“อลงกรณ์”แปรวิกฤติเป็นโอกาสดันไทยเป็น”มหาอำนาจอาหารโลก” (Food Superpower)เร่งฟื้นฟูทะเลไทยพัฒนาศักยภาพประมงครบวงจร ผนึกสภาอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าประมงสู่เกษตรมูลค่าสูง

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทยได้รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานเปิดการประชุมหารือแนวทางการพัฒนาประมงไทยและรับฟังความคิดเห็นของชาวประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ที่มีต่อมาตรา 57 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ 2558 โดยมีนายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้การต้อนรับโดยมีผู้เข้าร่วมชี้แจงและแสดงความคิดเหึนได้แก่ นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง พร้อมด้วย นายมานพ หนูสอน ผู้ตรวจราชการกรมประมง ว่าที่ร้อยตรีสมนึก พรหมศร ประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายพัฒนพงษ์ ชูแสง ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการทรัพยากรและกำหนดมาตรการ นายวิรัตน์ สนิทมัจโร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลสมุทรปราการ นายยานยนต์ สราญรมย์ หัวหน้ากลุ่มกฎหมายและระเบียบ กองกฎหมายกรมประมง และหน่วยงานสังกัดกรมประมงในพื้นที่ นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานและคณะกรรมการบริหารสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นายประเสริฐ แตกช่อ นายกสมาคมประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนายกสมาคมประมงพื้นบ้าน 8 อำเภอจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แกนนำสมาคมประมงพื้นบ้านและสมาคมประมงพาณิชย์ จังหวัดต่างๆ
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 ปัญหาโลกร้อนและผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนก่อให้เกิดปัญหาความมั่นคงทางอาหารและภาวะความอดอยากที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก ขณะที่ประเทศผู้ผลิตและส่งออกอาหารชั้นนำของโลกในสหภาพยุโรป อังกฤษและสหรัฐอเมริกาประสบปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ราคาอาหารแพงขึ้น อัตราเงินเฟ้อทะยานสูงมากและเริ่มสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกอาหารจึงเป็นโอกาสทองของประเทศไทยในฐานะเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารอันดับ 12 ของโลกที่พร้อมก้าวขึ้นเป็นประเทศมหาอำนาจทางอาหารของโลกเพราะเรามีศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตรทั้ง 3 ฐานของภาคเกษตร คือพืช ปศุสัตว์และประมง ตลอดจนขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมและภาคการค้าพาณิชย์ โดยเฉพาะการปฏิรูปการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหารตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โดยกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ดูแลจึงสามารถผนึกการทำงานของ 2 กระทรวงร่วมกันผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดภายใต้ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตสามารถส่งออกสินค้าอาหารจนเป็นพระเอกของการส่งออกในภาพรวม ปี 2564 ซึ่งขยายตัวกว่า 17 % เกินเป้าหมาย4เท่าตัวสร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 8.5 ล้านล้านบาทเป็นผลมาจากการทำงานเชิงรุกผนึกบูรณาการทุกภาคส่วน
โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ ได้จับมือทำงานอย่างใกล้ชิดกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในการส่งเสริมต่อยอดการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มสู่เกษตรมูลค่าสูงโดยส่งเสริมเขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเกษตร (Agroindustry Economic Zone) ใน 18 กลุ่มจังหวัดครอบคลุม 77 จังหวัด รวมทั้งการสร้างฐานอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าประมงทั้ง 4 สาขา ได้แก่ ประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ ประมงนอกน่านน้ำและประมงเพาะเลี้ยงซึ่ง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ มอบหมายกรมประมงจัดตั้งและสนับสนุนความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น 2,600 องค์กร สมาคมประมงพื้นบ้านทุกจังหวัดสมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้าน สมาคมประมงพาณิชย์ สมาคมประมงนอกน่านน้ำและสมาคมประมงเพาะเลี้ยงโดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายและกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและภูมิภาคตลอดจนการร่วมกันฟื้นฟูและพัฒนาทะเลไทยซึ่งเสมือนหม้อข้าวหม้อแกงของชาวประมงทุกคน

รวมทั้งการปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆให้ทันสมัยถูกหลักนิติรัฐนิติธรรมและเป็นไปตามพันธะกรณีระหว่างประเทศเช่นมาตรฐานไอยูยู (IUU) การเจรจากับอียูและประเทศคู่ค้าต่างๆเพื่อพัฒนาความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์บนความเสมอภาคและมิตรภาพ วันนี้ประเทศไทยผลิตสินค้าเกษตรและส่งออกอาหารอยู่ในลำดับท็อปไฟว์ของโลกเช่น ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง อ้อยน้ำตาล ทูน่ากระป๋อง สัปปะรดกระป๋อง ทุเรียน ฯลฯและส่งออกอาหารอันดับ12ของโลก ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากที่จะก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางอาหารของโลก
ทางด้านนายมงคล สุขเจริญคณา ประธานและคณะกรรมการบริหารสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นายประเสริฐ แตกช่อ นายกสมาคมประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สมาคมประมงจังหวัดต่างๆแสดงท่าทีสนับสนุนวิสัยทัศน์และนโยบายดังกล่าวพร้อมกับยืนยันจะสนับสนุนให้กลับมาเป็นรัฐบาลสมัยหน้าเพื่อร่วมกันพัฒนาการประมงไทยให้กลับมาเข้มแข็งเป็นประเทศผู้นำโลกด้านอาหารทะเล ด้าน นายประทีป อบเชย นายกสมาคมประมงพื้นบ้านประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย รองนายกสมาคมฯ ทั้ง 8 อำเภอ เข้าร่วมเวที รับฟังความคิดเห็น เรื่องการกำหนดสัตว์น้ำขนาดเล็ก ของ พรก.การประมง 2558 และ 2560 มาตรา 57 โดยเสนอแก้ไขพรก.ประมง2558และแขวนมาตรา57ตลอดจนแก้ประกาศมาตรา71 โดยให้เหตุผลว่า พรก.ประมง ปี 2558 กระทบประมงพื้นบ้านขัดบริบทประมงวิถีไทย
************************
ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2565





เรื่องน่าอ่าน
อย่าเข้าใจผิด ! รถน้ำท่วม ไม่ได้แปลว่าหยุดผ่อนเองได้ ระวังเสียประวัติ | Money Buffalo
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานใบประกาศผลรางวัลชนะเลิศการแข่งขันฯ คืนแก่นางสาวรัตติกานต์ อำลอย เพื่อเป็นที่ระลึกและเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลสืบไป
DSI ผนึกกำลังจังหวัดราชบุรี ช่วยเหลือถึงประชาชนผู้ประสบอุทกภัย มอบถุงยังชีพ 600 ชุด ข้าวกล่อง 500 กล่อง
DSI ขยายผล “ปฏิบัติการยุทธรัฐ” ตรวจสอบนอมินีและประเด็นการแปลงสัญชาติ ส่งหลักฐานให้กรมการปกครองดำเนินการตามกฎหมาย
คณะอนุกรรมการฯ ไซเบอร์ ร่วม คณะทำงานฯ ยาเสพติด เดินหน้าขยายผล ยึดทรัพย์เครือข่าย SCAMMER – ยาเสพติด – ฟอกเงิน
นายกฯ ขอโฟกัสชุมชนลำบาก เร่งวางแผนกำจัดขยะ อย่าปล่อยกีดขวางทางน้ำ ชี้ 3 เดือนหลัง ต.ค. – ธ.ค. น้ำยังมากประมาทไม่ได้ กำชับผู้ว่าฯภาคใต้ เตรียมรับมือทุกด้าน
🏆 AIAT คว้ารางวัล ASOCIO Digital & AI Award 2026 สาขา AI in Workforce & Future Skills ตอกย้ำบทบาทพัฒนากำลังคน AI แห่งอนาคต ✨
DSI จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นตำรวจ หลอกเหยื่อพัวพันคดีฟอกเงิน รายเดียวสูญเงินกว่า 7.5 ล้านบาท