัม ในการรักษาผู้ป่วยโควิด 19 ที่นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลและมีอาการมาไม่เกิน 12 วัน จำนวน 1,417 ราย จากสถานพยาบาล 81 แห่งในประเทศสหรัฐฯ ยุโรป อูกันดา และสิงคโปร์ พบว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับยา Evusheld มีอัตราการเสียชีวิตลดลง 30% ซึ่งแสดงถึงผลดีของภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปยี่ห้อ Evusheld ที่ใช้รักษาผู้ป่วยโควิด
สำหรับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (LAAB) ยี่ห้อ Evusheld พัฒนาโดยบริษัทแอสตราเซนเนก้า เป็นภูมิคุ้มกันออกฤทธิ์ยาวที่ผสมตัวยา LAAB 2 ชนิด ซึ่งมาจากบีเซลล์ที่ได้รับการบริจาคจากผู้ที่เคยป่วยจากโควิด-19 ซึ่งถูกค้นพบโดยศูนย์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิวท์ และได้อนุญาตให้แอสตราเซนเนก้านำมาพัฒนาต่อเมื่อเดือน มิ.ย. ปี 2563
Cr.BBC NEWS THAI Cr.Photo by AFP/GETTY IMAGES


เรื่องน่าอ่าน
SMILE ALL ผนึกกำลัง TSR เดินหน้าความร่วมมือทางธุรกิจ ยกระดับนวัตกรรมและความปลอดภัย สร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
ถือฤกษ์วันมาตรฐานโลก (World Standards Day) ประกาศตั้ง สมาคมส่งเสริมระบบมาตรฐานประเทศไทย (TSA) เพื่อยกระดับคุณภาพประเทศและการคุ้มครองผู้บริโภค
DSI เปิดปฏิบัติการ Black Research รวบพนักงานโรงแรมแอบอ้างเป็นอาจารย์ทำวิจัยเพศวิถีฯ หลอกลวงเด็กมัธยมให้ส่งภาพลามก บันทึกกิจกรรมทางเพศ พบไฟล์ลามกกว่า 5,000 ไฟล์ เร่งขยายผลช่วยเหลือผู้เสียหาย
ครม. เดินหน้าอัดสินเชื่อ “บ้านคนละหลัง PLUS” วงเงิน 5 หมื่นล้าน กู้สูงสุด 3 ล้าน ผ่อนนาน 40 ปี ช่วยคนรายได้น้อย–ปานกลาง
Netflix เตรียมปลดพนักงานจำนวน 1,000 คนจากหลากหลายแผนก เนื่องจากการเติบโตไม่เป็นไปตามที่หวัง ในขณะที่การแข่งขันในตลาดมีความเข้มข้นมากขึ้น
ศูนย์ ACSC ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง เปิดปฏิบัติการกวาดล้าง “Anti-Scam Matrix” ลุยค้น 27 จุดทั่วไทย ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์-องค์กรฟอกเงินข้ามชาติ ยึดทรัพย์กว่า 500 ล้านบาท
บุกโกดังทุนจีนระยองซุก “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” ใหญ่สุดในไทย
บทสัมภาษณ์พิเศษวิสัยทัศน์และแผนปฏิบัติการที่จะเปลี่ยนประเทศสู่มาตรฐานใหม่ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน